ศุภชัย แจงประเด็นปลดล็อกกัญชา หลังตั้งกระทู้สดถึง สธ.

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

ศุภชัย ใจสมุทร ตั้งกระทู้สดถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ทบทวนกระบวนการปลดล็อกกัญชาและพืชกระท่อมจากรายชื่อยาเสพติด พร้อมเรียกร้องให้มีกฎหมายเฉพาะกำกับการใช้กัญชาอย่างเร่งด่วนเพื่อคลี่คลายความสับสนในสังคมและป้องกันการฟ้องร้องย้อนกลับ

นายศุภชัย ใจสมุทร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ขอตั้งกระทู้สดด้วยวาจาตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๕๖ กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และเพื่อให้เป็นไปด้วยความต่อเนื่อง ผมจะขออนุญาตถามท่านรัฐมนตรีเพียงครั้งเดียว และหลังจากนั้นก็จะให้ท่านตอบคำถาม ของผม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะขออนุญาตต่อท่านประธานว่าก่อนที่ผมจะตั้งคำถาม กับท่านรัฐมนตรี ผมจะขออนุญาตกล่าวความเดิมในเรื่องที่ผมจะถามท่านรัฐมนตรี เพื่อให้ ประชาชนผู้ติดตามเรื่องนี้จะได้ทราบความเป็นมาเป็นไป ท่านประธานครับ ตามที่ ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแห่งนี้ ซึ่งพวกเราก็เป็นสมาชิกของรัฐสภา เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ซึ่งนโยบายเร่งด่วน ข้อ ๔ ได้ระบุว่า เร่งศึกษา วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการใช้กัญชา กัญชงและพืชสมุนไพร ในทางการแพทย์เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ของประชาชน ท่านประธานครับ ในขณะเดียวกันพวกเราที่นี่ก็ทราบกันดีว่าเดิมกัญชาได้ถูกระบุว่าเป็น ยาเสพติดประเภทที่ ๕ ซึ่งระบุไว้ในมาตรา ๗ ของพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ แต่ต่อมารัฐบาลแห่งนี้ก็ได้ปลดล็อกกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติด โดยที่ประชุมของรัฐสภา ซึ่งรวมถึงสภาผู้แทนพวกเราที่นี่ทุกคน ซึ่งการลงมติครั้งนั้นก็ลงมติ เป็นเอกฉันท์ปลดล็อกกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติด ในมาตรา ๒๙ ของประมวลกฎหมาย ยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ ยาเสพติดประเภท ๕ จึงเหลือเพียงพืชฝิ่นเพียงอย่างเดียว ไม่มีกัญชา เป็นยาเสพติดอยู่ในประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ มีผลใช้บังคับมาตั้งแต่วันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๔ จนถึงวินาทีนี้ ท่านประธานครับ ผมขอย้ำว่าการปลดล็อกกัญชาเป็นการ ปลดล็อกโดยประมวลกฎหมายยาเสพติด ซึ่งที่ประชุมรัฐสภาซึ่งรวมถึงพวกเราที่นี่ได้ลงมติกัน เป็นเอกฉันท์ พวกเราที่นี่ได้ร่วมกันปลดล็อกกัญชา ขณะเดียวกันท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านก็ได้ใช้อำนาจตามมาตรา ๒๙ วรรคสอง ของประมวลกฎหมายยาเสพติดที่ได้กำหนดให้ท่านมีหน้าที่ในการออกประกาศ ระบุชื่อ ยาเสพติดในแต่ละประเภท รวมถึงประเภทที่ ๕ ซึ่งการออกประกาศนั้นก็จะต้องได้รับความ เห็นชอบจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งบัญญัติไว้ในกฎหมาย แน่นอนเรื่องนี้ก็อาจจะเป็นเรื่องที่สับสนเพราะหลังจากนั้นต่อมาความก็ปรากฏว่า เมื่อไม่กี่วันมานี้ประกาศดังกล่าวที่ท่านประกาศมีผลใช้บังคับมาตั้งแต่มิถุนายน ๒๕๖๕ ก็ได้ถูกยื่นฟ้องต่อศาลปกครองให้นำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธาน ที่เคารพครับ สิ่งที่ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานเพื่อทบทวนให้พี่น้อง ประชาชนที่ได้ติดตามเรื่องนี้จะได้ทราบ ก็คือว่าพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ในมาตรา ๗ นั้น นอกจากจะมีกัญชาเป็นยาเสพติดประเภท ๕ แล้ว ในกฎหมาย ฉบับนั้น ณ เวลานั้นมียาเสพติดอีกประเภทหนึ่งซึ่งอยู่เป็นระดับเดียวกับกัญชาคือ พืชกระท่อม กระท่อมก็เป็นยาเสพติดเหมือนกับกัญชาในเวลาเดียวกัน แต่ต่อมาเมื่อปี ๒๕๖๔ ที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ของพวกเราทุกคนก็ได้มีการปลดล็อกกระท่อมออกจาก พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษเป็นตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๗) พวกเราที่นี่ก็ร่วมปลดล็อกกระท่อมออกจากยาเสพติด แล้วหลังจากนั้นสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ก็ได้ร่วมกันออกกฎหมาย ๑ ฉบับคือพระราชบัญญัติพืชกระท่อม เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายที่เข้ามากำกับดูแลพืชกระท่อมโดยเฉพาะ สิ่งที่ผมอยากจะเรียนต่อท่านประธาน ก็คือว่ากัญชากับพืชกระท่อมก็มีสถานะเดียวกัน คือเมื่อปลดล็อกแล้วก็ต้องมีกฎหมายเฉพาะ เพื่อมากำกับดูแลและทั้งนี้ก็เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราจำกันได้ก็คือว่าเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๕ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้ลงมติเห็นชอบ หลักการรับร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... ที่พรรคภูมิใจไทยได้มีการยื่นเสนอต่อ สภาแห่งนี้ และต่อมาเมื่อคณะกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วเสร็จ หลังจากนั้นเมื่อส่ง ร่างพระราชบัญญัติที่แล้วเสร็จนั้นได้เข้าสู่การพิจารณามาเสนอ มีการบรรจุเข้าสู่ระเบียบ วาระ แต่จนถึงบัดนี้ก็ไม่ปรากฏว่าจะได้รับการพิจารณา และมีความเชื่อได้ว่าจากการแสดง จุดยืนของพรรคการเมืองบางพรรคจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านก็อาจจะทำให้ เห็นได้ว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้คือร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... อาจจะ ไม่ผ่านสภาแห่งนี้ ไม่สามารถออกมาเป็นกฎหมายเพื่อมาบังคับใช้ให้ประชาชนได้ ท่านประธานที่เคารพครับ จนถึงบัดนี้จนถึงเวลานี้ข่าวคราวที่ปรากฏอยู่ตามสื่อต่าง ๆ เรื่องกัญชาสร้างความสับสน สร้างความวุ่นวาย สร้างความไม่เข้าใจ มีข่าวจริงบ้าง เท็จบ้าง ในหมู่ประชาชนมีความสับสน แม้กระทั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราเองหลายท่าน ก็มีความไม่เข้าใจ ข้อเท็จจริงบางประการไม่เข้าใจเพราะมีข้อมูลหรือความรู้ไม่เพียงพอ หรือต้องพูดกันตรง ๆ ว่าบางเรื่องบางราวสิ่งที่ปรากฏอยู่ในสื่อออนไลน์ (Online) ต่าง ๆ ก็มีการบิดเบือนไปจากความจริงที่ปรากฏ มีการกล่าวกันว่าวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขหรือรัฐบาลปล่อยให้มีกัญชาเสรี ปล่อยให้มีสุญญากาศ ไร้การควบคุม ไม่ดูแล ไม่ห่วงใยเยาวชนต่าง ๆ นานา ซึ่งเรื่องนี้ผมว่าถ้าเราจะปล่อยให้ความเหล่านี้มันปรากฏไป ก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหาได้ วันนี้มีการตั้งคำถามกันเรื่องเสรี ไม่เสรี ความหมายเสรี เป็นอย่างไร มีการกลับไปเป็นยาเสพติดอีกครั้งทำอย่างไร เพราะฉะนั้นผมจะขออนุญาตถาม ต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สิ่งที่ผมจะถามท่านมี ๓ คำถาม หลังจากที่ ผมถามท่านเสร็จผมจะไม่ถามท่านแล้ว จะให้ท่านตอบอย่างที่ท่านประสงค์ที่จะตอบนะครับ อันแรกสุดก็คือที่กล่าวกันว่ามีนโยบายกัญชาเสรี ความจริงมันมีหรือไม่มี มีจริงหรือไม่ ความจริงมันคืออะไร ช่วยตอบให้ผมทราบด้วย ๒. ก็คือมีการพูดถึงมีการปลดล็อกกัญชา ออกจากยาเสพติดความจริงมันคืออะไร ๓. ก็คือในฐานะที่ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข จริง ๆ ท่านก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย วันนี้การควบคุมผลกระทบ ทางสังคมหลังจากที่มีการถอดกัญชาออกมาจากยาเสพติดมีการดำเนินการหรือไม่ อย่างไร เพราะฟังไปฟังมาดูข้อมูลข่าวสารฟังเหมือนว่ารัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ปล่อยปละละเลยไม่สนใจเรื่องการแก้ปัญหา ปล่อยให้สภาพปัญหามีความวุ่นวาย เพราะฉะนั้นผมจึงขออนุญาตต่อท่านประธานในการที่ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขอย่างที่ผมได้ตั้งคำถามท่านไปเมื่อสักครู่ ขออนุญาตกราบเรียนท่านเพียงเท่านี้ ขอบพระคุณท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรครับ