ชวลิต วิพากษ์รัฐบาลล้มเหลวแก้ยาเสพติด ชี้สาเหตุซับซ้อนเกินกว่าโทษเฉพาะสารเสพติด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยชี้ว่าสาเหตุซับซ้อนเกินกว่าจะโทษเฉพาะยาเสพติด และตั้งคำถามต่อความไม่จริงใจของรัฐบาลที่นำโดยพลเอก ประวิตร รวมถึงเสนอแนวทางแก้ปัญหารากฐานด้วยการเป็นรัฐบาลที่ไม่อยู่ใต้อิทธิพลมืดและยกประชาชนไว้สูงสุด ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ หารือประเด็นการคลุ้มคลั่งและการก่อเหตุรุนแรง โดยชี้ให้เห็นว่าสาเหตุหลักมาจากปัญหาสุขภาพจิต ไม่ใช่ยาเสพติด และเรียกร้องให้สังคมตระหนักถึงเรื่องนี้ พร้อมทั้งเสนอแนวทางแก้ไขโดยเน้นการเยียวยาและการให้คำปรึกษาเพื่อป้องกันความเครียดสะสมที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางจิตใจ

พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมได้รับมอบหมายจากเพื่อน ส.ส. พรรคก้าวไกล ให้เป็นคน อภิปรายสรุป ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาป้องกันเหตุโศกนาฏกรรม ที่จะเกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันกับที่จังหวัดหนองบัวลำภู ที่คุณรังสิมันต์ โรม และเพื่อน ส.ส. พรรคก้าวไกล เป็นผู้เสนอ เนื่องจากเป็นการอภิปรายสรุปที่เพื่อน ส.ส. ในพรรคของผม ได้อภิปรายมาในญัตตินี้ก่อนหน้านี้ แต่ละประเด็นผมก็จะใช้เวลาไม่มาก แล้วก็อาจจะมี หลายประเด็นเสียหน่อยที่ผมต้องขอใช้เวลาอภิปรายสรุป ต่อปัญหานี้ที่เป็นประเด็น โศกนาฏกรรมที่กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนทุกคน เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุ ในลักษณะเช่นนี้ขึ้นกับตัวเราเองหรือว่าคนที่เรารักอีกเมื่อไร แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ปัญหาของปัจเจกบุคคลที่รัฐบาลจะไปโยนความผิดให้เป็นความชั่วร้าย ของบุคคล ของผู้ก่อเหตุ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ โดยที่รัฐบาลไม่มีส่วนรับผิดชอบอะไรเลยไม่ได้ ต่อให้เหตุการณ์โศกนาฏกรรมแบบนี้เกิดขึ้นไปแล้ว การที่เราจะมาใช้เวลาพูดคุยกันถึงสาเหตุ และวิธีการป้องกันแก้ไข ที่รัฐบาลสามารถทำได้แต่ไม่ทำ แม้บางท่านอาจจะมองว่าเรื่องมัน เกิดไปแล้วจะมาหาทางป้องกันอะไรตอนนี้ มันก็เหมือนวัวหายแล้วก็มาล้อมคอกถูกไหมครับ แต่ผมอยากจะบอกว่าถ้าวัวตัวแรกหายแล้วเราไม่ได้ล้อมคอก วัวตัวที่ ๒ ตัวที่ ๓ ตัวที่ ๔ มันก็จะหายต่อไปเรื่อย ๆ ถูกไหมครับ ถ้าเหตุโศกนาฏกรรมแบบนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกก็เข้าใจ ได้ว่ามันสุดวิสัยที่รัฐบาลหนึ่ง ๆ จะป้องกันได้ แต่ความเป็นจริงคือประเทศไทยของเรา เกิดเหตุโศกนาฏกรรมเช่นนี้มาหลายครั้งแล้ว โดยที่รัฐบาลไม่ได้ดำเนินการอะไรที่เป็น การล้อมคอกป้องกันให้ดีขึ้นได้เลย จะให้ผมและประชาชนไว้วางใจรัฐบาลชุดนี้ไปได้อย่างไร ว่าจะไม่มีเหตุโศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต ถ้าผมเป็นรัฐบาล ถ้าเกิดเหตุ โศกนาฏกรรมแบบนี้เป็นครั้งแรกในรัฐบาลของผม ผมก็จะคิดตรงกันข้ามกับรัฐบาลประยุทธ์ ผมจะคิดว่ารัฐบาลผมเองนี่ละที่ผิดพลาด บกพร่อง นี่คือความรับผิดชอบของรัฐบาลของผม ที่จะแก้ไขความบกพร่องที่มี เราก็พยายามอย่างมากที่สุดที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ เกิดซ้ำขึ้นอีก ทัศนคติของความรู้สึกผิด การกระตือรือร้นที่จะหาจุดบกพร่องของตัวเอง นี่คือ ประเด็นที่ผมถือว่าสำคัญที่สุด ก่อนที่เราจะเข้าสู่ประเด็นของการถอดบทเรียนของเหตุ โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นที่จังหวัดหนองบัวลำภูนี้

มาถึงประเด็นการถอดบทเรียนนะครับ ที่ผมอยากจะบอกว่าปัญหานี้ซับซ้อน เกินกว่าที่เราจะโยนความผิดไปให้แค่สาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเพียงสาเหตุเดียว แล้วก็ไม่ใช่ เพียงแค่ยาเสพติดเพียงอย่างเดียวที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมแบบนี้ขึ้น อย่างที่ แกนนำรัฐบาล อย่าง พลเอก ประวิตรให้สัมภาษณ์สื่อ แล้วก็อวดอ้างว่าก็พยายามแก้ไข ปัญหายาเสพติดมาตลอด ผมก็ต้องถามว่าแก้ไขอย่างไรครับ คือถ้า พลเอก ประวิตรพยายาม แก้ไขปัญหายาเสพติดมาตลอดจริง ผมก็สงสัยว่าทำไมยามันถึงเกลื่อนขนาดนี้ ถึงแม้รัฐบาล จะบอกว่าก็จับเยอะ อย่างที่ออกข่าวในทุกวันนี้นี่อย่างไร แต่เราก็อย่าลืมฉุกคิดกันนะครับว่า ระหว่างจับเยอะกับจับจนหมดเกลี้ยงมันไม่เหมือนกัน จับเยอะ แต่ว่าที่ไม่ได้จับอาจจะ เยอะกว่าเป็นร้อยเท่า เป็นอย่างนั้นก็ได้ถูกไหมครับ แม้ไม่ได้จับเยอะมันก็อาจจะเกลื่อน หาซื้อง่าย ราคาถูกขนาดนี้มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นถูกไหมครับ คือรัฐบาลก็อาจจะดีแต่พูดไป แต่ว่า ทำอีกเรื่องหนึ่ง พูดแล้วทำตรงกันข้ามนะครับ สโลแกน (Slogan) ของรัฐบาลนี้ ผมไม่ได้พูด เกินเลยนะครับ ถ้าพยายามจะแก้ปัญหายาเสพติดมาตลอดจริง แล้วเอาคนขายแป้งอย่างนี้ มาเป็นรัฐมนตรีได้อย่างไร อันนี้คือความจริงใจของรัฐบาล ปัญหายาเสพติดผมคิดว่ารัฐบาล ที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้คือไม่จำเป็นต้องโม้ว่ามีนโยบายปราบปรามอะไรเลย คือยาเสพติด ผิดกฎหมายอยู่แล้วถูกไหมครับ ก็ขอแค่เป็นรัฐบาลที่ไม่อยู่ใต้อิทธิพลมืด ไม่อยู่ใต้สิ่งที่ เหนือกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นกองทัพหรือสถาบันทางจารีตใด ๆ ขอแค่เป็นรัฐบาลที่ ยกประชาชนไว้อยู่สูงสุดเหนือสิ่งอื่นใด พวกปัญหายาเสพติดก็จะสามารถถูกแก้ไขได้ โดยปริยายอยู่แล้วถูกไหมครับ

