จักรพันธ์ พรนิมิตร หารือปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในกรุงเทพฯ จากเหตุการณ์ในปีก่อน พร้อมขอบคุณรัฐมนตรีที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเขื่อน 13 จุด และเสนอให้เร่งสร้างเขื่อนถาวรโดยเร่งผลักดันงบประมาณ ประสานกับเจ้าของที่ดินเอกชน และพิจารณาปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้สามารถดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะได้แม้ไม่มีความยินยอมจากเจ้าของที่ดิน โดยขอนำเสนอภาพประกอบเพิ่มเติมผ่านสไลด์เพื่อประกอบการพิจารณา
เรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จักรพันธ์ พรนิมิตร จากกรุงเทพมหานคร เขตบางกอกน้อยและ เขตบางพลัด พรรคพลังประชารัฐ ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ที่กรุณาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของเขื่อน จุดที่เราจะก่อสร้างเขื่อนถาวร ๑๓ จุด ทั่วกรุงเทพมหานคร ซึ่งก็ประกอบด้วยหลายเขต อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ทางท่านรัฐมนตรี ได้ชี้แจงก็เป็นไปตามนั้น แล้วผมก็อยากจะขออนุญาตเพิ่มเติมโดยขออนุญาตฉายภาพสไลด์ (Slide) จากห้องโสตนะครับ ท่านประธานครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
ลำดับเหตุการณ์หลังจากวันที่ ๘ พฤศจิกายนในปีที่แล้ว พอช่วงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายนทางตัวแทนของพี่น้องประชาชน ในเขตของผมที่ได้รับผลกระทบวันนั้นก็ได้มอบหนังสือให้กับท่านหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ท่าน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งท่านลงพื้นที่ในวันนั้นนะครับ ในช่วงหลังจากที่น้ำท่วม ในวันที่ ๘ แล้วก็ได้ขอให้มีการก่อสร้างเขื่อนในจุดที่เป็นพื้นที่เอกชนที่เป็น ๑ ใน ๑๓ จุด ที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงเมื่อสักครู่นะครับ ซึ่งจากวันนั้นผมก็ได้ดำเนินการผ่านกลไกของสภา ก็คือได้ตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนะครับ ท่าน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ในฐานะที่ท่านกำกับดูแลกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่จะแก้ปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชน ซึ่งกระทู้ของผมก็ได้รับการบรรจุแล้วก็ตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ซึ่งท่านก็ได้ตอบแจ้งข้อมูลว่าตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะที่กำกับดูแลกรุงเทพมหานคร โดยท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในขณะนั้นท่าน พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ท่านก็ ได้รับปัญหานี้ไปดำเนินการแล้วก็เป็นโครงการที่ท่านรัฐมนตรีท่านอธิรัฐได้ชี้แจงเมื่อสักครู่ คือ ๑๓ จุดทั่วกรุงเทพมหานครก็จะมีการก่อสร้างเพื่อปิดจุดฟันหลอเหล่านี้เป็นการถาวร ซึ่งในวันนั้นท่านรัฐมนตรี วันที่ ๒๐ มกราคมนะครับ ซึ่งหลังจากนั้นผมก็ได้ไปติดตาม จากกรุงเทพมหานครก็ทราบว่าในวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ คือหลังจากที่ผมได้ตั้งกระทู้ถามไป ในเดือนมกราคม ไม่ถึงเดือนทางท่านอดีตผู้ว่าท่านอัศวิน ขวัญเมือง ท่านก็ได้อนุมัติ งบประมาณซึ่งเป็นงบกลางกรุงเทพมหานครเองนะครับ ในการก่อสร้างเขื่อนถาวรทั้ง ๑๓ จุด โดยผมยกตัวอย่างจุดที่ท่านรัฐมนตรีอธิรัฐได้กล่าวเมื่อสักครู่นะครับ อันนี้เป็นจุดบริเวณ เชิงสะพานกรุงธนที่ผมได้ลงพื้นที่ไปดู ซึ่งผมคิดว่าเป็นจุดที่หนักที่สุดนะครับ เพราะว่าท่วม นอนไม่ได้ในวันนั้นพูดง่าย ๆ แล้วก็ท่วมซ้ำซากมาเป็นเวลาเกือบ ๓๐ ปีแล้วนะครับ เพราะว่า เป็นพื้นที่เอกชนที่เขาไม่อนุญาตให้สร้าง แต่ปัจจุบันภายใต้การกำกับดูแลงานของรัฐบาล แล้วก็ทางกรุงเทพมหานครในอดีตที่ผ่านมาก็ได้เจรจากับชาวบ้าน เจรจากับเจ้าของที่ แล้วก็ ผลักดันงบประมาณลงมาแล้ว ผมขออนุญาตยกตัวอย่างบริเวณนี้บริเวณเดียวนะครับ ก็จะมี ความยาว ๘๕ เมตร ใช้งบประมาณ ๓๐ ล้านบาทในการก่อสร้าง ซึ่งท่านรัฐมนตรีก็ได้แจ้งไป เมื่อสักครู่แล้วนะครับว่าจะมีการก่อหนี้แล้วก็เริ่มก่อสร้างในช่วงไม่กี่เดือนหลังจากนี้ ซึ่งก็ขอขอบพระคุณทางรัฐบาล แล้วก็เชื่อว่าทางพี่น้องประชาชนคงมีความสบายใจมากขึ้น แล้วก็คิดว่าหน้าน้ำแม้ว่าหน้าน้ำในปีนี้อาจจะยังต้องเสี่ยงอยู่ แต่ว่าพอถึงปีหน้าเมื่อเขื่อน ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยตามแผนก็คงจะได้ปลอดภัยจากจากอุทกภัยที่ซ้ำซากมาเป็นเวลา ๓๐ ปีในบริเวณนั้นนะครับ นอกจากนี้ยังมีบริเวณอื่น ๆ ที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงเมื่อสักครู่ อย่างเขตของท่าน ส.ส. กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ เขต ๑ หรือท่าน ส.ส. พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เขตปทุมวัน เขตสาทร บางรัก ซึ่งก็ได้รับผลประโยชน์จากการผลักดันในครั้งนี้ของทางรัฐบาลด้วย ก็กราบขอบคุณครับ อย่างไรก็ตามผมมีกรณีจากจุดที่ผมยกตัวอย่าง เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีว่าเป็นปัญหาของ พี่น้องประชาชนว่าเมื่อต้องมีการอนุญาตจากทางเจ้าของที่นะครับ แต่ว่าบางแห่งเขาไม่ อนุญาต แต่ว่าเมื่อเกิดอุทกภัย เมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้นมันกระทบกับชาวบ้านเป็นวงกว้าง ดังนั้น ในคำถามที่ผมจะขออนุญาตเรียนถามในคำถามที่ ๒ ท่านประธานเป็นคำถามสุดท้ายก็คงจะ เป็นภาพกว้างว่าทางกระทรวงคมนาคมโดยกรมเจ้าท่าเองนี่ เราสามารถที่จะบังคับใช้ กฎหมายหรือมีนโยบายอย่างไรบ้างที่จะแก้กฎหมายระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีการก่อสร้าง เขื่อนถาวรเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมในการป้องกันสาธารณภัยแบบนี้หรือไม่อย่างไร อย่างจุดที่ผมยกตัวอย่างนี้ต้องรอเป็น ๓๐ ปีกว่าเจ้าของที่เขาจะอนุญาต ระหว่าง ๓๐ ปีนั้น ประชาชนก็ได้รับความเดือดร้อนเกือบทุกหน้าน้ำอย่างนี้นะครับ ก็เป็นคำถามสุดท้ายจะถาม ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าทางกระทรวง ทางกรมเจ้าท่าเองมีแนวนโยบายอย่างไรบ้างที่จะช่วย แก้ปัญหาเหล่านี้ให้กับพี่น้องประชาชนในระยะยาวครับ กราบขอบพระคุณครับ