อนุชา นาคาศัย ชี้แจงความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อร่าง พ.ร.บ. หลายฉบับที่เสนอโดยสมาชิกสภา เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและเยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 โดยระบุว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับที่ 1 ถึง 4 เนื่องจากมีพระราชกำหนดอื่นที่ครอบคลุมมาตรการเหล่านั้นแล้ว พร้อมยืนยันว่าข้อเสนอจากสมาชิกได้ถูกนำไปพิจารณาในรูปแบบที่ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับสถานการณ์จริง และคณะรัฐมนตรีได้รับข้อสังเกตพร้อมข้อเสนอแนะเกี่ยวกับร่างกฎหมายทั้ง 5 ฉบับไปพิจารณาแล้ว โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินการและเสนอความเห็นเพิ่มเติมต่อไป
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณ ท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ท่านวรภพ แล้วก็ท่านชวลิต ที่ต้องเอ่ยนาม ก็ทราบดีในส่วน พ.ร.บ. ที่ท่านเสนอมานั้นก็ด้วยความหวังดีในสถานการณ์ของประเทศที่เราเจอร่วมกันก็คือ สถานการณ์โควิด (COVID) ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาคมโลกนั้นได้รับผลกระทบร่วมกัน ซึ่งเจตนาดี ของท่านนั้นผมเชื่อว่าทางหน่วยงานรัฐหรือรัฐบาลเองได้รับแล้วก็ได้รับรู้เพราะว่าเราได้รับ ร่างพระราชบัญญัติของทุกท่านทั้ง ๕ ฉบับไปทำการพิจารณา เพื่อที่จะได้นำส่วนของ ข้อแนะนำหรือข้อติชมในการที่จะช่วยกันบริหารในสิ่งที่เกิดขึ้นได้ให้มีผลเป็นรูปธรรมกับ พี่น้องประชาชนโดยส่วนรวม ซึ่งตรงนี้หลายสิ่งหลายอย่างก็ปรากฏเป็นรูปธรรมจากที่ได้ กราบเรียนแล้วนะครับ แล้วเราก็ได้เห็นว่าสถานการณ์ต่าง ๆ ของประเทศเรานั้นมีทั้งวิกฤติ ทางด้านเศรษฐกิจ มีทั้งวิกฤติของโรคระบาด เราก็ได้รับการยืนยันจากหลายภาคส่วนที่ได้ เห็นว่าประเทศไทยเรานั้นได้บริหารจัดการในสภาวการณ์ซึ่งทั้งโลกได้เจอนั้นเป็นผลค่อนข้าง ที่จะดีได้รับความชื่นชมในหลาย ๆ ภาคส่วน ในส่วนของภาวะเศรษฐกิจนั้นผมเชื่อว่าพวกเรา ทุกท่านคงทราบดีว่าทุกคน ทุกภาคส่วนต่างดิ้นรนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคธุรกิจเองที่ช่วยกัน ในการประคับประคองในหลาย ๆ ส่วน เพราะฉะนั้นมาตรการที่รัฐได้ทำให้เกิดขึ้นนั้น ผมเชื่อว่าส่งผลไม่มากก็น้อยต่อภาคเศรษฐกิจของประเทศไม่ว่าจะเป็นด้านเอสเอ็มอี (SMEs) หรือในเรื่องของการรักษาของพี่น้องประชาชนโดยส่วนรวม ซึ่งจากที่ทางรัฐบาลได้รับ เรื่องด่วนที่ ๑ เรื่องด่วนที่ ๒ เรื่องด่วนที่ ๓ เรื่องด่วนที่ ๔ เรื่องด่วนที่ ๕ ซึ่งเป็นร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับ ผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านชวลิต ของท่านสมบัติ ศรีสุรินทร์ ในเรื่องด่วนที่ ๒ ของท่านวรภพ วิริยะโรจน์ ที่เป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องเรื่องเดียวกันไว้พิจารณารวมกัน ส่วนเรื่องด่วนที่ ๔ ร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคง ทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๓ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ เรื่องด่วนที่ ๕ เป็นร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับ ผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านชลน่าน ศรีแก้ว ซึ่งในคราวการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๔ นั้น ที่ประชุมได้เห็นชอบให้คณะรัฐมนตรีรับร่างพระราชบัญญัตินี้ไปพิจารณาก่อนที่จะลงมติ ในวาระรับหลักการนั้น ก็กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกที่เคารพครับ กระผม ขอกราบเรียนว่าเมื่อคณะรัฐมนตรีได้รับร่างไปพิจารณานั้นได้มอบหมายให้สำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ มาร่วมประชุม ซึ่งที่ประชุม มีความเห็นในส่วนของร่างพระราชบัญญัติที่เป็นเรื่องด่วนที่ ๑ เรื่องด่วนที่ ๒ และเรื่องด่วน ที่ ๓ นั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เห็นสอดคล้องกันว่ายังไม่เห็นด้วยกับการรับหลักการของ ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติเรื่องด่วนที่ ๑ เรื่องด่วนที่ ๒ เรื่องด่วน ที่ ๓ เรื่องด่วนที่ ๔ นั้นการให้สินเชื่อตามพระราชกำหนดให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) พ.