ธนกร แจงจัดสรรสื่อ 300 ล้านโปร่งใส ยันสนับสนุนสื่อสร้างสรรค์-เปราะบาง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๕

ธนกร ศรีสุขใส ชี้แจงถึงความโปร่งใสและขั้นตอนการพิจารณาทุนของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยย้ำถึงความเปิดเผย ระบบตรวจสอบได้ และกระบวนการคัดเลือกที่ผ่านหลายขั้นตอน รวมถึงเหตุผลการให้ทุนซ้ำกับผลงานที่มีคุณภาพและต่อเนื่อง พร้อมเปิดเผยว่าทุนกว่า 300 ล้านบาทในปี 2564 ถูกจัดสรรครอบคลุมโครงการหลากหลายขนาด ทั้งการสนับสนุนกลุ่มชาติพันธุ์และกลุ่มเปราะบาง เพื่อส่งเสริมสื่อเพื่อสังคมพหุวัฒนธรรมและความปรองดอง รวมถึงเน้นการส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อ การรับมือข่าวลวง และการผลิตสื่อคุณภาพโดยประชาชนและเยาวชนผ่านโครงการต่างๆ ของกองทุน

นายธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุน ขออนุญาตรับข้อเสนอแนะของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ และขออนุญาตที่จะตอบ ในบางประเด็นนะครับ บางประเด็นก็อาจจะตอบรวม ๆ กัน เรื่องของความโปร่งใสในการ พิจารณาทุน กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ผมซึ่งคิดว่าก็อยู่มาหลายองค์กร แล้วก็ดูการทำงานของหลายหน่วยงาน ผมก็ยืนยันว่าวันนี้เราเป็นหน่วยงานหนึ่งที่เปิดเผยข้อมูล มากที่สุดครับ แล้วก็พร้อมที่จะให้มีการตรวจสอบในทุกขั้นตอน แต่ก็อย่างที่ทุกท่านทราบว่า ในการพิจารณาทุนอย่าง ๒ ปีที่ผ่านมา ปี ๒๕๖๓ มีผู้ยื่นขอทุน ๑,๔๖๐ โครงการ ปี ๒๕๖๔ มีผู้ขอทุน ๑,๓๐๐ กว่าโครงการ มูลค่าที่ขอมารวมแล้ว ปี ๒๕๖๓ ขอมา ๕,๗๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๔ เยอะกว่าอีกครับ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในขณะที่เรามีเงินอยู่ในการจัดสรรทุน แต่ละปีโดยเฉลี่ยก็ ๓๐๐ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ กองทุนเราได้รับงบประมาณประจำปี ปีละ ๕๐๐ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ ซึ่งเป็นอีก ๒๐๐ ล้านบาท หรือประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นงบดำเนินการเองของกองทุน รวมถึงงบบริหารจัดการด้วยนะครับ ทีนี้อย่างที่ผมเรียน ไปแล้วว่าทุกครั้งเวลาประกาศผลทุนก็จะมีคนที่ผิดหวังแล้วก็ไม่ได้รับทุน ก็จะมีการออกข่าว รวมถึงร้องเรียนทุกครั้ง ในสภาผู้แทนราษฎรก็ดี ในวุฒิสภาก็ดี เราก็มีหน้าที่มาชี้แจงทุกปี แต่ว่าไปดูรายละเอียดจริง ๆ ผมยืนยันว่ากองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์มีหลักเกณฑ์ ที่ชัดเจน หลักเกณฑ์ที่ชัดเจนก็คือว่าเป็นไปตามประกาศในการให้ทุนแต่ละปี ประกาศสาธารณะ แล้วประชาสัมพันธ์ โดยเปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็นแล้วก็เผยแพร่ รวมถึงประกาศ ทางเว็บไซต์ (Website) ซึ่งการขอทุนนั้นเราใช้ระบบดิจิทัล (Digital) ร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนกระบวนการพิจารณา ผมยืนยันว่ากองทุนมีคณะกรรมการเยอะที่สุด ประมาณ ๕ ขั้นตอน ตั้งแต่สำนักงานดูเอกสารเบื้องต้น กลั่นกรองความถูกต้องครบถ้วนของเอกสาร จากนั้นเราก็มีผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกทั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แล้วก็นักวิชาการ หรือผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการศึกษาอยู่ประมาณปีหนึ่งประมาณ ๑๐ คณะ ทำหน้าที่ กลั่นกรองข้อเสนอโครงการเบื้องต้น ผ่านจากเบื้องต้นมาแล้วก็ไปที่คณะอนุกรรมการกลั่นกรอง และพัฒนาโครงการ ซึ่งคณะกรรมการกองทุนชุดใหญ่เป็นผู้ตั้งขึ้น เสร็จแล้วจากขั้นตอนที่ ๓ ก็ไป ขั้นตอนที่ ๔ คือส่งให้กับอนุกรรมการบริหารกองทุนซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา ๒๓ แล้วสุดท้ายก็เสนอรายละเอียดให้ทางคณะกรรมการกองทุนรับทราบ ตอนที่ขอทุนตอนที่ ในกระบวนการกลั่นกรองและคัดเลือก สำนักงานเองก็ไม่ทราบว่าจะมีบริษัทไหน หรือกลุ่มไหน ได้บ้างนะครับ เราก็มาทราบตอนที่ประกาศแล้ว อย่างปี ๒๕๖๔ เรามีผู้ผ่านการคัดเลือก อยู่ ๙๕ โครงการ ใน ๙๕ โครงการก็ไปพบว่าจริง ๆ มีผู้ที่เคยได้รับทุนเดิมอยู่ประมาณ ๑๑-๑๒ ราย ก็เป็นไปอย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กล่าวนะครับ บางท่านเคยได้ทุน ปี ๒๕๖๒ แล้วก็มีผลงานดี ขออนุญาตยกตัวอย่างว่าอย่างโครงการบรูด้าน้อยผจญภัย ซึ่งก็เคยได้รับทุนต่อเนื่องเหมือนกัน แล้วล่าสุดโครงการนี้ก็ได้รับการซื้อลิขสิทธิ์ไปออกอากาศ ในแพล็ตฟอร์ม เน็ตฟลิกซ์ (Platform Netflix) ซึ่งทำเป็นหนังแอนิเมชัน (Animation) จำนวน ๑๕ ตอน ก็เป็นความภาคภูมิใจของกองทุนว่าคอนเทนต์ (Content) ที่เราผลิต ก็สามารถออกสู่สายตาของประชาคมโลกได้ ก็เรียนยืนยันว่ากองทุนให้ความสำคัญในเรื่อง ของความโปร่งใสในการบริหารจัดการในกระบวนการพิจารณาทุนครับ

