ภาคิน สมมิตรธนกุล อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง โดยเน้นความสำคัญของระบบรางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การเชื่อมโยงโครงข่ายในประเทศและกับประเทศเพื่อนบ้าน ความจำเป็นในการกำหนดมาตรฐานการบริการ ค่าโดยสารที่เป็นธรรม การดูแลผู้โดยสารกลุ่มเปราะบาง และการประกันความรับผิดชอบในการให้บริการที่ล่าช้าหรือล้มเหลว
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายภาคิน สมมิตรธนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตท่านประธานที่จะอภิปรายสนับสนุนและตั้งเป็นข้อสังเกตของ ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้เสนอในวันนี้ ท่านประธานครับ ต้องขอบคุณรัฐบาลที่ได้ให้ความสำคัญของการขนส่งระบบทางราง มันเป็นหัวใจสำคัญ ของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ถ้าหากว่าระบบการขนส่งทั้ง ๓ ระบบของ ประเทศเรานั้นมันมีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผลที่ดี มันจะส่งสะท้อนถึงนักลงทุนที่จะมา ลงทุนในประเทศไทยของเรานะครับ ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งทางอากาศ การขนส่งทางบกและ การขนส่งทางน้ำวันนี้การขนส่งระบบทางรางมาถึงจุดสำคัญที่รัฐบาลนี้ได้รวมเอาระบบราง ทั้งระบบมาอยู่ที่กรมใหม่เรียกว่ากรมขนส่งทางรางครับ อันนี้มันเป็นทิศทางที่ถูกต้องของ ต่างประเทศทั่วโลก อย่างประเทศญี่ปุ่นก็ตั้งเป็นกรมราง มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ถ้าจะว่าไปก็น่าจะดีที่สุดในโลกแล้วครับ คนญี่ปุ่นนี่ถ้ารถไฟมาผิดเวลาแค่มาเร็ว ๒๕ นาที ต้องขอโทษผู้โดยสารแล้ว เพราะว่าอันนี้ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง เพราะเวลาของรถไฟ ญี่ปุ่นนั้นคือเวลาที่เป็นวินาที ฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะเห็นในระบบรถไฟบ้านเราก็คือการขนส่ง ที่มีประสิทธิภาพในระบบของการขนคนและการขนของในการที่จะมาใช้ในระบบรางนะครับ หัวใจสำคัญของระบบรางนั้นก็คือการเชื่อมโยงระบบโครงข่ายไปได้ทั้งระบบทั่วประเทศและ เชื่อมโยงไปถึงต่างประเทศด้วยเช่นกัน เราจะเห็นว่าตอนนี้โครงการต่าง ๆ ของรัฐบาล ได้เชื่อมโยงรถไฟจากเหนือถึงใต้นะครับ นอร์ท (North) ถึงเซาท์ (South) อีสต์ (East) มาถึงเวสต์ (West) เชื่อมโยงกันไปตามโครงการต่าง ๆ ที่เราได้เห็นกันแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญและหัวใจสำคัญก็คือต้นทุนของการผลิตสินค้านั้นการขนส่งเป็น ส่วนหนึ่งของต้นทุนนั้น ซึ่งสินค้าที่เราได้บริโภค ทั้งอุปโภคบริโภคนั้นมีต้นทุนของการขนส่งมากกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์แน่นอน ถ้ายิ่งเป็นวิกฤติ พลังงานเช่นนี้แล้ว ต้นทุนการขนส่งนั้นเป็นหัวใจใหญ่สำคัญด้วยเช่นกัน ประเทศไทยเรานั้น ถือว่าเราโชคดีที่เราเป็นศูนย์กลางของอาเซียน (ASEAN) ฮับ ออฟ อาเซียน (Hub of ASEAN) เราเป็นศูนย์กลางทางการบินแล้วขณะนี้ ถ้าหากว่ารัฐบาลได้ทำระบบขนส่งทางรางให้เชื่อมโยง ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน เท่าที่ทราบตอนนี้เส้นทางทางเหนือก็เชื่อมไปถึงประเทศลาวข้ามไปถึง ประเทศจีน แล้วมาทางทิศอีสานก็จะเชื่อมไปจังหวัดหนองคายข้ามไปลาว ลงทางใต้ก็มาเลเซีย ก็ถึงสิงคโปร์ด้วยเช่นกัน ที่จะตั้งเป็นข้อสังเกตก็ทั้งระบบรางลงทางใต้ความกว้างของราง ก็โอเค (OK) ก็จะเชื่อมโยงกันได้คือความกว้างของรางก็คือ ๑ เมตร พอขึ้นทางเหนือระบบราง มันกว้างขึ้นเป็น ๑.