กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ หารือการแก้ไขพระธรรมนูญศาลทหารเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางกระบวนการยุติธรรมในพื้นที่ชายแดนใต้ หลังพบเหตุการณ์วิสามัญซ้ำซากและคดีล่าช้า พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและสนับสนุนกระบวนการสันติภาพ โดยแสดงความผิดหวังต่อความเห็นของคณะรัฐมนตรีที่ยังไม่เห็นควรแก้ไขทั้งที่หน่วยงานส่วนใหญ่เห็นด้วย
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วยอำเภอ บาเจาะ อำเภอยี่งอ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร พรรคประชาชาติ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ผมในฐานะตัวแทนของพรรคประชาชาติได้อภิปรายญัตติ การแก้ไขพระธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. .... เมื่อวันนั้นท่านสมาชิกหลายท่านก็ได้อภิปราย สนับสนุนหลักการและเหตุผลตามที่พรรคประชาชาติโดย ฯพณฯ วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติในฐานะเป็นเจ้าของญัตติ ขออนุญาตสรุปหลักการและเหตุผล ให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้มีโอกาสทบทวนเหตุผลที่พรรคประชาชาติเราได้ยื่นขอ แก้ไขพระธรรมนูญศาลทหาร ฉบับปี ๒๔๙๘ เบื้องต้นง่าย ๆ เลย เราไม่ได้มีการยกเลิก พระธรรมนูญศาลทหารเพียงแต่ว่าเราขอแก้ไขเพิ่มเติมเพียง ๒ มาตรา ในประเด็น ที่เรามองเห็นว่าพระธรรมนูญศาลทหารนี้มีบังคับใช้มา ๗๐ กว่าปี มันไม่เท่าทันกับ สถานการณ์ในปัจจุบันโดยเฉพาะในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมยกตัวอย่างในวันนั้น ว่าใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารทำผิดกับพี่น้องประชาชนกระทำ ความผิดอาญา ถูกกล่าวหาความผิดอาญา พยายามฆ่าบ้าง แต่สุดท้ายต้องขึ้นศาลทหาร มันก่อให้เกิดความรู้สึกความเหลื่อมล้ำที่ไม่เป็นธรรมกับพี่น้องในพื้นที่ ผมยกตัวอย่างคดี ของอดีต ส.ว. ฟัครุดดีน บอตอ เจ้าของโรงเรียนดารุสสาลามว่าการพิจารณาคดีล่าช้า ๑๐ กว่าปี คดียังไม่จบ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นั่นคือเหตุผลที่มาที่ไปที่เรามองเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลฝ่ายบริหาร ต้องให้ความสำคัญกับการแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ในเรื่องของ การแก้ไขกระบวนการยุติธรรม ท่านประธานครับ วันนั้นผมอภิปรายไป ท่านรัฐมนตรีบอกว่า ขอไปพิจารณาภายใน ๖๐ วัน ผมเชื่อว่ามีการขยายระยะเวลา เพราะว่านี่ก็เดือนมิถุนายน แล้วนะครับ แต่ว่ามีความคืบหน้าก็คือ วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ผมได้รับการประสานงาน ในฐานะเจ้าของญัตติ คณะกรรมการกฤษฎีกาได้เรียกหน่วยงานทั้งหมดมาชี้แจง และผม แล้วก็ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ก็ได้มีโอกาสชี้แจงในวันนั้นทางซูม (Zoom) นะครับ ไปย้ำ หลักการและเหตุผลให้ที่ประชุมฟัง วันนั้นมีการเรียกหน่วยงานหลายหน่วยงานนะครับ ก็ยืนยันในหลักการและเหตุผลว่ามันต้องแก้ไขด้วยเหตุผลที่ผมได้กล่าวถึงข้างต้น จังหวะ บังเอิญนะครับ บังเอิญวันนี้กับเมื่อวาน ๒ วันที่แล้วในเหตุการณ์ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านทราบไหมครับว่าปี ๒๕๖๔ มีการวิสามัญฆาตกรรม ๒๒ ศพ เมื่อวานซืนที่สายบุรี ๒ วัน ที่แล้วมีการวิสามัญฆาตกรรม ปิดล้อม ตรวจค้น เสียชีวิตอีก ๑ ศพ เมื่อวานที่เทือกเขาสาวอฮีเล หมู่ที่ ๖ ตำบลสาวอ อำเภอรือเสาะ ในเขตพื้นที่ผมนะครับ มีการปิดล้อมเสียชีวิตอีก ๒ ศพ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยในพื้นที่ แต่กระบวนการยุติธรรมที่มีอยู่ผมเห็นแล้ว