อนุทิน แจงนโยบายกัญชาเสรี เน้นควบคุมทางการแพทย์ เศรษฐกิจ และสุขภาพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

อนุทิน ชาญวีรกูล ชี้แจงถึงการปลดกัญชาออกจากยาเสพติดประเภทที่ 5 ตามกระบวนการกฎหมายที่ผ่านความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยย้ำถึงประโยชน์ด้านการแพทย์ สุขภาพ เศรษฐกิจ และการส่งเสริมภูมิปัญญาไทย พร้อมยืนยันถึงมาตรการกำกับดูแลที่ชัดเจนภายใต้กฎหมายและประกาศกระทรวงสาธารณสุข เพื่อป้องกันการใช้ในทางที่ผิดและคุ้มครองผู้มีสถานะเปราะบาง โดยเน้นว่าการดำเนินการดังกล่าวส่งผลดีต่อการวิจัย พัฒนา และสร้างรายได้ให้ประชาชน ไม่ก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคมตามที่กังวล และการหวนกลับไปควบคุมใหม่จะส่งผลเสียต่อโอกาสทางเศรษฐกิจและนวัตกรรมอย่างมีนัยสำคัญ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายอนุทิน ชาญวีรกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก่อนอื่นผมต้องขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาแจ้งว่าผมสามารถใช้เวลาของท่านรัฐมนตรีที่ติดภารกิจ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ได้ แต่ผมขอน้อมรับด้วยความขอบคุณ แต่คิดว่าคงจะไม่ใช้เวลา ของสภาแห่งนี้นานจนเกินไปตามที่ได้เตรียมข้อมูลต่าง ๆ มาตอบคำถามต่อผู้ที่ตั้งกระทู้ถาม คือท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทยเช่นกัน คือท่านศุภชัย ใจสมุทร เพื่อไม่ให้ เป็นการเสียเวลาผมขออนุญาตตอบคำถามของท่านผู้ตั้งกระทู้ดังนี้

คำถามที่ ๑ คือรัฐบาลมีนโยบายกัญชาเสรีจริงหรือไม่ คำตอบคือ จริงครับ นโยบายของรัฐบาลนี้คือพยายามที่จะทำให้กัญชามีความเสรี แต่เป็นการทำให้กัญชาเสรี แบบมีการควบคุม ไม่ใช่ไร้การควบคุม อยากจะให้ท่านประธานและพี่น้องประชาชน ได้มีความรู้สึกว่ารัฐบาลนี้คำว่านโยบายกัญชาเสรีคือการคืนสมุนไพรกัญชาและภูมิปัญญา ของชาวบ้านให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางการแพทย์ ในทางสุขภาพและการขยายตัวเสริมสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจให้กับตนเอง โดยมีกฎหมาย กำกับ ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านได้แถลงนโยบายรัฐบาล ของท่านต่อรัฐสภาแห่งนี้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ มีสาระสำคัญที่เกี่ยวกับนโยบายกัญชาของรัฐบาลนี้อยู่ในนโยบายเร่งด่วนข้อที่ ๔ ซึ่งกล่าวว่า ต่อยอดภูมิปัญญาและความรู้ของปราชญ์ชาวบ้านในการสร้างนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์เกษตร แปรรูป รวมทั้งเร่งศึกษา วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการใช้กัญชา กัญชงและพืชสมุนไพร ในทางการแพทย์ ในทางอุตสาหกรรมทางการแพทย์ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ สุขภาพ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ของประชาชน โดยกำหนด ให้มีกลไกการดำเนินงานที่รัดกุมเพื่อมิให้เกิดผลกระทบทางสังคมตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ อย่างเคร่งครัด นี่คือเหตุผลที่เราควรจะต้องเร่งรัดให้มีกฎหมายกัญชา กัญชงหรือ พระราชบัญญัติกัญชา กัญชง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เรากำลังรอให้ที่ประชุมสภาแห่งนี้ ได้ให้การพิจารณานี่คือนโยบายของรัฐบาล เป้าหมาย ๓ ประการของนโยบายกัญชาของ รัฐบาลนี้ก็คือเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ที่ผมได้กราบเรียนแล้ว เพื่ออุตสาหกรรม ทางการแพทย์ และผลิตสินค้าต่าง ๆ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสร้างรายได้ ของประชาชน มูลค่าการตลาดของธุรกิจที่จะสามารถทำให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงิน แล้วก็ ของการประกอบการต่าง ๆ มีมูลค่านับแสนล้านบาท นี่คือโอกาสของพี่น้องคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่เศรษฐกิจของโลกถูกกระทบเป็นอันมากจากสถานการณ์โควิด (COVID) เราต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือใหม่ ๆ มาเติมเต็มเพื่อเป็นการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ ของประเทศของเรานะครับ ดังนั้นเป้าหมายทั้ง ๓ ประการที่ผมได้กราบเรียนนี้ก็ต้องถือว่า เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลชุดนี้นะครับ ซึ่งจะต้องทำให้เกิดผลสำเร็จ เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด ในห้วงเวลาที่ผ่านมาพรรคการเมืองหลาย ๆ พรรคท่านก็ได้มีการ สนับสนุนการใช้ประโยชน์จากกัญชาครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลายก็คงได้รับรู้ ได้ฟัง ได้ยินกันมาบ้างแล้วทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง นโยบายของรัฐบาลกำหนดไว้ชัดเจนว่าการใช้ กัญชาจะต้องมีการกำกับดูแลตามที่กฎหมายบัญญัติไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันผลกระทบ ทางสังคมและนี่ก็คือเหตุผลที่สภาของเรามีการจัดทำร่างกฎหมายกัญชา กัญชง ที่กำลัง จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เป็นวาระ ๒ ที่พวกเราทั้งหลายในที่ประชุม แห่งนี้ได้ช่วยกันออกเสียงด้วยคะแนนเสียงต้องเรียกว่าท่วมท้นผ่านวาระแรก ผมว่าวันที่สภา แห่งนี้ได้เห็นชอบให้มีการรับหลักการและผ่านวาระแรกของร่าง พ.ร.บ. กัญชา กัญชง ซึ่งเสนอโดยพรรคภูมิใจไทย มีอยู่ ๔๕ มาตรา เมื่อรับหลักการแล้วเราเห็นความรู้สึกเลยว่า ชาวบ้านดีใจครับ เขาไม่ใช่ดีใจที่พวกเรามารับหลักการ ในเรื่องของกฎหมายกัญชาเท่านั้น แต่ชาวบ้านเขาดีใจที่เห็นว่าพวกผู้แทนราษฎรผู้แทนของเรา คำนึงถึงประโยชน์ของพวกเรา ประชาชน ชาวบ้านที่เลือกพวกเขาเข้ามาทำงาน อะไรที่เป็นประโยชน์ร่วมกันเห็นด้วย อะไร ที่เสียประโยชน์ร่วมกันต่อต้าน ตรงนี้ต่างหากที่ผมเห็นว่าเราได้ทำให้ชาวบ้านได้เกิดความ อุ่นใจ ดีใจ แล้วก็ภาคภูมิใจที่ได้เลือกให้พวกเรามาเป็นตัวแทนของพวกเขา เพราะฉะนั้น ผมยังถือว่าร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... ซึ่ง ณ ขณะนี้ไม่ใช่ร่างของ พรรคภูมิใจไทยอีกต่อไปแล้วครับ เป็นร่างของคณะกรรมาธิการที่ประกอบไปด้วย