กลับมาสู่ประเด็นการคลุ้มคลั่ง การก่อเหตุโศกนาฏกรรม และการก่อเหตุ กราดยิงหลายครั้งที่ผ่านมา องค์ประกอบที่ทำให้เกิดความสูญเสียที่ใหญ่มากขึ้น ประกอบ ไปด้วยหลายสาเหตุประกอบกัน โดยที่ยาเสพติดอาจจะมีส่วนเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย เช่น เหตุกราดยิงที่โคราช ก็เป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าคนคุ้มคลั่งเขาไม่ได้ใช้ยาเสพติด เขาก็คลุ้มคลั่งได้ ส่วนเหตุการณ์ที่จังหวัดหนองบัวลำภูผลการตรวจทางวิทยาศาสตร์ และการสืบสวนก็ออกมาแล้ว บ่งบอกให้เรารู้แล้วว่าที่ร่างกายของผู้ก่อเหตุเขาก็ตรวจไม่พบ สารเสพติดตอนก่อเหตุ ดังนั้นสาเหตุที่เป็นประเด็นสุขภาพจิตเรามองข้ามไม่ได้ เอาจริง ๆ ผมก็อยากให้ทุกท่านลองคิดตามดูนะครับว่าคนเราอยู่ดี ๆ ถ้าเรามีสุขภาพจิตดี ๆ จะไปใช้ ยาเสพติดทำไม ถ้าจิตใจเราไม่มีความทุกข์อะไรบางอย่างถูกไหมครับ ผมมองว่ายาเสพติด เป็นเพียงตัวเสริมที่ทำให้คนที่มีปัญหาทางจิตมีโอกาสหาทางออกแบบผิด ๆ แล้วก็ อาจจะคลุ้มคลั่งและก่อเหตุรุนแรงที่มากกว่าเดิม แต่ถึงแม้ไม่มียาเสพติดคนที่มีปัญหาทางจิต เขาก็ก่อเหตุคลุ้มคลั่งรุนแรงได้

ก็จะขอใช้เวลาวิเคราะห์ต่อไปสาเหตุของสาเหตุ พิจารณามหาพิจารณา พิจารณาจนสุดปัญญา สาเหตุของปัญหาสุขภาพจิตที่เป็นปม ทำให้คนที่จากเดิมที่ปกติ มองโลกไปในทางลบ สาเหตุมันก็มีความซับซ้อนแตกต่างกันไปนะครับ เคส (Case) ที่เรา อาจจะระบุได้ง่าย ก็อย่างเช่นเหตุกราดยิงที่โคราชที่มีการทุจริตกันในกองทัพ วัฒนธรรม ที่ใช้อำนาจนิยมเอาเปรียบกันในองค์กรทหาร นี่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปม เกิดบาดแผล ในจิตใจ จนผู้ก่อเหตุมีปัญหาทางจิต แล้วก็คลุ้มคลั่งก่อเหตุขึ้นมา การพิจารณาถึงโครงสร้าง องค์กร โครงสร้างอำนาจของกองทัพ ที่ทำให้เกิดการกดขี่ เอาเปรียบกัน ถ้าเราวิเคราะห์ จนนำไปสู่การปฏิรูปเปลี่ยนแปลงก็จะสามารถดับเหตุปัจจัยที่ทำให้การก่อเหตุกราดยิง ลักษณะเดียวกันกับเหตุการณ์ที่โคราชจะไม่เกิดซ้ำขึ้นอีกในอนาคต แต่เราก็ต้องยอมรับว่า สาเหตุที่ทำให้คนเราเกิดปมแผลในใจ เกิดความผิดปกติในจิตใจ ในกรณีอื่น ๆ มันก็สามารถ เป็นไปได้หลากหลาย เช่น ปัญหาทางเศรษฐกิจ การเลี้ยงดูตอนเด็ก การมีสวัสดิการที่ แสนน้อยนิด