มาข้อสังเกตของท่านศรัณย์ได้ตอบไปแล้วนะครับ ของท่านมานพที่ท่าน พูดถึงว่า ๒๐ กว่าล้านบาทเป็นทุนสำหรับเด็ก ซึ่งทั้งหมดนี้ ๓๐ กว่าโครงการ ๓๙ โครงการ แต่งบรวมของการจัดสรรทุนอย่างที่ผมเรียนไปแล้วว่า ๓๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๔ ที่ท่าน ไปเห็นว่าตัวเลขสูงสุดทำไมมันมีโครงการใหญ่ ๓๐ ล้านบาท แล้วโครงการเล็กนี่แค่ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท อันนั้นเป็นไปตามประกาศของกองทุนนะครับ ก็คือว่าเราต้องการให้มี โครงการหลายระดับตั้งแต่โครงการขนาดใหญ่ โครงการขนาดกลาง และโครงการขนาดเล็ก โครงการขนาดเล็กก็ต้องการเปิดพื้นที่สร้างโอกาสให้กับผู้ขอทุนที่เป็นคนเล็กคนน้อย ผู้ขอทุน หน้าใหม่ นักเรียนซึ่งอายุไม่ต่ำกว่า ๒๐ ปี ก็ยังสามารถขอทุนที่กองทุนได้นะครับ ทุกอย่าง ก็เป็นไปตามหลักเกณฑ์นะครับ

ส่วนอีกอันหนึ่งที่น่าสนใจมาก ๆ เรื่องของการนำเสนอ ส่วนเรื่องของชนกลุ่มน้อย หรือกลุ่มชาติพันธุ์ที่ท่านสมาชิกได้ให้เกียรติพูดถึงนะครับ เมื่อสักครู่ผมไปนั่งไล่ดูก็มีหลากหลาย โครงการเหมือนกันนะครับ ในปี ๒๕๖๔ ก็มีอยู่ ๙ โครงการ แล้วก็รวมงบประมาณเกือบ ๑๐ ล้านบาท ก็เป็นความภาคภูมิใจอันหนึ่งของกองทุนในการทำงานร่วมกับกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งมีทุกปีสำหรับกลุ่มชาติพันธุ์ แล้วก็เป็นประเภทของทุนที่เราได้กำหนด อย่างประเภท เปิดรับทั่วไปในกลุ่มคนพิการ กลุ่มคนด้อยโอกาส อันนั้นก็รวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์ด้วยนะครับ