พรรคประชาชาติเราเห็นแล้วว่ามันควรที่จะได้รับการแก้ไขลดความเหลื่อมล้ำในเรื่องของ กระบวนการยุติธรรม เพราะ ๒๐ กว่าศพของปีที่แล้วกับปีนี้อีกหลายศพไม่สามารถที่จะ เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม เพราะเวลาทหารกระทำความผิด ประชาชนไม่สามารถฟ้องคดีได้เอง ขอเขาเป็นโจทก์ร่วมก็ไม่ได้ มันไม่หนุนเสริมกระบวนการพูดคุยสันติภาพ ถ้าฝ่ายบริหาร มีความจริงใจในเรื่องของกระบวนการพูดคุยสันติภาพ กฎหมายฉบับนี้เป็นช่องทางหนึ่ง ที่สะท้อนให้เห็นท่านหนุนเสริมบรรยากาศในกระบวนการสันติภาพที่มีอยู่วันนี้ ท่านประธานครับ ผมอ่านหนังสือชี้แจงของคณะกรรมการกฤษฎีกา ฉบับลงวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๕ ที่คณะรัฐมนตรีอ้างหนังสือฉบับนี้ โดยฟังความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แล้วมีความไม่เข้าใจแล้วก็ผิดหวังมาก เหตุผลเพราะอะไรครับท่านประธาน มีการหารือ ๖ หน่วยงานครับ ๖ หน่วยงาน หน่วยงานที่หารือว่าเห็นควรที่จะมีการแก้ไขหรือไม่ อย่างไร ก็มีสภาพัฒน์ สำนักงบประมาณ กรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ กรมพระธรรมนูญศาลทหาร แล้วก็สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานศาลยุติธรรม มีเพียงหน่วยงานเดียวครับที่ไม่เห็นด้วย ให้มีการแก้ไข ก็คือกรมพระธรรมนูญศาลทหาร หน่วยงานอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นกรมคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานศาลยุติธรรม หรือแม้แต่สำนักงานสภาพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เห็นด้วยให้มีการแก้ไขพระธรรมนูญศาลทหาร ปรากฏว่า อย่างไรครับ ๖ หน่วยงานเห็นชอบให้มีการแก้ไข แต่คณะรัฐมนตรีพอกฤษฎีการับแสดง ความเห็นแล้วกลับมีความเห็นว่ายังไม่สมควรนะครับ ผมก็เลยมีความรู้สึกว่าตกลง ฝ่ายบริหารหน่วยงานอื่น ๆ ท่านไม่ฟังเลย แต่กฤษฎีกามีความเห็นนะครับ มีความเห็น ก็ยังแบ่งรับแบ่งสู้ ฟังดูแล้วเหมือนกับว่าเห็นด้วยให้มีการแก้ไขแต่ไม่ใช่เวลานี้ บอกว่าจะต้อง ไปศึกษา ไปมอบหมายให้พระธรรมนูญศาลทหารเรียกหน่วยงาน หน่วยงานที่ผมกล่าวถึง เมื่อสักครู่นี้ให้มาประชุมหารือกันใหม่อีกครั้งหนึ่ง แล้วทำไมไม่ดำเนินการตั้งแต่ตอนนี้ ท่านประธานครับ การแก้ไขกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มีอยู่ ๓ แนวทาง ๑. ก็คือ ฝ่ายบริหารเป็นผู้เสนอ ๒. ก็คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่า ๒๐ คนเป็นผู้เสนอ ๓. ประชาชนไม่น้อยกว่า ๑๐,๐๐๐ คนเป็นผู้เสนอกฎหมาย ผมเรียนเพื่อนสมาชิกทุกท่านว่า การเสนอกฎหมายของพรรคประชาชาติเรานี่เราใช้ ฝ่ายนิติบัญญัติก็คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้เสนอกฎหมาย แม้ว่าฝ่ายบริหาร ไม่เห็นด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่าหนทางในการขอแก้ไขเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ความจริงใจ การสร้างบรรยากาศในกระบวนการสันติภาพใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ปิดประตูลง ขึ้นอยู่กับ ท่านสมาชิก เพื่อนสมาชิกแต่ละท่านนะครับ วิงวอนนะครับฝ่ายบริหาร เพื่อนสมาชิกแม้จะอยู่ ฝ่ายรัฐบาล ถ้าท่านแลเห็นถึงความสำคัญ สมควรที่จะมีการแก้ไข เพื่อให้ทหารที่กระทำ ความผิดกับประชาชนขึ้นสู่ศาลพลเรือน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมอยากให้เพื่อนสมาชิกต่างเห็น ให้การพิจารณาในวาระหนึ่งขั้นรับหลักการนี้นะครับ สามารถที่จะรับหลักการการแก้ไข พระธรรมนูญศาลทหารได้ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ที่คณะกรรมการกฤษฎีกามีข้อห่วงกังวลนั้น สามารถที่จะไปถก ไปว่ากล่าวในชั้นกรรมาธิการได้ ขอขอบคุณครับ