แสวง บุญมี อธิบายมาตรการจัดการเลือกตั้งและเงินสำรองสำหรับบำเหน็จพนักงาน โดยชี้แจงว่าสำนักงานเตรียมขอใช้งบกลางเพื่อจัดการเลือกตั้งก่อนครบวาระ และยืนยันว่าการสำรองเงิน ๘๙-๙๐ ล้านบาทเป็นไปตามระเบียบ เพื่อเป็นหลักประกันเงินบำเหน็จ พร้อมอธิบายมาตรการตรวจสอบเงินอุดหนุนพรรคการเมืองทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการใช้จ่าย โดยมีการเรียกคืนเงินและดำเนินคดีกับบางกรณี แต่ส่วนใหญ่พรรคปฏิบัติตามกฎหมาย
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วยคณะ จะขอตอบคำถาม รวมทั้งข้อสังเกต หรือข้อเสนอแนะของท่านสมาชิกนะครับ ท่านแรก ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผมจะตอบเป็นข้อสั้น ๆ เพราะรายละเอียดก็อยู่ในหนังสืออยู่แล้ว กรณีเรื่องการสิ้นสภาพ ของพรรคการเมือง เรื่องสิ้นสภาพจะต่างจากการยุบพรรค เรื่องสิ้นสภาพเป็นเรื่องของพรรค ขอสิ้นสภาพด้วยตัวพรรคเอง แล้วก็พรรคไม่มีสภาพตามที่กฎหมายกำหนด อย่างเช่น ไม่มี สาขาพรรค ๔ สาขาครบตามภูมิภาค หรือไม่มีสมาชิกครบ ๕๐๐ คน พรรคก็จะขอสิ้นสภาพ
ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องไอโหวต (i-Vote) นะครับ ซึ่งตามกฎหมายก็คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ รวมทั้งกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ได้ระบุว่าให้ใช้บัตรเลือกตั้ง โดยเฉพาะฉบับที่แก้ไขล่าสุดในรัฐธรรมนูญ ได้ระบุว่าให้ใช้บัตรเลือกตั้งประเภทละ ๑ ใบ นั่นก็ต้องใช้การเลือกตั้งที่เป็นกระดาษก่อน แต่ว่าในทางสำนักงานได้ศึกษาเรื่องการใช้คะแนนแบบไอโหวต (i-Vote) ได้มีการศึกษา ในส่วนของสำนักงานว่าเราอาจจะนำมาใช้ในการเลือกตั้งทั้งเรื่องท้องถิ่นหรือการเลือกตั้ง ส.ส. ในอนาคต ถ้ากฎหมายได้มีการเปลี่ยนแปลงไปนะครับ
ส่วนเรื่องการนับคะแนน ซึ่งท่านสมาชิกได้กล่าวถึงอยู่หลายท่านนะครับ สำนักงานได้นำบทเรียนที่ได้จากการเลือกตั้งว่าจะทำอย่างไร อย่างแรก ในวันเลือกตั้งครับ จะทำให้การเลือกตั้งดีตลอดได้อย่างไร ตั้งแต่ ๐๘.๐๐ นาฬิกาจนถึงรายงานผล การนับคะแนน ก็จะอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนได้ไปเลือกตั้งอย่างดีที่สุด แล้วก็ การออกเสียงลงคะแนน รวมทั้งการนับคะแนน ตลอดจนการรายงานผลคะแนน และ การประกาศผลคะแนนตามแบบ ๕/๑๘ เมื่อเลือกตั้งเสร็จก็จะลงในคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ พรรคการเมืองหรือผู้สนใจได้ตรวจสอบได้ นี่ก็คือสิ่งที่สำนักงานได้วางแผนไว้เกี่ยวกับเรื่อง การออกเสียงลงคะแนนในวันเลือกตั้ง และการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน
เรื่องงบการเลือกตั้ง กรณีที่จะครบวาระหรือการสิ้นอายุของสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะด้วยเหตุใด ถึงแม้ทาง ครม. หรือรัฐสภาไม่ได้จัดสรรงบประมาณไว้ ซึ่งก็ทราบว่า อยู่ในงบกลาง สำนักงานก็เตรียมที่จะของบกลางจากทาง ครม. เพื่อดำเนินการจัดการ เลือกตั้ง เพราะมีบางส่วนต้องดำเนินการเตรียมการไว้ก่อน ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง เพราะอายุสภาจะครบในวันที่ ๒๓ มีนาคม สำนักงานก็ได้เตรียมที่จะของบกลางไว้แล้วครับ