๔๐ เมตร อันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คงจะไปปรับระบบอะไรพวกนั้น แล้วในเมื่อความโชคดีของการเป็นศูนย์กลางของอาเซียน (ASEAN) แล้ว ถ้ามีการพัฒนา ระบบทางรางมีประสิทธิภาพแล้วแน่นอนที่สุดว่าการลงทุน การตั้งโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ มันก็จะต่อเนื่องเข้ามา เมื่อระบบรถไฟที่ผ่านไปเส้นทางไหน จังหวัดไหน มีสถานีบริการที่ไหน ตรงนั้นก็คือจุดที่จะมีการพัฒนาที่ดิน การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มมากขึ้นต่อเนื่องเชื่อมโยง อันนี้คือความสำคัญที่ผมดูว่ามันเป็นความเหมาะเจาะที่ดีที่สุดของการพัฒนาระบบทางราง ท่านประธานที่เคารพครับ หัวใจใหญ่อีกอันหนึ่งก็คือมาตรฐานของระบบทางนั้นผมได้เห็น ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้วก็มีกำหนดครบว่า ๑. ก็คือเรื่องของการกำหนดค่าโดยสาร ที่เป็นธรรม ทั้งผู้โดยสาร ทั้งที่ผู้ประกอบการขนส่งทางรางที่จะมาใช้บริการ ฉะนั้นค่าบริการ เหล่านี้ก็ได้มีคณะกรรมการที่ดูแลเรื่องระบบขนส่งทางรางได้มากำกับดูแลให้เป็นธรรมนะครับ อีกอันที่ผมได้เห็นในร่างฉบับนี้ก็คือผู้ประกอบการขนส่งทางรางนี้ถ้าเกิดมีการดำเนินการ ที่เกิดความผิดพลาดเสียหาย เช่นมีการดีเลย์ (Delay) หรือการยกเลิกขบวน หรืออะไร ทั้งหลายก็ต้องชดเชยให้กับผู้ประกอบการขนส่งหรืออาจจะคืนระบบคืนตั๋วให้กับผู้โดยสาร หรือนอกจากนั้นก็ยังมีที่เป็นหัวใจสำคัญของการขนส่งก็คือการประกันชีวิต การประกันวินาศภัย ผมก็ได้เห็นว่ามีการเขียนในร่างฉบับนี้ไว้เป็นอย่างดีแล้ว อันนี้คือหัวใจใหญ่ของระบบรางที่มี ประสิทธิภาพ นอกจากนั้นหัวใจใหญ่สำคัญก็คือการดูแลผู้โดยสารที่เป็นผู้ด้อยโอกาส ไม่ว่าจะเป็น คนพิการ ผู้สูงอายุ เป็นพระ นักบวชต่าง ๆ ทำให้เป็นระบบ ให้เข้าสู่ระบบ แล้วก็มีค่าโดยสาร ที่เป็นธรรมกับคนเหล่านี้ด้วย นี่คือหัวใจใหญ่สำคัญนะครับ ที่เห็นอีกอันก็คือเรื่องของการพัฒนา แผนระบบรางอันนี้เห็นอยู่ในร่างฉบับนี้ด้วยก็คือแผนการพัฒนาระบบรางระหว่างประเทศว่าจะ เชื่อมโยงโครงข่ายระหว่างประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างไร เพื่อที่จะให้มีการขนคน มีการท่องเที่ยว มีการเดินทาง มีการขนของมีการส่งออกไปยังต่างประเทศให้มีประสิทธิภาพนั้นได้อย่างไร อันต่อมาก็คือโครงข่ายที่มันมีอยู่ดีแล้วที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะขยายเชื่อมโยง มายังภูมิภาคเป็นระบบแผนการขนส่งในระบบภูมิภาคให้มีการเชื่อมโยงโครงข่ายทั้ง ๓ แผนนี้ ได้อย่างไร อันนี้คือหัวใจใหญ่ของระบบโครงข่ายของระบบราง ที่ผมตั้งเป็นข้อสังเกตก็คือ การนำไปสู่การปฏิบัติ นี่หัวใจใหญ่ เช่นระบบตั๋วจะมีระบบตั๋วร่วมไหมครับ เป็นระบบคอมมอน ทิกเกตติง ซิสเตม (Common Ticketing System) ไหม ที่จะร่วมกันระหว่างรถไฟทุกระบบ เพื่อให้ใช้ตั๋วเดียว อันนี้คือความคล่องตัวของผู้มาใช้บริการ นอกจากนั้นเรื่องของความปลอดภัย ในเรื่องการเดินทางที่เราก็ได้เห็นข่าวว่ามีคนตกลงไปในรางรถไฟเสียชีวิตอะไรอย่างนี้ ระบบนั้น เราเข้าไปจัดการได้อย่างไรในส่วนของระบบรางที่ป้องกันอุบัติเหตุไม่ให้มันเกิดขึ้น ความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงาน การบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่อยู่ในระบบรางทั้งหมด อันนี้คือหัวใจใหญ่ ของการขับเคลื่อนของกรมรางที่จะเกิดขึ้นอันนี้ ผมเองจึงขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ ระบบราง อันนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