ผู้แทนราษฎรของพี่น้องประชาชนทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้ใช้ประโยชน์ นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ข้าราชการประจำ ที่จะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้กฎหมาย กัญชา กัญชงที่เป็นร่างอยู่นี้นะครับ พวกเขาได้ประชุมกันหลายนัด รับฟังความห่วงใย ความคิดเห็น ความวิตกกังวลและข้อเสนอแนะของทุก ๆ ฝ่าย ทุกภาคส่วนไม่ใช่เฉพาะแต่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในสภาแห่งนี้เท่านั้น แต่เป็นการรับฟังจากทั่วทุกสารทิศนะครับ แล้วนำมาประมวลมาเป็นพระราชบัญญัติเป็นร่างกฎหมายที่กำลังจะนำเสนอเข้าสู่การ พิจารณาของที่ประชุมสภาแห่งนี้ ซึ่งก็คือเรียกสั้น ๆ ว่าเป็นวาระที่ ๒ ก็หวังว่าพี่น้องสมาชิก ผู้ทรงเกียรติจะได้ให้ความกรุณานึกถึงประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เพราะว่าถ้าเราใช้ นโยบายกัญชา กัญชง เพื่อให้เป็นประโยชน์แล้ว กฎหมายนี้ออกมาเพื่อการควบคุมไม่ให้ เกิดการใช้ในทางที่ผิดครับ ผมก็ยืนยันในคำถามแรกของท่านศุภชัย ใจสมุทร ว่ารัฐบาลนี้ มีนโยบายกัญชาเสรีจริงครับ แต่จริงในทางการแพทย์ ทางสุขภาพ และทางเศรษฐกิจ โดยมีการควบคุม ถ้าเป็นไปได้ก็ขอให้มีการควบคุมโดยกฎหมายที่ออกโดยรัฐสภาแห่งนี้ชุดนี้

ต่อไปเป็นคำถามที่ ๒ ท่านถามว่าเหตุใดจึงต้องปลดกัญชาออกจากการเป็น ยาเสพติดประเภทที่ ๕ เหตุผลก็คือเราต้องแยกประเด็นครับ ประเด็นกัญชาที่ใช้เสรี ทางการแพทย์ ทางสุขภาพ ทางเศรษฐกิจ กับการปลดกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติด เราต้องแยกจากกันเป็น ๒ ประเด็น แต่ผลของการปลดกัญชาออกจากยาเสพติดมันคือ การทำให้ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงกัญชา และใช้ประโยชน์จากกัญชา กัญชงได้ตามกฎหมาย เพื่อสุขภาพ เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และเพื่อปากท้องของพวกเขา

ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่า การปลดกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติดประเภทที่ ๕ ไม่ได้เป็นการพิจารณาตัดสินใจ หรือการประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยลำพัง แต่เป็นกระบวนการ ตามกฎหมายครับ เริ่มจากมีการแก้ไขประมวลกฎหมายยาเสพติด โดยรัฐสภาชุดนี้ลงมติ เป็นเอกฉันท์ มีสาระสำคัญที่มาตรา ๒๙ ของประมวลกฎหมายยาเสพติด มีการถอดพืช กัญชาออกจากยาเสพติดประเภทที่ ๕ และเพื่อให้เป็นไปตามมาตรา ๒๙ ของประมวล กฎหมายยาเสพติดที่ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดชื่อยาเสพติด ประเภทที่ ๕ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคมที่ผ่านมา คณะกรรมการ ป.ป.ส. มีมติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขประกาศกำหนดชื่อยาเสพติดโดยไม่มีพืชกัญชา แต่กำหนดให้สารสกัดจากกัญชา ที่มีสารทีเอชซี (THC) เกินค่ากว่าร้อยละ ๐.๒ ของน้ำหนักเป็นยาเสพติดครับ