ส่วนเรื่องเงินประมาณ ๘๙ ล้านบาทหรือ ๙๐ ล้านบาท ที่ท่านได้ตั้งข้อสังเกต ไว้นะครับ เป็นเรื่องที่สำนักงานได้ดำเนินการตามระเบียบ ในเรื่องการบริหารงานบุคคลของ สำนักงาน ก็คือการสำรองเงิน กันเงินเป็นหลักประกัน เพื่อเป็นเงินบำเหน็จให้กับพนักงาน โดยคิดจากเงินจำนวน ๑ เดือนของปีงบประมาณนั้น ก็คือปี ๒๕๖๒ ก็ ๔๑๑ ล้านบาท ปี ๒๕๖๓ ก็ ๕๐๐ ล้านบาทนิด ๆ นะครับ นั่นก็คือเป็นเงินที่ไปดำเนินตามระเบียบของ กกต. ในเรื่องเกี่ยวกับการบริหารจัดการองค์กรของคณะกรรมการครับ
เรื่องการให้เงินอุดหนุนพรรคการเมือง และพรรคการเมืองกระทำผิด กฎหมาย ขอกราบเรียนว่าสำนักงานมีมาตรการที่จะดูแลเงินของรัฐที่สนับสนุนให้แก่ พรรคการเมือง โดยมีการดำเนินการทั้งก่อน ระหว่าง และหลัง ก่อนก็จะดูว่าพรรคทำ โครงการที่เสนอมาที่เราถูกต้อง ใช้เงินถูกวัตถุประสงค์หรือเป็นตามอัตราที่หลักเกณฑ์กำหนด หรือไม่ ในระหว่างก็คือเราจะส่งโครงการหรือกิจกรรมที่พรรคไปดำเนินการตามท้องที่ต่าง ๆ ตามจังหวัดต่าง ๆ ให้ กกต. จังหวัดไปดูแลว่าเขาได้ทำจริงหรือไม่ บางพรรคอาจจะไม่ทำ หรือทำโดยไม่บอกเรา แต่เราก็จะไปตรวจสอบย้อนหลัง หมายความว่าถ้าทำกิจกรรม ที่โรงแรมนี้หรือที่สถานที่นี้เราก็จะไปถามว่าพรรคได้ทำจริงหรือไม่ ส่วนการตรวจสอบ เมื่อทำเสร็จแล้วก็คือการตรวจสอบเอกสาร แล้วก็จะไปเช็ก (Check) กับ ๓ อย่างนี้ว่า พรรคได้นำเงินไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์หรือตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ ก็คือมาตรการในการตรวจสอบ พบว่ามีบางพรรคที่ได้นำเงินไปใช้จ่าย แล้วก็ได้มีการ เรียกเงินคืน บางพรรคเราต้องส่งยุบพรรค ดำเนินคดีอาญา ก็มีบ้างนะครับ แต่ว่าส่วนมาก โดยรวมทุกพรรคก็ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และตามที่กฎหมายกำหนด นี่คือของท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาลนะครับ
ส่วนของท่านสมคิด เชื้อคง ท่านก็หวังดีนะครับ ซึ่งเราก็พยายามทำอยู่ ทุกเรื่อง ที่ท่านให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะทางสำนักงานก็จะรับไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การให้ความรู้เรื่องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้เข้าใจง่ายขึ้น ทั่วถึง กว้างขวาง รวมทั้งการนำเทคโนโลยี มาใช้กับการปฏิบัติงาน การอำนวยความสะดวกให้กับพรรคการเมือง และการอำนวย ความสะดวกให้กับประชาชน ซึ่งสำนักงานก็จะนำข้อเสนอของท่านไปดำเนินการต่อไปครับ
