พิสิฐ ลี้อาธรรม ซักถามถึงผลการตรวจสอบของ สตง. และผลกระทบทางการเงินของสำนักงานประกันสังคมในปี 2563 ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยเฉพาะรายได้ที่ลดลงและรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น พร้อมแสดงความห่วงใยต่อการบริหารจัดการเงินกองทุนในระยะยาว ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดสรรเงินบำนาญ การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนต่ำ การฝากเงินในอัตราดอกเบี้ยต่ำ และข้อเสนอการใช้เงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประกันตนที่อาจขัดหลักการองค์การแรงงานระหว่างประเทศ เรียกร้องให้มีการแยกบัญชีรายรับ-รายจ่ายอย่างชัดเจนและชี้แจงความมั่นคงของกองทุนเพื่อความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นในอนาคต
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นท่านประธานครับ ผมขอขอบคุณทางสำนักงานประกันสังคมที่ได้กรุณามาให้ข้อมูล แล้วก็มาชี้แจงครับ รายงานฉบับนี้ก็เป็นรายงานที่ทาง สตง. ได้ตรวจสอบแล้วก็ให้การรับรอง อย่างไม่มีเงื่อนไข ก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ แต่อย่างไรก็ตามผมก็จะมีข้อซักถาม บางประการที่อยากจะให้ทางประกันสังคมได้ช่วยชี้แจงเพื่อความกระจ่างแล้วก็เพื่อประโยชน์ ต่อการทำงานในระยะยาวนะครับ งบนี้เป็นงบของปี ๒๕๖๓ ซึ่งก็คือเป็นปีที่มีโควิด (COVID) เกิดขึ้น ก็ต้องเข้าใจครับว่าก็จะมีผลกระทบต่อรายได้รายจ่ายของสำนักงาน ก็คือเรื่องของเงิน ที่เข้ามา ผมก็รับได้ที่เงินจะต้องลดลง รายจ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งก็ปรากฏว่าปี ๒๕๖๓ รายได้ก็ลด จากปี ๒๕๖๒ จาก ๒๑๗,๐๐๐ ล้านบาท เหลือ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ขณะที่รายจ่ายเพิ่มขึ้น จาก ๙๔,๐๐๐ มาเป็น ๑๓๔,๐๐๐ โดยสรุปก็คือจากปี ๒๕๖๒ ซึ่งเคยเกินดุลหรือมีรายได้ มากกว่ารายจ่าย ๔๕,๐๐๐ กลายเป็นว่าติดลบ ๖,๔๐๐ ซึ่งอันนี้ก็หวังว่าจะเป็นเรื่องเฉพาะหน้า เป็นเรื่องชั่วคราว ถ้าโควิด (COVID) หายไปเรื่องนี้ก็ต้องกลับสู่ปกตินะครับ ผมก็ไม่ได้มีประเด็น ที่จะว่ากล่าวในเรื่องนี้ แต่ที่ผมอยากจะเห็นท่านดูแลต่อก็คือเงินของกองทุนประกันสังคม นี่ครับ แท้ที่จริงแล้วมันมี ๒ ลักษณะ
ลักษณะที่ ๑ ก็คือเงินที่เป็นการจ่ายเฉพาะหน้าปีต่อปี เช่น เรื่องรักษาพยาบาล เรื่องเจ็บป่วย หรือเรื่องของการดูแลคลอดบุตร การเสียชีวิต เหล่านี้เป็นต้นครับ นั่นก็ของ ประเภทหนึ่ง อีกประเภทหนึ่งคือเงินที่ต้องเก็บระยะยาวเพื่อใช้สำหรับชราภาพ ก็คือว่าคนที่ จ่ายปีนี้อาจจะต้องรอไปอีก ๒๐ ๓๐ ปีที่จะได้รับเงินเพราะว่าอายุยังไม่ถึง เพราะว่ายังไม่ ถึงเกณฑ์ เพราะฉะนั้นเงินก้อนลักษณะแรกถ้าหากขาดแคลนขาดเหลือก็อาจจะมีการขึ้น อัตราหรือลด อันนี้ก็คงจะพอแก้ขัดได้ แต่เงินระยะยาวนี่ครับ เงินที่ต้องใช้สำหรับการจ่าย บำนาญในอนาคตเราจะต้องมีระบบที่จะดูแลรับประกันได้ว่าคนรุ่นนี้ที่เขาจ่ายตอนนี้เขาจะมี ความชัดเจนว่าในอีก ๒๐ ๓๐ ปีข้างหน้าเวลาที่เขาชราแล้วจะต้องมีเงินให้เขา ไม่ใช่ว่า พอถึงเวลานั้นหมด ณ เวลานี้งบดุลที่ท่านแสดงอยู่ก็ดี หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่ท่านให้มาก็ดียังไม่มี การยืนยันในส่วนนี้ ผมจึงต้องพยายามที่จะต้องขุดข้อมูลขึ้นมาว่าตกลงเงินที่จะต้องจ่าย เพื่อการชราภาพมีมากน้อยแค่ไหน