ต่อมาในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งก็คือ ตัวผมนี่ละจึงได้ลงนามในประกาศกระทรวงสาธารณสุขตามมติของคณะกรรมการ ป.ป.ส. และในการประกาศลงนามปลดพืชกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติดนั้น ขอให้มีผลบังคับใช้ หลังจากประกาศไปแล้ว ๑๒๐ วัน ซึ่งก็ตกมาถึงวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ การถอดพืชกัญชา ออกจากยาเสพติดประเภทที่ ๕ ผมขอเรียนย้ำอีกครั้งว่าเป็นกระบวนการที่ครบถ้วน ถูกต้อง ตามกฎหมาย มีเหตุผลและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ กัญชามีประโยชน์มากกว่าโทษ ความเสี่ยงจากกัญชามีในระดับที่ไม่รุนแรงและควบคุมได้ไม่ต่างจากเหล้า ไม่ต่างจากบุหรี่ นั่นคือเหตุผลที่เราต้องการที่จะคืนกัญชาให้เป็นพืชสมุนไพรให้ประชาชนนำมาใช้การได้ ใช้การให้เป็นประโยชน์

นอกจากนี้การถอดกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติดได้ลบอุปสรรคที่เป็น ข้อจำกัด สำหรับผู้ที่ต้องการทำการศึกษา วิจัย พัฒนาเทคโนโลยีการใช้กัญชา กัญชง เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ อุตสาหกรรมการแพทย์ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน หน่วยงานของรัฐ และเอกชน หรือผู้ลงทุน ผู้ประกอบการ หมอแผนโบราณ แพทย์แผนไทย หรือแม้กระทั่ง แพทย์แผนปัจจุบันที่เริ่มหันมาใช้สารสกัดจากกัญชา น้ำมันกัญชามารักษาผู้ป่วย พวกเขา เหล่านี้เขาจะไม่อยากเข้ามายุ่งเกี่ยวหรือไม่อยากมาต่อยอด มาพัฒนา มาวิจัยศึกษา ถ้าพืชกัญชง กัญชายังคงปรากฏอยู่ในรายชื่อของการเป็นยาเสพติดนะครับ ถ้ายังบัญญัติว่า กัญชาเป็นยาเสพติดอยู่นั้นการต่อยอดองค์ความรู้ทางการแพทย์แผนไทย ตำรับยาหมอ พื้นบ้านของไทยที่ใช้กัญชามานานกว่า ๓๐๐ ปีก็จะสูญหายไปครับ จะไม่มีการพัฒนาต่อไป ไม่มีการสืบทอดเพราะคำว่าการตีตราให้กัญชายังคงเป็นยาเสพติดอยู่ ไม่มีใครอยากยุ่งกับสิ่งที่ยังถูกกำหนดว่าเป็นผู้ร้าย เป็นสิ่งที่ไม่ดีนะครับ เมื่อมีการถอดกัญชา ออกจากบัญชียาเสพติดแล้วก็ปรากฏว่ามีหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชนเป็นจำนวนมาก แสดงความสนใจ ศึกษา วิจัย พัฒนาพืชกัญชากัญชงเพื่อใช้ในทางการแพทย์ ทำให้เป็น พืชเศรษฐกิจใหม่เป็นจำนวนมาก มีผู้เข้าแอป (App) จดแจ้งขอมีส่วนในการนำกัญชง กัญชา มาใช้เป็นอุตสาหกรรม เป็นการทำมาค้าขายในกิจวัตรประจำวัน ปลูกเองภายในบ้าน ที่เขาเรียกว่าจดแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน (Application) ปลูกกันมากกว่า ๑ ล้านรายครับ มีผู้ที่เข้ามาวิสิต (Visit) หรือมาเยี่ยมแอปพลิเคชัน (Application) ปลูกกันกว่า ๓๐ ล้านราย ซึ่งทำให้มีการศึกษาว่าตลาดกัญชาในประเทศไทยมีมูลค่าสูงกว่า ๒๘,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๕ นี้ และภายใน ๓ ปีนี้จะเพิ่มมูลค่าขึ้นไปมากกว่า ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ การปลดกัญชาออกจากยาเสพติดประเภทที่ ๕ ทำให้กัญชาที่เคยเป็นสิ่งผิดกฎหมายหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไม่มีมูลค่าในทางการตลาดกลับขึ้นมามีมูลค่านับหมื่นล้านบาท