ในส่วนของท่านคารม เรื่องการให้ความรู้เรื่องระบอบประชาธิปไตย ผมขอเรียนว่าหน้าที่ของ กกต. คือการทำการเมืองให้ดี ในหนังสือที่รายงานท่านสมาชิก ก็เป็นองค์ประกอบในการทำการเมืองให้ดี ก็คือการมีผู้เล่นที่ดีก็คือมีพรรคการเมือง หรือผู้สมัครที่ดี มีผู้เลือกที่ดีก็คือประชาชนหรือพลเมืองที่มีความเป็นประชาธิปไตย มีวิถีชีวิต แบบประชาธิปไตย การมีกรรมการที่ดีก็คือ กกต. องคาพยพที่เห็นทั้ง ๓ อย่างที่อยู่ในรายงาน ก็คือการทำการเมืองให้ดี ในระยะยาวถ้าผู้เล่นหรือพลเมืองผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้มีคุณภาพ ในการเลือกตั้ง การเมืองในระยะยาวก็จะเป็นไปด้วยดี นี่คือสิ่งแรกก็คือการทำการเมืองให้ดี โดยผ่านกระบวนการการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม
หน้าที่ประการที่ ๒ ของสำนักงานก็คือการธำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จริง ๆ กกต. ก็ขอความร่วมมือกับทางประชาชนไทย ทุกคนว่าระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบที่ดีที่สุด ที่ประชาชนจะสามารถเลือกผู้แทน ของตัวเองมาบริหารบ้านเมือง มาเป็นสมาชิก เพียงแต่ว่าในระหว่างทางก็อาจจะมีปัญหาหรืออุปสรรคอยู่บ้าง ในการที่ท่านก็อาจจะทราบ เป็นอย่างดีเหมือนกับเราทราบที่บอกว่าคนซื้อเสียงทั้งประเทศ กกต. ไปอยู่ไหน จริง ๆ เรา ทราบครับ ผมว่าเราทราบดีกว่าทุกท่านด้วยซ้ำไป แต่ว่าปัญหาแบบนี้ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือ จากทุกคนก็ยากที่จะแก้ไข หรืออาจจะต้องเดินช้าที่จะไปถึงเป้าหมาย เพราะว่าดูเหมือนง่าย เวลาแก้ปัญหาซื้อเสียง แต่จริง ๆ ก็ต้องยอมรับว่าบางครั้งไม่ได้ง่าย เพราะการทำทุจริต เกี่ยวกับการเลือกตั้งเป็นเรื่องหลายอย่างมารวมกัน องค์ประกอบหลายอย่างมารวมกัน ทั้งเรื่องผู้มีอำนาจ เรื่องความนิยมชมชอบ เรื่องกฎหมาย หมายความว่าคนที่ร่วมกัน กระทำผิดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และเป็นเรื่องของผลประโยชน์ที่ร่วมกัน ทำให้ การทำงานของ กกต. ยากขึ้นถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย แต่เราก็ไม่ได้ท้อถอย เราก็พยายามที่จะทำ ทั้งการป้องกัน ป้องปราม ปราบปราม คิดว่ามาตรการที่เราจะมีขึ้น จากบทเรียนที่ผ่านมาและข้อมูลที่เรามีอยู่จะทำให้การเลือกตั้งครั้งหน้าดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา
ส่วนเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งนะครับ อย่างที่บอกก็อาจจะมีข่าวว่า กกต. แบ่งเขตไว้แล้ว จริง ๆ เรายังไม่ได้แบ่งเขตอะไร แต่สำนักงานได้มีการเตรียมข้อมูล และเตรียมงานทางธุรการ เพราะใกล้จะสิ้นอายุสภาผู้แทนราษฎร ไม่รู้เราจะเลือกตั้งวันไหน แต่เราก็ต้องเตรียมพร้อมอยู่ตลอด เงื่อนไขในการแบ่งเขตเลือกตั้งคือต้องมีกฎหมาย ตอนนี้ กฎหมายอยู่ในชั้นการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งถ้ามีกฎหมายแล้ว กกต. ถึงจะแบ่งเขตได้ เราต้องมาออกระเบียบตามกฎหมาย ถ้ามีกฎหมายเราต้องมาออกระเบียบ ซึ่งเราได้ดำเนินการ ควบคู่ไปกับตัวกฎหมายอยู่แล้ว ถ้ากฎหมายมีผลบังคับใช้ ระเบียบ กกต. ก็คงจะออกไล่กัน ออกไป แล้วก็จะแบ่งเขตเลือกตั้งได้ โดยที่ท่านอาจจะถามว่าบอกไม่ได้หรือว่าเขตเลือกตั้ง เป็นอย่างไร จริง ๆ มันยากตรงที่ว่ากระบวนการในการแบ่งเขตเลือกตั้งอย่างน้อย แต่ละจังหวัดต้องส่งมา ๓ แบบ มีกระบวนการที่จะให้ประชาชน