แล้วผมก็ตกใจครับว่าถ้าหากผมเอาทุนที่ท่านแสดงอยู่ ในงบในหน้า ๕ ในส่วนที่ว่าจัดสรรเพื่อค่าประโยชน์ทดแทนกรณีอื่นนอกจากชราภาพมาหัก จากทุนทั้งหมด ผมก็สมมุติว่าส่วนที่เหลืออยู่น่าจะเป็นของชราภาพ ปรากฏว่าส่วนนี้ลดจาก ๖๐๒,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๒ เหลือ ๕๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็อยากจะให้ท่านช่วยชี้แจงว่า เงินที่คุณจะกันไว้ให้กับชราภาพในอนาคตยังอยู่ดีหรือไม่ ข่าวลือข่าวอ้างที่ว่าอีกไม่กี่สิบปี ข้างหน้าเงินจะหมด มันจริงเท็จแค่ไหน เพื่อจะได้เป็นความมั่นใจให้กับคนรุ่นใหม่ ๆ ที่เขา ต้องจ่ายเงินเข้าประกันสังคมว่าถึงเวลานั้นแล้วจะมีเงินจ่ายเขา นี่ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่อยาก จะให้ท่านได้ช่วยอธิบายครับ และจริง ๆ แล้วผมอยากจะเสนอให้ทางสำนักงานแยกเงินของ ประกันสังคมออกเป็น ๒ ส่วนให้ชัดเจนครับ แยกบัญชีว่าเงินส่วนที่เป็นของชราภาพมีรายรับ รายจ่ายเท่าไร ณ เวลานี้ท่านแยกเป็นมาตรา มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๐ ซึ่งมันไม่ได้ มีความสามารถที่จะมาทำตรงนี้ได้ มาใช้ในการแยกแยะได้ ก็อยากจะเสนอว่าในการชี้แจง ครั้งต่อไปช่วยทำบัญชีแยกให้เห็นว่าเงินที่เป็นลักษณะชราภาพแต่ละปี ๆ มีเงินเข้าเงินออก จำนวนเท่าไร เป็นบวกหรือเป็นลบ นั่นก็เป็นเรื่องที่ ๑ นะครับ
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะขอคอมเมนต์ (Comment) ก็คือเรื่องของผลตอบแทน สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและตลาดเงินตลาดทุนโลกตอนนี้กำลังว้าวุ่นมาก ผลตอบแทน ย่อมติดลบ อันนี้เป็นธรรมดาครับ อยากจะให้ท่านได้ชี้แจงว่าในรอบปี ๒๕๖๓ หรือแม้กระทั่ง ปี ๒๕๖๔ ซึ่งปิดไปแล้ว และปี ๒๕๖๕ ซึ่งวันนี้จะเป็นวันสุดท้าย ผลตอบแทนการลงทุนของ ประกันสังคมออกมาแล้วเท่าไรจากเงินที่ท่านมีอยู่ประมาณ ๒ ล้านล้านบาท นี่ก็เป็นเรื่องหนึ่ง เพราะผมเห็นท่านเอาเงินฝากออมทรัพย์ถึง ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๓ ซึ่งเราก็เข้าใจ ดีว่าการฝากออมทรัพย์นี้ดอกเบี้ยต่ำมาก ทำไมท่านจึงเอาเงินจำนวนเป็นหมื่นล้านฝากเป็น ออมทรัพย์ ไม่คิดจะหาผลประโยชน์ และเมื่อเดือนที่ผ่านมาก็มีข่าวว่าท่านเอาเรื่องเข้า ครม. ที่จะเอาเงินประกันสังคมมาให้กู้หรือมาจ่ายให้กับผู้ประกันตน ซึ่งไอแอลโอ (ILO) เขาคัดค้าน เรื่องนี้ ผมคิดว่าในหลักการของไอแอลโอ (ILO) ในหลักการของประกันสังคม ช่วยฉายสไลด์ (Slide) ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
เงินของประกันสังคมเป็นเงิน แผ่นดิน ไม่ใช่เงินของผู้ประกันตน เพราะฉะนั้นถ้าท่านจะจ่ายผู้ประกันตนในลักษณะนี้ ท่านควรจะต้องแยกบัญชีออกมาแล้วก็แปลงเงินลักษณะนี้ให้เป็นเงินที่เป็นเงินแบบ กบข. ก็คือเป็นรายบัญชี เพราะฉะนั้นการที่ไอแอลโอ (ILO) มาคัดค้านอันนี้นะครับ ผมก็แปลกใจว่า ทำไมท่านจึงเอาเรื่องเข้า ครม. ที่จะมาทำกฎหมายเอาเงินนี้ออกมาใช้ อันนี้ผมคิดว่าท่านคง ต้องดูแลว่าให้เงินเหล่านี้มันมีการใช้อย่างถูกต้องครับ แล้วก็แน่นอนอย่างที่ผมเรียนครับ เงินที่คนรุ่นใหม่เขาจ่ายเข้าไปนี่เขาย่อมต้องการความชัดเจนว่าเวลาที่เขาเกษียณมีเงินจ่ายเขา แต่ถ้าเกิดท่านใช้วิธีการเอาเงินตรงนี้มาจ่าย ทั้งที่ในหลักวิชาการเขาไม่เห็นด้วยกันนะครับ อันนี้คงต้องชี้แจงกันหนักครับ ขอบพระคุณมากครับ