เป็นการสร้างความ มั่นใจให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่จะนำมาต่อยอดศึกษา วิจัย พัฒนาให้เป็นพืชเศรษฐกิจ ต่อไป สร้างรายได้สร้างโอกาสให้กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นถ้าหากมีการนำกัญชา กลับไปเป็นยาเสพติดอีกครั้งตามที่มีหลายท่านให้คำแนะนำมาหรือว่ามีหลายท่านที่บอกว่า ควรจะนำกลับไปมันก็จะทำให้มูลค่าทางเศรษฐกิจที่ผมได้กราบเรียนมานี้มันก็จะหดตัวลงไป คงไม่ได้หายไปทันที ไม่ได้หมดเลยเพราะว่าอย่างไรก็ตามพี่น้องประชาชนก็ยังสามารถเข้าถึง การใช้พืชกัญชง กัญชาได้ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขภายใต้พระราชบัญญัติ สาธารณสุขนะครับ แต่ว่าก็จะทำให้ความมั่นใจ ความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาต่อยอด มันลดน้อยถอยลงไป มูลค่าทางการตลาดหดตัวลงไป โอกาสการสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจ เลี้ยงตัวเอง เลี้ยงครอบครัวก็จะลดน้อยถอยลงไป ซึ่งก็เป็นสิ่งที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง ถ้าความพยายามของพวกเราที่จะคืนพืชกัญชา กัญชงให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย ไม่เป็นผลสำเร็จเพราะว่าเราออกกฎหมายไม่ได้นะครับ

สำหรับคำถามสุดท้ายของท่านผู้ตั้งกระทู้ ท่านถามว่ามีแนวทางป้องกันการใช้ ในทางที่ผิดเพื่อควบคุมผลกระทบทางสังคม ป้องกันกลุ่มเปราะบางอย่างไรบ้าง ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้ตั้งกระทู้ดังนี้ว่าการมีกฎหมายกัญชา กัญชง หรือมี พ.ร.บ. จะเป็นการกำกับควบคุมการใช้ประโยชน์จากกัญชาได้อย่างสมบูรณ์ ตามการพิจารณาของสภา เมื่อกัญชาถูกถอดออกจากการเป็นยาเสพติดแล้วระหว่าง การพิจารณากฎหมายซึ่งกินเวลานานกว่าที่คาดไว้ เรายังมีกฎหมายระดับรองก็คือประกาศ ของกระทรวงสาธารณสุขมาบังคับใช้ครับ ในปัจจุบันเราก็ยังสามารถที่จะควบคุมการใช้ ในทางที่ผิดได้ ไม่มีการก่อให้เกิดปัญหาที่เป็นที่วิตกกังวลของสังคม ไม่มีเหตุการณ์รุนแรง เมื่อเทียบกับยาเสพติดประเภทอื่น ๆ ซึ่งวันนี้เราก็ไม่ควรจะไปเทียบแล้วเพราะว่ากัญชาไม่ใช่ ยาเสพติด เราจะเอาไปเทียบกับสิ่งที่เป็นสารเสพติด ยาเสพติดมันก็เป็นการเปรียบเทียบ ที่ไม่เกิดประโยชน์อะไร เรายังมีกฎหมายระดับรองก็คือประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ผมได้ กราบเรียนไว้ก็คือการห้ามสูบในที่สาธารณะ ห้ามใช้ช่อดอกมาปรุงอาหาร ห้ามจำหน่าย ให้กับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า ๒๐ ปี ตอนนี้มีเพิ่มประกาศล่าสุดที่เพิ่งลงราชกิจจานุเบกษา เมื่อวานนี้ ห้ามจำหน่ายให้กับผู้ที่มีสถานะเป็นนักเรียน นักศึกษาด้วยนะครับ ผู้ประกอบการ ร้านอาหารที่จะต้องใช้ส่วนผสมของกัญชาต้องแจ้งขออนุญาตต่อกรมอนามัย ต้องแสดง สัญลักษณ์ให้ผู้บริโภคได้รับทราบนะครับ สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตรไม่สามารถใช้ประโยชน์ จากกัญชง กัญชาได้นะครับ ผู้นำกัญชาไปผลิตเป็นสินค้าต่าง ๆ ต้องขออนุญาต