มานพ ตั้งคำถามจัดสรรงบกองทุนสื่อ ชี้ไม่โปร่งใส-ไม่เท่าเทียม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๕

มานพ คีรีภูวดล แสดงความกังวลต่อการบริหารงบประมาณของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและความไม่สมดุลในการจัดสรรเงินระหว่างโครงการต่างๆ เช่น โครงการฟื้นฟูชีพชาติพันธุ์ที่ได้รับเพียง 190,000 กว่าบาท ขณะที่โครงการภาพยนตร์พระร่วงได้รับถึง 30 ล้านบาท พร้อมเรียกร้องให้ชี้แจงเกณฑ์การพิจารณาและเพิ่มประสิทธิภาพการสนับสนุนสื่อสร้างสรรค์อย่างทั่วถึง รวมถึงเน้นบทบาทของสื่อในการสื่อสารข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวิกฤตผู้ลี้ภัยจากเมียนมาร์และการจัดสรรงบประมาณที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของพื้นที่เปราะบางทางสังคม

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ขออภิปรายรายงานของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ต้องขอบคุณทางกองทุน ได้ส่งวารสารมาให้ทางผมแล้วก็เพื่อนสมาชิกพรรคก้าวไกล เราก็ได้ติดตามวารสารของท่าน ทุกฉบับ อันนี้ต้องขอบคุณ ทีนี้ผมคิดว่าผมอยากจะแสดงความเห็นในประเด็นเรื่องการ บริหารจัดการเรื่องงบประมาณ เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกก็ได้อภิปรายไปแล้วนะครับ เราพบว่า กลุ่มที่ได้รับทุนต่อเนื่อง อันนี้ก็เป็นประเด็นคำถามว่ามันมีเหตุมีผลอย่างไร แล้วไม่ใช่เฉพาะ ในเหตุผลในคำถามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันนี้กลุ่มพี่น้องประชาชนเขาถามมา ทีนี้ ประเด็นที่ผมอยากจะแสดงความเห็นในเรื่องของงบประมาณ งบประมาณของกองทุนโดยรวม เอาเลขกลม ๆ ก็คือประมาณ ๕๘๙ ล้านบาท ต่าง ๆ เหล่านี้ก็ว่าไป ในปีงบประมาณปี ๒๕๖๔ จำนวน ๕๘๙ ล้านบาท เป็นงบประมาณที่ไปสนับสนุนโครงการแค่ ๒๒ ล้านบาทกว่า ๆ อันนี้ ถ้าเราเทียบตัวงบประมาณและการสนับสนุน ๙๕ โครงการเหล่านี้ ผมคิดว่าอันนี้เป็นสัดส่วน ค่อนข้างที่จะน้อยมาก อันนี้ประเด็นแรกนะครับว่าทำอย่างไร งบที่จะนำไปสู่การสนับสนุน ผู้ผลิตสื่อสร้างสรรค์ในพื้นที่ต่าง ๆ ในกลุ่มต่าง ๆ เข้าถึงงบประมาณให้มากที่สุด กระจาย ให้มากที่สุด อันนี้คือเราจะทำอย่างไร กรรมการบริหารกองทุนจะออกแบบยุทธศาสตร์ ออกแบบงานตรงนี้ได้อย่างไร

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธาน เรามาดูในงบประมาณในรายละเอียดนะครับ เราพบว่ามันมีความแตกต่างของตัวงบประมาณ มันมีโครงการหนึ่งนะครับ โครงการพัฒนา ชุดความรู้เกี่ยวกับการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานสำหรับชาติพันธุ์ได้รับอยู่ ๑๙๐,๐๐๐ กว่าบาท โครงการที่ ๑๗ แล้วก็อีกโครงการหนึ่งโครงการภาพยนตร์เรื่องพระร่วงพระราชาผู้ทรงธรรม ได้รับงบประมาณ ๓๐ ล้านบาท ๑๙๐,๐๐๐ บาท กับ ๓๐ ล้านบาท หลักเกณฑ์และมาตรฐาน ที่กรรมการผู้พิจารณาโครงการเอาหลักเกณฑ์อะไรครับ พี่น้องชาติพันธุ์ในประเทศนี้อย่างน้อย ที่สุดในข้อมูลทางวิชาการมีอยู่ ๔๖ กลุ่ม ประชากรประมาณ ๖ ล้านกว่าคน แบ่งเป็นกลุ่ม ที่อยู่บนพื้นที่สูง กลุ่มที่อยู่ในพื้นที่ทะเล แล้วก็พื้นที่ราบ พื้นที่ราบความสุ่มเสี่ยงที่จะสูญเสีย อัตลักษณ์วัฒนธรรมตัวเองสูงมาก เพราะว่าสังคมส่วนใหญ่กลืน แต่พอมาดูงบประมาณครับ ในเรื่องนี้มีอยู่แค่ ๑๙๐,๐๐๐ บาท ขณะที่อีกโครงการหนึ่งพระร่วงพระราชาผู้ทรงธรรม ตั้ง ๓๐ ล้านบาท ผมคิดว่าเป็นประเด็นคำถามนะครับว่า ในกระบวนการจัดสรรงบประมาณ ของคณะกรรมการจัดสรรงบประมาณของกองทุนมีเกณฑ์อย่างไร มีเงื่อนไขอย่างไร อันนี้ คือประเด็นที่ผมอยากจะซักถามนะครับ

