สารี อ๋องสมหวัง กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่หลังการนำเสนอข้อมูลด้วยสไลด์ ก่อนชี้แจงความก้าวหน้าและบทบาทของสภาองค์กรของผู้บริโภคในฐานะนวัตกรรมทางสังคมแห่งแรกในอาเซียน พร้อมรายงานผลการดำเนินงานด้านคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะกรณีร้องเรียนประกันโควิดและปัญหาถุงลมนิรภัยเสี่ยงชีวิต เสนอให้เสริมสร้างระบบการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเป็นระบบ ผลักดันมาตรฐานสินค้า และเรียกร้องการสนับสนุนให้องค์กรผู้บริโภคมีบทบาทครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อร่วมแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนเศรษฐกิจโดยรวม
ขอบพระคุณมากค่ะ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
อย่างที่ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ให้คำแนะนำสภาองค์กรของผู้บริโภคเป็นน้องใหม่จริง ๆ รายงานที่ดิฉันรายงานเป็นเพียงรายงาน ๓ เดือนของปี ๒๕๖๔ วันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๓ สภาองค์กรของผู้บริโภคได้ถูกประกาศให้จัดตั้งโดยสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนกลางแล้วก็สนับสนุนการทำงานของสภาองค์กรของผู้บริโภค แล้วก็ต้องถือว่าเป็นความก้าวหน้าอย่างที่ท่านสมาชิกได้เรียนของประเทศไทยในการที่ถือเป็น นวัตกรรมในการมีสภาองค์กรของผู้บริโภคแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) แล้วก็ ขออนุญาตเรียนว่าสภาองค์กรของผู้บริโภคก็เป็นเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ แล้วก็มีการผลักดันอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งสามารถมีพระราชบัญญัติการจัดตั้งสภาองค์กร ของผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๖๒ แล้วก็กำหนดให้สภาองค์กรของผู้บริโภคทำหน้าที่เป็นผู้แทนของ ผู้บริโภคนะคะ เบื้องต้นใน ๘ ด้านที่สำคัญ แล้วก็ให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณในการ ดำเนินการค่ะ ซึ่งดิฉันขอขยายความนิดหนึ่งว่าในการทำหน้าที่เป็นผู้แทนกฎหมาย ก็ออกแบบให้สภาทำหน้าที่คุ้มครอง แล้วก็อย่างที่ท่านได้ให้ข้อแนะนำสภาก็ยังทำหน้าที่ได้อย่างจำกัดในปัจจุบัน ในเรื่อง การคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคซึ่งมีมากมายหลายประการ แล้วก็เราได้ทำข้อเสนอแนะ นโยบายมาตรการป้องกันคุ้มครองผู้บริโภคไปจำนวนมาก แล้วก็ตอนก่อตั้งมีสมาชิก ๑๕๑ องค์กร ขณะนี้มีสมาชิกประมาณ ๒๗๙ องค์กร แล้วเราก็เชื่อว่าการมีสภาองค์กรของ ผู้บริโภคเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายอย่างที่ท่านสมาชิกได้เรียน แล้วก็ทำอย่างไรที่จะทำให้ ทุกคนเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์กับทุกภาคส่วนแม้กระทั่งภาคธุรกิจ เพราะว่า ถ้าการคุ้มครองผู้บริโภคเข้มแข็งธุรกิจก็แข่งขันได้ดี ผู้บริโภคก็สนับสนุน ซึ่งท้ายที่สุดก็ส่งผลดี ต่อเศรษฐกิจของประเทศ แล้วก็แน่นอนมีท่านสมาชิกท่านหนึ่งได้เอ่ยถึงการที่เราจะอยู่ใน สิ่งแวดล้อมที่ดี ดิฉันคิดว่าเราเห็นร่วมกันว่าขณะนี้ฝนต่าง ๆ พืชพันธุ์ของเกษตรกรที่ออก ไม่ตามฤดูกาล ราคาพืชผลต่าง ๆ เกิดจากโลกร้อน เพราะฉะนั้นผู้บริโภคเองจะมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบในส่วนนี้อย่างไร อันนี้ก็ถือเป็นพันธกิจที่สำคัญของสภาองค์กรของผู้บริโภค อันนี้ขออนุญาตผ่านไปเลยก็เป็นยุทธศาสตร์ ๔ ปีของสภาองค์กรของผู้บริโภคและใน ๘ ด้าน กฎหมายออกแบบให้เราทำหน้าที่ เดี๋ยวดิฉันจะไปทีละประเด็น ขออนุญาตประมวลงาน ที่สภาองค์กรของผู้บริโภคดำเนินการ
ประเด็นแรกด้านการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค จะเห็นในปี ๒๕๖๔ ซึ่งเราทำงานอยู่ประมาณ ๓ เดือน มีเรื่องร้องเรียนประมาณ ๒,๐๘๓ เรื่อง ก็ต้องเรียนว่า สภาองค์กรของผู้บริโภคเกิดในช่วงที่โควิด (COVID) ระบาด เรื่องร้องเรียนจำนวนมากก็เป็น เรื่องเจอจ่ายจบ แต่จริง ๆ แล้วเจอแล้วไม่จ่ายไม่จบ เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องประกันภัยโควิด (COVID) จำนวนมากทีเดียวในเรื่องร้องเรียน ส่วน ๑๒ เดือนในปี ๒๕๖๕ ขณะนี้เราได้ ช่วยเหลือผู้บริโภคไปมากกว่า ๑๔,๖๐๐ คน แล้วก็ถ้ามาดูในเชิงมูลค่าก็จะเห็นว่าเราได้ทำให้ อย่างน้อยช่วยเหลือผู้บริโภคที่มาร้องเรียนคิดเป็นมูลค่ารวมในปีแรกตัวเลข ๓ เดือนอาจจะ ไม่เยอะ ประมาณสัก ๑๖ ล้านบาท เกือบ ๑๗ ล้านบาท ส่วนปีที่ ๒ ขณะนี้ทั้งการเจรจา ช่วยเหลือ แล้วก็การฟ้องคดีเราช่วยได้มากกว่างบประมาณที่สภาองค์กรของผู้บริโภคใช้งาน เราช่วยเหลืออยู่ได้ประมาณ ๒๙๒ ล้านบาท แต่ว่าแน่นอนอย่างที่ท่านคารมได้แนะนำว่า ขณะนี้สภาองค์กรของผู้บริโภคก็ยังมีคดีที่ดำเนินการอย่างจำกัด เนื่องจากคนก็อาจจะไม่รู้จัก สภามาก แต่ว่าสภาก็อาศัยเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคที่เป็นสมาชิกซึ่งเราก็มีอยู่ประมาณสัก ๓๙ จังหวัด ในเชิงขององค์กรสมาชิกก็ยังไม่ได้ทั่วทุกพื้นที่ของประเทศอย่างที่ท่านสมาชิก ได้ให้คำแนะนำ เราก็ได้ทำหลายเรื่อง อย่างเช่นเรื่องงานเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ ซึ่งเป็นภารกิจ อย่างเช่นเรื่องหน้ากากอนามัยที่ทำให้ยกระดับหน้ากากอนามัยที่เกิด มาตรฐานหน้ากากอนามัยที่ประชาชนใช้งาน ซึ่งควรจะเป็นมาตรฐานบังคับแทนที่เดิม เราไม่มีมาตรฐาน ซึ่งขณะนี้สภาเองและเรียนเชื่อว่าท่านสมาชิกทุกท่านคงเห็นด้วยว่าเราจะ ทำให้มีกติกาอย่างไรที่สินค้าที่จำหน่ายภายในประเทศต้องมีมาตรฐาน ไม่ใช่เราทำงานไล่ตาม มาตรฐาน เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าอันนี้ก็เป็นภารกิจที่สภาองค์กรของผู้บริโภคก็ต้องร่วมกับ ทางท่านสมาชิกทั้งหลาย ซึ่งในส่วนเรื่องที่สภาพบและขณะนี้ต้องเรียนว่าเรายังทำไม่สำเร็จ ก็คือเราพบรายที่ ๖ ที่เสียชีวิตจากถุงลมนิรภัย ซึ่งแทนที่ถุงลมนิรภัยจะช่วยชีวิต กลายเป็นว่าถุงลมนิรภัยทำให้ผู้บริโภคเสียชีวิต แล้วยังมีรถที่วิ่งในท้องถนนอีกประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ คัน อันนี้ก็ต้องทำงานต่อเพราะเชื่อว่าเรื่องพื้นฐานก็คือเรื่องความปลอดภัยของ ผู้บริโภคที่ขณะนี้ยังล้าหลังแล้วก็ล่าช้าเรื่องความปลอดภัยของผู้บริโภค ขออนุญาตไปต่อเลย อันนี้ก็อยากจะแสดงให้เห็นถึงว่าการขยายตัวของสมาชิกและเครือข่ายองค์กรของผู้บริโภค แล้วก็อย่างที่ท่าน ส.