อย. ครับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และส่งผลการศึกษาเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย ให้กับผู้ที่มีอำนาจในการอนุมัติได้รับทราบ ตอนนี้ขอได้ทั้งจาก อย. จากกรมการแพทย์ แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก หรือถ้าเป็นต่างจังหวัดก็ขอผ่านสำนักงานสาธารณสุข จังหวัด ผู้ที่ฝ่าฝืนมีหลายคนบอกว่าแล้วมีบทลงโทษไหม ในประกาศของกระทรวงสาธารณสุข มีครับ ผู้ที่ฝ่าฝืนที่ปฏิบัติขัดต่อประกาศกระทรวงสาธารณสุข มีทั้งโทษจำและโทษปรับ ความรุนแรงของโทษก็ขึ้นอยู่กับเหตุที่แตกต่างกันไปนะครับ แล้วล่าสุดก็คือการประกาศ สมุนไพรควบคุมฉบับปรับปรุงที่เน้นคุมเข้มช่อดอกจึงเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าอย่างการคุมเข้ม ช่อดอกซึ่งเป็นส่วนที่สังคมให้ความกังวลมากที่สุด เราก็ควบคุมอย่างครอบคลุมโดยที่จะ ไม่ก่อให้เกิดปัญหาใด ๆ ต่อสังคมแน่นอน ส่วนอื่น ๆ ของกัญชา ได้แก่ ลำต้น เส้นใย กิ่งก้าน รากใบนั้น ไม่เป็นยาเสพติดครับ ไม่เป็นมาตั้งแต่วันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๓ แล้ว เนื่องจาก มีผลการศึกษาชี้ชัดว่าส่วนอื่น ๆ ของกัญชาที่ไม่ใช่ช่อดอกมีสารที่เป็นอันตรายต่ำ และไม่จัดเป็นยาเสพติดตามคำนิยามขององค์การอนามัยโลก ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ ได้ตามการกำกับของประกาศที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเราก็ออกประกาศที่เกี่ยวข้องไว้ครอบคลุม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นผมมั่นใจว่าตั้งแต่เราดำเนินนโยบายให้พี่น้องประชาชนสามารถ เข้าถึงพืชกัญชา กัญชง เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ทางสุขภาพและเศรษฐกิจได้ เรายังไม่เคยมีปัญหาอะไรที่ควบคุมไม่ได้นะครับ แล้วก็ได้รับการตอบรับอย่างมากมาย มีผู้ที่ลงทุนนำเมล็ดกันเข้ามาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างมากมาย แล้วก็ไม่มีคนไหน ที่แอบขายแบบเป็นอุตสาหกรรม คนที่ขายตามห้างร้านขึ้นเชลฟ์ (Shelf) ผลิตเป็นสินค้า เขามีใบอนุญาตทุกคน อนุญาตจาก อย. อนุญาตจากกรมการแพทย์แผนไทย อนุญาตจาก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั้งหลาย ผู้ที่แอบขายคือผู้ที่จงใจทำผิดกฎหมาย ผู้ที่แอบสูบ เสพ คือผู้ที่จงใจทำผิดกฎหมายเราก็ใช้การบังคับกฎหมายไปดำเนินคดีกับพวกเขา ไม่แตกต่างกับการกระทำความผิดในเรื่องอื่น ๆ ในสิ่งที่เป็นโทษต่อพี่น้องประชาชนเรื่องอื่น ๆ ผมคิดว่าผมคงได้ตอบคำถามของท่านผู้ตั้งกระทู้ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ท่านศุภชัย ใจสมุทร และตอบคำถามให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ได้ครอบคลุม แล้วก็ยินดีที่จะตอบคำถามเพิ่มในวาระต่าง ๆ ไม่ว่าท่านจะถามในทางส่วนตัว เจอกันข้างนอกหรือจะมาถามในที่ประชุมแห่งนี้นะครับ ต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านผู้ตั้งกระทู้ที่ให้โอกาสผมได้มาชี้แจงครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