การที่ทำให้พ่อแม่ต้องทำงานหนักจนไม่มีเวลาเลี้ยงดูลูก ไม่มีเวลาให้กับลูก มันก็เกิดเป็นปมแผลในใจให้กับเด็กหลาย ๆ คนจนโตขึ้นมามีปัญหาทางจิตใจได้ นี่เป็นหน้าที่ ของรัฐบาลทั้งนั้นเลยนะครับ ที่รัฐบาลต้องหันมามองตัวเองว่านี่คือความบกพร่องที่ไม่สร้าง รัฐสวัสดิการที่ดีให้กับประชาชน ผมคิดว่านี่มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยนะครับ ที่รัฐบาล จะออกนโยบายตัดลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นแล้วมาสร้างสวัสดิการให้กับประชาชน พรรคผมทำนโยบายออกมาจริง ๆ ก็อยากให้ก๊อบปี้ (Copy) ไปใช้ ผมก็ยินดีมากเลยนะครับ อย่างวันเสาร์ที่ผ่านมา คุณพุธิตา ชัยอนันต์ ผู้สมัคร ส.ส. เขตพรรคผม ที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้แถลงเปิดตัวนโยบายเด็กแรกเกิดของพรรค เช่น อุดหนุนนายจ้างเพื่อให้พ่อแม่ลาคลอดได้ ๑๘๐ วัน เงินของขวัญแรกเกิด ๓,๐๐๐ บาท แล้วก็ ๑,๒๐๐ บาททุกเดือนจนถึง ๖ ขวบ รวมไปถึงศูนย์เด็กเล็กใกล้บ้าน ที่ทำงานของพ่อแม่ เป็นต้น ผมก็ยินดีที่จะให้รัฐบาลก๊อบปี้ (Copy) นโยบายพวกนี้เอาไปทำให้เกิดขึ้นจริง ผมคิดว่ามันไม่ยากเลยนะครับ ที่รัฐบาลถ้ามี ความจริงใจจริงที่จะดึงงบกองทัพ ดึงงบส่วนราชการที่ไม่จำเป็น หรือว่าเงินที่มันรั่วไหลไปกับ การทุจริต เอามาเป็นสวัสดิการให้กับประชาชนเหล่านี้ นโยบายเหล่านี้ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้สื่อ ถึงเหตุกราดยิงโดยตรง แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ใช่ไหมครับว่าปัญหาความเครียด ปัญหา ความทุกข์ของคนไทย จนบางส่วนทุกข์ถึงขนาดมีปัญหาทางสุขภาพจิต มันเกิดจากรัฐที่ไม่มี สวัสดิการที่ดีเพียงพอ

กลับมาที่ปัญหาสุขภาพจิตนะครับ ถ้ารัฐบาลคิดว่าการจะไปดับที่สาเหตุ ต้นทางที่ทำให้คนคลุ้มคลั่ง อย่างการปฏิรูปองค์กรตำรวจ ทหาร หรือการสร้างรัฐสวัสดิการ หรือทำให้สถาบันครอบครัวอบอุ่น มีความสุข มันอาจจะยากเกินไปสำหรับรัฐบาลชุดนี้ จนไม่คิดจะทำอะไรเลย อย่างนั้นผมก็อยากจะชวนให้มามองอีกประเด็นหนึ่งที่น่าจะแก้ไขได้ ง่ายกว่า คือจริง ๆ ปัญหาสุขภาพจิตของคนเราเมื่อเกิดขึ้นไปแล้ว จริง ๆ มันก็สามารถรักษา เยียวยาได้นะครับ สมมุติว่าถ้ามีตำรวจจบใหม่คนหนึ่งเริ่มมีความเครียดจากการถูกเอาเปรียบ จากเด็กเส้นคนอื่น เครียดจากการถูกเจ้านายระดับสูงกดดันให้ทำสำนวนที่ผิดไปจาก ความเป็นจริง หรือเครียดจากฐานะทางการเงิน ถ้าเขาไม่มีคนที่ให้คำปรึกษาอย่างถูกวิธีเลย ในภาวะความเครียดเขาก็อาจจะคิดวน คิดวน คิดวน แต่เรื่องลบ ๆ จนสารเคมีในสมอง มันผิดปกติ เป็นไปได้นะครับ