ส่วนที่ ๒ ที่ผมอยากจะแลกเปลี่ยนเพื่อให้เกิดกระบวนการขับเคลื่อนต่อไป ให้มันเป็นสื่อที่ประชาชนเข้าใจแล้วก็มีการสร้างสรรค์จริง ๆ ท่านประธานครับ ในสถานการณ์ ความขัดแย้งของประเทศเพื่อนบ้าน คือที่ประเทศเมียนมาร์เมื่อวานนี้ก็มีการสู้รบกันนะครับ สู้รบกันแล้วก็มีคนอพยพมาอยู่ที่ฝั่งไทย ๓๐๐ กว่าคน แล้วสถานการณ์อย่างนี้มันเกิดขึ้นปีกว่า เกือบ ๒ ปีแล้วนะครับ พี่น้องระหว่าง ๒ ฝั่งชายแดนนั้นบางทีเขาก็เป็นเครือญาติกัน การอพยพหนีภัยสงครามข้ามมาในประเทศไทย ผมคิดว่าถ้าหากเราไม่สื่อสารข้อเท็จจริง เราไม่ได้สื่อสารข้อมูลให้กับพี่น้องอีกฝั่งหนึ่งที่อยู่ฝั่งไทยเข้าใจเรื่องนี้ แทนที่จะเกิดความเห็นใจ ความเข้าใจในฐานะเพื่อนมนุษย์ที่อยู่ร่วมโลกนี้ ในฐานะมนุษยชนมันจะเกิดความขัดแย้ง ผมคิดว่าอันนี้บทบาทของสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จะต้องทำ บทบาทเหล่านี้เป็นบทบาท ที่จะต้องสนับสนุนบุคคลและองค์กรหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการสร้างพื้นที่กลาง พื้นที่สื่อสาร ให้กับผู้คนในสังคมที่จะต้องเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งในพื้นที่ความขัดแย้งกลาย ๆ ถึงแม้ว่าไม่ได้อยู่ในพื้นที่สู้รบหรือว่าเกี่ยวข้องโดยตรง เราจะเห็นว่าในพื้นที่กรณีความขัดแย้ง ที่ยูเครนกับรัสเซียอยู่คนละโลกเลยนะครับ แต่คนไทยคนในพื้นที่ได้รับรู้ ได้สัมผัส ได้เข้าใจ ได้ติดตาม ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่ที่ใกล้บ้านเรา พื้นที่ชายแดนเราติดกับประเทศเพื่อนบ้าน เมียนมาร์นะครับ ตั้งแต่แม่ฮ่องสอนถึงระนอง เพราะฉะนั้นก็คือว่าพื้นที่ความขัดแย้ง ความรุนแรงที่เกิดขึ้นตลอดแนวชายแดนของประเทศไทยส่งผลกระทบถึงคนไทยที่อยู่ในพื้นที่ ในเขตแดนไทยอย่างไร เมื่อมีการหนีตายก็ต้องเข้ามา ผมคิดว่าบทบาทของการสื่อสาร หรือว่า การสนับสนุนองค์กรที่ทำเรื่องนี้ด้านสิทธิมนุษยชน เรื่องของการช่วยเหลือ เรื่องสิทธิของ ผู้ลี้ภัย หรือแม้กระทั่งเด็ก ผมดูในคลิป (Clip) นี่ผมตกใจเด็กผู้หญิง ผู้สูงอายุ ผู้ที่ไม่มีทางที่จะ ต่อสู้กับคนที่แข็งแรง คนที่มีอำนาจกระบอกปืน พื้นที่เหล่านี้ผมคิดว่าคณะกรรมการ สื่อสร้างสรรค์จะต้องมาพิจารณาเป็นพิเศษ เพราะว่าถ้าหากเราไม่ได้หยิบยกความขัดแย้งตรงนี้ แทนที่ว่าบ้านเราจะปลอดภัย ผมคิดว่าความปลอดภัย ในแง่ของความเข้าใจโดยเบื้องต้นจะเกิด ทัศนคติที่ไม่ดีต่อผู้ลี้ภัย ดังนั้นท่านประธานครับ ผมอยากจะสรุปสั้น ๆ อย่างนี้ว่ากระบวนการ จัดสรรงบประมาณ ๕๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ทำอย่างไรให้มันมีตัวเลขในการสนับสนุนโครงการ ต่าง ๆ ให้เพิ่มขึ้น อันนี้ประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ สัดส่วนในการสนับสนุนโครงการที่มันมีความห่างกันมากอย่างนี้ มันมีหลักเกณฑ์อะไร มันมีเหตุผลอะไร ๑๙๐,๐๐๐ บาท กับ ๓๐ ล้านบาท

ประเด็นที่ ๓ ก็คือว่าการเปิดพื้นที่ที่มันล่อแหลมในแง่ของความปลอดภัย ทางมนุษยชนกับสังคมไทย ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