ศ. ๒๕๖๓ ปัจจุบันได้สิ้นสุดระยะเวลาแล้ว และได้มีการตราพระราชกำหนด การให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) พ.ศ. ๒๕๖๔ ที่ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้กู้ยืมแก่ ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคไว้หลายประการ รวมทั้งที่ได้ นำข้อห่วงใยและข้อเสนอแนะของท่านที่ได้มาเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้ามาพิจารณา ร่วมอยู่ด้วย เช่น ผู้ประกอบธุรกิจที่ยื่นคำขอกู้เงินไม่จำเป็นต้องมีวงเงินสินเชื่อกับสถาบัน การเงินมาก่อน ขยายระยะเวลาการยื่นคำขอเงินกู้ ขยายวงเงินสินเชื่อและขยายระยะเวลาให้ สถาบันการเงินในการชำระคืนเงินที่ได้กู้ยืม ซึ่งมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับเปลี่ยนได้ตาม สถานการณ์ เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจได้เข้าถึงสินเชื่อได้เพิ่มมากขึ้น การเพิ่มวงเงินชดเชย ความเสียหายให้แก่สถาบันการเงินซึ่งเป็นภาระทางการคลังที่เพิ่มขึ้นและโดยที่ระยะเวลาที่ให้ สินเชื่อตามพระราชกำหนดสิ้นสุดลงแล้ว จึงไม่มีผลการช่วยเหลือต่อผู้ประกอบวิสาหกิจต่อไป การรายงานการให้กู้ยืมเงินของสถาบันการเงินต่อรัฐสภา สมาชิกรัฐสภามีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ในการเรียกเอกสารหรือบุคคลมาแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความเห็นในเรื่องที่จะตรวจสอบ ได้อยู่แล้ว หรือตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี หรือตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อดำเนินการสอบหา ข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องใด ๆ และปัจจุบันมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ติดตามตรวจสอบการใช้เงินตามพระราชกำหนด ๓ ฉบับด้วยแล้ว นอกจากนี้ธนาคาร แห่งประเทศไทยมีการรายงานผลการปฏิบัติงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและ รัฐมนตรีตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารแห่งประเทศไทยและทางปฏิบัติได้มีแผนและเผยแพร่ ทางเว็บไซต์ (Website) ของธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่แล้ว ในส่วนของร่างพระราชบัญญัติ เรื่องด่วนที่ ๔ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นสอดคล้องกันว่าไม่เห็นด้วยกับหลักการของ ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เนื่องจากการเพิ่มคณะกรรมการผู้สังเกตการณ์จำนวน ๒ ท่านที่ได้รับ การเสนอชื่อจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านในคณะกรรมการ กำกับกองทุนนั้น พระราชกำหนดการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคง ทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๓ กำหนดแนวทางการดำเนินการที่โปร่งใสชัดเจน และตรวจสอบได้อยู่แล้ว ส่วนกรรมการผู้สังเกตการณ์ที่เพิ่มขึ้นมาแต่ไม่มีอำนาจลงมตินั้น ก็จะเป็นการไม่สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล เพราะกรรมการทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบ ต่อการลงมติในแต่ละครั้งอยู่แล้วและอาจทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างการทำหน้าที่ การตรวจสอบและการทำหน้าที่กำหนดนโยบายและการบริหารกองทุน คณะกรรมการกำกับ กองทุนมีอำนาจหน้าที่ดำเนินงานทางด้านการบริหาร การมีตัวแทนจากฝ่ายนิติบัญญัติ เข้ามาร่วมประชุมด้วยนั้นจึงขาดความเป็นอิสระในการตัดสินใจหรือต้องตัดสินใจบน ความกดดันซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นนะครับ การจำกัดอำนาจของคณะกรรมการกำกับการลงทุน ในการผ่อนผันให้กองลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนจากที่กำหนดให้ได้เกินร้อยละ ๕๐ เป็นไม่เกินร้อยละ ๖๐ นั้น อาจทำให้กลไกการบริหารจัดการกองทุนขาดความยืดหยุ่น เพียงพอในการรองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น การกำหนดให้การซื้อขายตราสารหนี้ในตลาดรองต้องให้ธนาคารแห่งประเทศไทยขอความเห็นชอบ จากคณะกรรมการกำกับกองทุนนั้น ไม่สอดคล้องกับหลักการของพระราชกำหนดที่วางกลไก ให้เป็นอำนาจของธนาคารแห่งประเทศไทยโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีเฉพาะกรณีที่ ตลาดตราสารหนี้ประสบปัญหาสภาพคล่องอย่างร้ายแรง อันเนื่องมาจากการระบาดของโรค และมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนเพื่อการรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจและระบบการเงินโดยรวม ซึ่งเป็นมาตรการที่แยกต่างหากจากมาตรการกองทุน การกำหนดให้กระทรวงการคลังรายงาน การลงทุนตามพระราชกำหนดนี้ให้รัฐสภาทราบทุกเดือนนั้น สมาชิกรัฐสภาสามารถตรวจสอบ การทำงานของฝ่ายบริหารตามหน้าที่และอำนาจที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว และเป็น การเพิ่มภาระกระทรวงการคลังมากเกินไป อีกทั้งพระราชกำหนดการรักษาเสถียรภาพ อยู่ภายใต้หลักการของความโปร่งใสและการตรวจสอบได้ในทางปฏิบัติ คณะกรรมการ กำกับกองทุนมีการรายงานผลการดำเนินงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประจำ ทุกเดือน ในส่วนของพระราชบัญญัติเรื่องด่วนที่ ๕ นั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็เห็นสอดคล้องกัน นะครับว่าไม่เห็นด้วยกับการรับหลักการของพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวเนื่องจากการแก้ไข องค์ประกอบคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ ปัจจุบันคณะกรรมการชุดนี้ได้พิจารณา อนุมัติแผนงานหรือโครงการเสร็จสิ้นแล้ว และหน่วยงานที่รับผิดชอบแผนงานหรือโครงการ จะต้องดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีในการเบิกจ่ายเงินให้แล้วเสร็จตามกรอบระยะเวลา การแก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบ จึงไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป การตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ โดยการกำหนดระยะเวลารายงานข้อมูลให้สมาชิกมีสิทธิเข้าชื่อร้องขอข้อมูลการกู้เงินและ การใช้เงินนั้น สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิกอาจตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา เพื่อทำการพิจารณาตรวจสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องใด ๆ และรายงานให้สภา ทราบได้อยู่แล้ว รวมทั้งคณะกรรมาธิการมีอำนาจให้หน่วยงานของรัฐ ให้ข้อเท็จจริง ส่งเอกสารหรือแสดงความคิดเห็นต่อคณะกรรมาธิการซึ่งร้องขอได้อีกด้วย ซึ่งปัจจุบันก็มีการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นอีก ๒ คณะ ทำหน้าที่ดังกล่าวนอกจากนี้กระทรวงการคลัง มีหน้าที่รายงานการกู้เงินที่กระทำในปีงบประมาณที่ล่วงมาแล้ว ให้รัฐสภาทราบภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันสิ้นปีงบประมาณตามมาตรา ๑๐ แห่งพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงิน อีกทั้งกระทรวงการคลังมีหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ ในการประกาศการกู้เงินและรายงานสถานะหนี้สาธารณะในราชกิจจานุเบกษาและเผยแพร่ ข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ (Website) อีกด้วย
บัดนี้คณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ มีมติ รับข้อสังเกตและการพิจารณาของร่างทั้ง ๕ ฉบับไป ซึ่งทางคณะรัฐมนตรีก็ได้ให้หน่วยงาน หลายหน่วยงานได้รับผิดชอบร่วมกันพิจารณา แล้วมีการทำความเห็น มีการทำข้อเสนอแนะ มีการพิจารณาในรายละเอียดหลายอย่าง รวมทั้งรายละเอียดปลีกย่อยที่ท่านได้เสนอกรอบ ของพระราชบัญญัติมาโดยรวมว่ามีรายละเอียดที่ควรทำในหลายเรื่อง ผมคิดว่าในส่วนรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นคงได้รับข้อมูลแล้วนำหลายส่วนไปพิจารณาร่วม แต่โดยส่วนรวม ซึ่งได้ผ่านมาเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้าง