พรรคการเมือง ผู้สมัคร เข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น แล้วส่งมาให้ กกต. ในส่วนกลางพิจารณา เลยจะบอกว่าเป็นแบบไหนก็ยาก แต่เป็นเรื่องของการเตรียมในระดับจังหวัด ในส่วนกลาง จะไม่มีข้อมูล สำนักงานก็ต้องมีความพร้อม อย่างที่สำนักงานบอกว่าเรามีความพร้อม ในการเลือกตั้ง นี่คือการเตรียมความพร้อมอย่างหนึ่ง แต่ไม่ใช่การแบ่งเขต เป็นเรื่องที่ว่า ไม่ว่าจะสถานการณ์จะเป็นอย่างไร เราก็พร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์อย่างนี้ ก็ขอ กราบเรียนในเรื่องการแบ่งเขตโดยสังเขปนะครับ
ส่วนของท่านวิรัตน์ วรศสิริน ก็เป็นเรื่องการตั้งข้อสังเกตให้สำนักงานนะครับ สำนักงานก็จะรับไปดำเนินการตามที่ท่านว่าเราได้ทำหน้าที่เราได้ดีแล้วหรือยัง ซึ่งจริง ๆ อย่างที่บอกว่าเราก็ทำหน้าที่ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง หรือการอบรม การอบรม ก็อยู่บนพื้นฐาน จริง ๆ ไม่ได้เรียกการอบรม เป็นเรื่องของการให้ความรู้ในการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แล้วก็การอบรมเจ้าหน้าที่ กปน. ของเรา เพื่อให้จัดการเลือกตั้ง ดำเนินการเลือกตั้งในวันเลือกตั้งให้เป็นไปด้วย ความเรียบร้อย เพราะว่าในวันเลือกตั้งไม่มีคนของ กกต. ครับ ในวันเลือกตั้งมีแต่ประชาชน กปน. ทั้งในระบบใหม่ ถ้ากฎหมายใหม่ผ่านเป็นระบบบัตร ๒ ใบ ก็จะมี กปน. ๙ คน เป็นประชาชนทุกท่าน ไม่มีคนของ กกต. ในวันนั้น กกต. เป็นเพียงแต่คนคอยสนับสนุน การให้ข้อมูลหลักเกณฑ์ในการทำงาน ไม่ว่า กกต. เขตหรือว่า กปน. เป็นเรื่องของประชาชน ที่จะจัดการเลือกตั้ง เพียงแต่ว่าเราต้องให้ความรู้หรือวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง ให้การเลือกตั้ง ทุกหน่วยเลือกตั้งที่มีอยู่ ๑๐๐,๐๐๐ หน่วยเป็นมาตรฐานเดียวกันและถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยครับ
ของท่านชวน ชูจันทร์ เป็นเรื่องเกณฑ์ของการแบ่งเขต กราบเรียนว่า สำนักงานได้ดำเนินการตามกฎหมาย แต่ข้อสังเกตของท่านสำนักงานก็จะรับไปพิจารณา ประกอบ ส่วนเรื่องการให้ความรู้เกี่ยวกับ กปน. หรือการปฏิบัติหน้าที่ของ กปน. ในหน่วย รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้เกี่ยวกับการกาคะแนน เพื่อให้ประชาชนได้แสดง เจตจำนงของตัวเองว่าเมื่อเลือกผู้สมัครท่านใดก็อยากให้ได้ท่านนั้น คือบัตรไม่เสีย ทางสำนักงานก็ตระหนักในเรื่องนี้เป็นอย่างดีว่าเราจะลดบัตรเสียในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ให้น้อยลงที่สุด ครั้งที่แล้วบัตรเสียอาจจะเยอะ เพราะว่าด้วยระบบการเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญที่ยังไม่ได้แก้ไขฉบับที่ผ่านมามีพรรคการเมืองลงสมัคร ๘๔ พรรค ในระบบบัญชีรายชื่อ แล้วก็เบอร์อาจจะมีช่องว่างทำให้ประชาชนเกิดความสับสน ถ้าจำไม่ดี ก็อาจจะกากบาทพลาดไปด้วย นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งซึ่งสำนักงานจะน้อมรับเอาข้อสังเกตของท่าน ไปซักซ้อมในการทำงานของหน่วยงานเอง กกต. จังหวัด แล้วก็ กปน. ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ครับ