ส. มานพได้กรุณาให้คำแนะนำว่านอกเหนือจากสมาชิก คือต้องเรียนว่า สมาชิกของสภาองค์กรของผู้บริโภคอย่างน้อยคุณต้องขึ้นทะเบียน แล้วไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับ สภาองค์กรของผู้บริโภค คุณต้องขึ้นทะเบียนกับผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ขึ้นทะเบียนกับผู้ว่า ราชการจังหวัดเสร็จแล้วไม่ได้จบแค่นั้น คุณต้องให้นายทะเบียนกลางคือสำนักงาน ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีประกาศว่าคุณผ่านการจดแจ้งเป็นองค์กรของผู้บริโภค เสร็จแล้ว หลังจากนั้นคุณถึงจะมาสมัครสมาชิกของสภาองค์กรของผู้บริโภคได้ แต่ว่าขณะนี้สภาองค์กร ของผู้บริโภคเองเราก็ยึดเจตนารมณ์ของกฎหมายที่สภาองค์กรของผู้บริโภคต้องสนับสนุน องค์กรผู้บริโภคหรือเครือข่ายองค์กรของผู้บริโภคด้วย ไม่ใช่เฉพาะสมาชิกในการทำงาน เพื่อที่จะทำให้เกิดพลังของผู้บริโภคนะคะ โดยที่ขณะนี้เรามีสมาชิกที่ก่อการเพื่อจัดตั้ง สภาองค์กรของผู้บริโภค ๑๕๑ องค์กร สิ้นปีงบประมาณ ๒๕๖๔ เรามีสมาชิกทั้งหมด ๒๓๗ องค์กร แล้วก็มีหน่วยประจำจังหวัด ๑๒ จังหวัด แล้วก็มีกลไกหน่วยงานเขตพื้นที่ที่จะ ช่วยทำให้เกิดสมาชิกที่มากขึ้น หรือการสนับสนุนองค์กรผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น เดือนกันยายน ๒๕๖๕ คือปีงบประมาณ ๒๕๖๕ เรามีสมาชิกอยู่ทั้งหมดประมาณ ๒๖๙ องค์กร แต่ก็ต้อง เรียนอย่างที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เรียนแนะนำว่าขณะนี้เราก็ยังมีข้อจำกัด ที่ยังไม่สามารถกระจายได้ทั่วประเทศ เรามีสมาชิก ๓๙ จังหวัดเท่านั้นเอง ยังเหลือ อีกประมาณ ๓๘ จังหวัด แล้วก็มีหน่วยงานประจำจังหวัดเพิ่มขึ้นมาเพียง ๑๔ องค์กร และขณะนี้เราก็คิดว่าเราจะปรับปรุงที่จะใช้ข้อเสนอที่ท่านได้แนะนำ ที่ท่านอาจารย์โกวิทย์ พวงงาม ได้แนะนำ ท่านสมาชิกได้แนะนำ ท่านคารมได้แนะนำว่าเราจะให้สมาชิกในจังหวัด ถึงแม้ว่ามี ๑ องค์กร อย่างน้อยสามารถรักษาประโยชน์ของผู้บริโภคในจังหวัดได้ แล้วก็ อาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นหน่วยที่เรียกว่าใหญ่โต แต่ว่าสามารถที่จะทำงานช่วยเหลือ ประชาชนในจังหวัดได้นะคะ อันนี้ก็เป็นการทำข้อเสนอที่หลายท่านได้สอบถามว่าเรื่อง ซีพีทีพีพี (CPTPP) เกิดผลอะไรบ้าง ก็ต้องเรียนว่าจริง ๆ ก็ต้องขอบคุณทางคณะรัฐมนตรี ที่ได้ตอบข้อหารือของสภาองค์กรของผู้บริโภค ดิฉันคิดว่าสภาองค์กรของผู้บริโภคเราได้ ร่วมกับสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรมที่ได้เสนอว่าเมื่อที่จะทำข้อตกลงเหล่านี้จริง ๆ ควรจะทำงานวิจัยที่ทำให้เห็นถึงมูลค่าที่ประเทศจะได้เพิ่มขึ้นจากการค้าและการลงทุน หากการค้าและการลงทุนมากกว่าความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ประเทศก็อาจจะเดินหน้าในการ ทำข้อตกลงเหล่านั้น แต่ว่าต้องมีกลไกในการจัดการสิ่งที่อ่อนไหวหรือสิ่งที่เป็นปัญหา แต่ว่า ขณะนี้ก็ต้องยอมรับว่างานวิจัยต่าง ๆ ที่จะได้รับความเชื่อถือก็ยังมีข้อจำกัดแล้วก็ ทางคณะรัฐมนตรีเองก็ได้แจ้งว่าให้กระทรวงพาณิชย์เองได้เรียกว่าปรึกษาหารือกับ สภาองค์กรของผู้บริโภคในการทำเรื่องนี้ แล้วก็มีท่านสมาชิกได้พูดถึงประเด็นที่ดิฉันคิดว่า เรื่องค่ารักษาพยาบาลแพง สภาองค์กรของผู้บริโภคก็ถือเป็นประเด็นทำงานที่สำคัญ แล้วก็ ได้ทำให้เกิดความสำเร็จในเชิงการเรียกว่าควบคุมราคาโดยที่กระทรวงพาณิชย์เอง ก็มีความเห็นคือเรียกว่าเห็นด้วยในการที่จะออกมาตรการกำกับค่าบริการทางการแพทย์ แล้วก็ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ แต่เพียงแต่ว่าถ้าเราพบว่าอันไหนแพงก็ต้องรายงาน ต้องร้องเรียน ซึ่งก็ต้องเรียนว่าขณะนี้มาตรการในเชิงการกำกับก็อาจจะยังมีข้อจำกัด แต่ทางสภาองค์กรของผู้บริโภคเองได้เสนออีก ๑ มาตรการ ก็คืออย่างน้อยควรที่จะดูแล ในกรณีที่เป็นการรักษาพยาบาลในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งประชาชนอาจจะไม่มีทางเลือกในการ เข้าไปรับบริการ แล้วก็ขอให้ใช้ราคาเดียวกับที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ดำเนินการ หรือคนที่ไม่สามารถหาเตียงได้ใน ๗๒ ชั่วโมงที่รักษาฟรีจะใช้ราคาเดิมในการ จ่ายเงินอย่างไร สิ่งเหล่านี้ก็เป็นข้อเสนอที่สภาองค์กรของผู้บริโภคได้ดำเนินการ อันนี้ก็เป็น ข้อเสนอที่ทำถึงหน่วยงาน แต่ก็ต้องบอกว่าบางอันก็อาจจะประสบความสำเร็จ บางอัน ก็อยู่ในระหว่างการทำงานผลักดัน แล้วก็รณรงค์ และอย่างที่ท่านสมาชิกได้กรุณาแนะนำว่า เราทำข้อเสนอจำนวนมาก อย่างเช่นด้านการเงินการธนาคารจริง ๆ สภาองค์กรของผู้บริโภค ได้สุ่มตรวจแอป (App) กู้เงินออนไลน์ (Online) แล้วก็พบว่าแอป (App) กู้เงินออนไลน์ (Online) ยังไม่ได้ขออนุญาต ซึ่งโดยหลักการปล่อยให้กู้เงินออนไลน์ (Online) จะต้อง ขออนุญาตในการดำเนินการ หรือด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมเราก็ทำไปจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกำกับราคาน้ำมัน ดิฉันเชื่อว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ทำงานเรื่องนี้ไม่น้อยไปกว่าสภาองค์กรของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเรื่องการนำข้าวเทียม ต้นทุน ต่าง ๆ ที่ยังไม่โปร่งใส หรือภาษีน้ำมันต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งรวมทั้งค่าไฟฟ้าที่เรามีโรงไฟฟ้า ที่ไม่ได้ผลิต แต่ประชาชนต้องจ่ายสตางค์ ซึ่งต่างจากร้านก๋วยเตี๋ยวที่ไม่ได้จุดไฟแล้วจะ ไม่ได้เงินในการขายของ เพราะฉะนั้นดิฉันเชื่อว่านี่คือสิ่งที่สภาองค์กรของผู้บริโภค ได้ดำเนินการอยู่ในทั้ง ๘ ด้านในปัจจุบัน ขออนุญาตไปเร็ว ๆ เลยค่ะ