ในประเด็นเรื่องของการส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ให้เข้าใจแล้วก็ รับมือกับสถานการณ์ความขัดแย้งในสังคม โดยภาพรวมก็คือว่าทุกปี ทั้งปี ๒๕๖๔ แล้วปีนี้ ปี ๒๕๖๕ กองทุนจะมีประเด็นในการให้ทุนในเรื่องของการส่งเสริมการสร้างสื่อเพื่อส่งเสริม สังคมพหุวัฒนธรรม แล้วก็มีประเด็นในเรื่องของการสร้างความสามัคคีหรือความปรองดอง ของคนในชาตินะครับ

ส่วนประเด็นเรื่องของการส่งเสริมผู้ประกอบวิชาชีพสื่อในการที่จะรายงาน ข้อเท็จจริงที่ประชาชนควรจะรู้ ปีนี้เป็นปีแรกที่เราได้ริเริ่มในการที่จะขยับทำงานร่วมกับ สมาคมวิชาชีพสื่อ ๔-๕ สมาคม เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ผมคิดว่าปีหน้าเราก็จะได้มารายงาน ให้ท่านได้ทราบความคืบหน้า ส่วนประเด็นที่มีสมาชิกได้ให้ข้อสังเกตเรื่องยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์กองทุนชัดเจนมากว่าต้องการที่จะให้ประชาชนทั่วไป คนส่วนใหญ่ของประเทศ ทั้ง ๖๗ ล้านคนได้เข้าถึงสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ อย่างน้อยที่สุดได้มีโอกาสในการร่วม กับแนวทางการทำงานของกองทุน ยุทธศาสตร์ของเราก็คือเราต้องการส่งเสริมให้ประชาชน คนไทยมีทักษะในการรู้เท่าทันสื่อ ง่าย ๆ เลยว่าเป็นผู้เปิดรับสื่อที่ดี มีสติ รู้ทันข่าวลวง ข่าวปลอม เฟกนิวส์ (Fake news) ให้สามารถแยกแยะวิเคราะห์ได้ ไม่เชื่อ ไม่แชร์ (Share) อะไรที่ง่าย ๆ รวดเร็ว สูงขึ้นไปกว่านั้นก็ต้องการให้มีส่วนร่วมในการที่จะมาเป็นกลไกในการที่ จะเฝ้าเตือน เฝ้าระวัง หรือคัดกรองในสื่อที่ไม่ปลอดภัยไม่ดีทั้งหลาย เรายังมีกระบวนการ ในการที่ต้องการจะส่งเสริมในระดับที่สูงขึ้น มากขึ้นไปกว่านั้นอีกก็คือว่าต้องการเห็นทุกคน ในยุคที่ทุกคนเป็นสื่อได้ ก็อยากให้โอกาสที่เราเกิดแพล็ตฟอร์ม (Platform) ใหม่ของสื่อภูมิทัศน์ สื่อที่เกิดขึ้นใหม่ ก็ให้คนที่มีศักยภาพได้มีโอกาสในการสร้างสรรค์สื่อดี ๆ เพราะฉะนั้นก็ส่งเสริม ให้ทุกคนลุกขึ้นมา อย่างปีนี้ก็มีโครงการในการให้เด็กและเยาวชนนี้ผลิตสื่อประกวดกัน เรามีคนที่สมัครเข้าโครงการ ๙๐๐ กว่าราย แล้วก็มีสื่อที่ส่งเข้าประกวด ๗๐๐ กว่าราย ๘๐๐ กว่าราย ล่าสุดที่กำลังคัดอยู่ก็เหลือจังหวัดละ ๓ ราย อันนี้ก็ถือว่าเป็นการเปิดพื้นที่ เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์คือเราต้องการเห็นคนไทยมีความตื่นรู้ มีทักษะในการรู้เท่าทันสื่อ และเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพสามารถรับมือข่าวลวง ข่าวปลอมได้ ร่วมกันขับเคลื่อนสังคม ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ (Content) ดี ๆ เนื้อหาดี ๆ เพื่อที่จะให้พื้นที่สื่อมีสื่อดีมากกว่า สื่อแย่ ๆ ก็ต้องขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่าน ข้อสังเกตของทุกท่านผมมีทีมงานที่จดไว้ ในทุกประเด็น แล้วก็ต้องไปรายงานกับคณะกรรมการประเมินผลการดำเนินงานของกองทุน ตามมาตรา ๓๓ และมาตรา ๓๔ ซึ่งจะซักถามเราทุกประเด็นที่สมาชิกตั้งข้อสังเกตว่ากองทุน มีแผนในการดำเนินการอย่างไร เพราะฉะนั้นเรียนให้ท่านประธานแล้วก็ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทราบในความตั้งใจของกองทุนครับ ขอบพระคุณครับ