ของท่านนิยม เวชกามา เป็นเรื่องของการให้ความรู้เกี่ยวกับประชาชน เพื่อให้ ประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตย มีวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตย แล้วก็ไปออกเสียง ลงคะแนนอย่างมีคุณภาพ ซึ่งสำนักงานก็จะรับไปเช่นกัน โดยเฉพาะการให้ภาคประชาชน เข้ามามีส่วนร่วม แล้วก็เข้ามามีบทบาทในการที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต และเที่ยงธรรม และโดยที่สำนักงาน กกต. นี่ละครับได้รับงานเพิ่มเกี่ยวกับเรื่องการสร้าง พลเมืองที่ดี ตามยุทธศาสตร์ของประเทศว่าให้สำนักงานเป็นเจ้าภาพในการทำเรื่องนี้ สำนักงานก็ตระหนักดีว่ามันเป็นภาระที่สำคัญที่เราจะต้องทำให้สำเร็จให้ดียิ่งขึ้นให้จงได้ครับ
ในส่วนของท่านโกวิทย์ ก็จะเป็นลักษณะเดียวกันเป็นข้อสังเกต แล้วก็ เรื่องการให้ความรู้เรื่องประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมทั้งการสร้าง ต้นแบบ ผมเรียกหมู่บ้านต้นแบบ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งก็มีหมู่บ้านต้นแบบ เรามี ศส.ปชต. อยู่ทุกตำบล เป็นชาวบ้าน แล้วก็มีหมู่บ้านต้นแบบ ซึ่งเราเรียกว่าหมู่บ้าน ไม่ขายเสียง ก็จะมีอยู่ครอบคลุม จริง ๆ ก็จะบอกว่าหมู่บ้านไม่ขายเสียงเราก็พยายาม ให้เป็นไปตามนั้นจริง ๆ ไม่ใช่ติดป้ายเพื่อให้รู้ว่าไม่ขายเสียงแต่ยังเกิดแบบนี้อยู่ ถ้าคนในบ้าน เขาเห็นความสำคัญ ผมคิดว่าเรื่องการร่วมมือกันทำเรื่องแบบนี้จะทำให้ความตั้งใจ ความพยายามก็จะประสบความสำเร็จ ซึ่งสิ่งที่เราทำมาตลอด ๔ ปีอาจจะต้องดูในวันเลือกตั้ง ที่จะถึงนี้ว่ามันเกิดผลอย่างไร ถึงแม้ว่าการแข่งขันทางการเมือง ผมไม่เรียกว่ารุนแรง แต่เรียกว่าคึกคัก มีการตื่นตัว ประชาชนมีการตื่นตัว แต่สำนักงานคิดว่าด้วยกระบวนการ ที่เราได้ทำมา รวมทั้งเครือข่ายที่เราได้ทำร่วมกันกับหลายหน่วยงาน รวมทั้งภาคประชาชน จะทำให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรมยิ่งขึ้น นี่คือสิ่งที่ทางสำนักงานขอกราบเรียนต่อ ท่านประธานและท่านสมาชิก ทางสำนักงานได้รับฟังทั้งคำถาม ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ ไม่ได้คิดต่างกันครับ เราอยากให้ บ้านเมืองเราดี ถ้าบ้านเมืองจะดีได้ก็ด้วยการเมืองดี ซึ่งเป็นหน้าที่ของ กกต. กกต. เพียงลำพัง มีคนอยู่ ๒,๐๐๐ กว่าคน ก็คงทำไม่สำเร็จถ้าเฉพาะ ๒,๐๐๐ คน เรื่องนี้ใหญ่เกินตัว กกต. แต่เราเป็นคนรับเหมือนเป็นเจ้าภาพ ถ้าจะสำเร็จลงได้ก็ต้องอาศัยความร่วมมือนี่ละครับ จากประชาชน จากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แล้วก็ทั้งผู้สมัครและพรรคการเมือง เราจะพยายามทำ เต็มที่อยู่แล้วนะครับ ก็ขอขอบพระคุณท่านประธานและท่านสมาชิกที่ได้ให้ข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตที่ดี ๆ ซึ่งสำนักงานพร้อมที่จะน้อมรับไปปฏิบัติให้การงานของ กกต. งานของ ชาติบ้านเมืองนี้ดียิ่งขึ้น ขอขอบพระคุณครับ