บัญญัติ เจตนจันทร์ หารือเหตุกราดยิงที่หนองบัวลำภู เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลถอดบทเรียนและจัดตั้งหน่วยงานบำบัดสุขภาพจิตและสารเสพติดแบบองค์รวมระดับชาติ โดยเสนอให้ยอมรับผู้เสพเป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรังทางจิตสังคม ผลักดันการดูแลระยะยาวผ่านศูนย์บำบัดในทุกพื้นที่ พร้อมเรียกร้องให้มีบุคลากรนักบำบัดมืออาชีพที่เพียงพอและได้รับค่าตอบแทนเทียบเท่าเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เพื่อให้การฟื้นฟูมีประสิทธิภาพและป้องกันไม่ให้เกิด tragedy ซ้ำอีก
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอโอกาสสรุป ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาถอดบทเรียนจากเหตุกราดยิงที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จังหวัดหนองบัวลำภู โดยการแก้ปัญหาการบำบัดสารเสพติดสุขภาพจิต ให้มีประสิทธิภาพ อย่างเป็นระบบ ครบวงจร ครอบคลุมทุกท้องถิ่น ทุกองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ทั่วประเทศ ลดอันตรายแบบองค์รวมให้แก่สังคมไทย เพื่อส่งให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการ แก้ไขโดยเร่งด่วนต่อไป
ก่อนอื่นผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ร่วมกัน อภิปรายถอดบทเรียนจากเหตุกราดยิง ที่กระผมได้ร่วมนำเสนอญัตตินี้ ทำให้กระผมได้เห็น มุมมองที่กว้างขึ้น ซึ่งก็จะขอใช้เวลาที่ท่านประธานกรุณามอบให้ ๕ นาทีนี้เพื่อสรุปสิ่งที่ เป็นประโยชน์ ที่ผมในนามของพรรคประชาธิปัตย์ จะได้นำเสนอไว้ต่อสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ เพื่อเป็นข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อสังเกตไปถึงรัฐบาล ขอสไลด์ (Slide) ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ปัญหาสารเสพติดสุขภาพจิต เหตุกราดยิงที่จังหวัดหนองบัวลำภู สังคมได้เรียนรู้อะไรจากคุณค่าชีวิตที่สูญเสียไป สังคม ของเรานั้นเฝ้ารอคอยการบำบัดสารเสพติดสุขภาพจิตแบบองค์รวมมานานเกินไปแล้ว อย่าปล่อยให้ผู้ป่วยสารเสพติดสุขภาพจิตให้เผชิญปัญหาตามยถากรรม ผู้ป่วยสารเสพติด สุขภาพจิตเป็นอันตรายต่อสังคมที่รอไม่ได้ ต้องเร่งลดอันตรายแบบองค์รวม การลดอันตราย แบบองค์รวมหมายถึงอันตรายทั้ง ๔ ด้าน ๑. อันตรายทางด้านร่างกายของเขา ๒. อันตราย ทางด้านจิตใจ ๓. อันตรายทางด้านสังคม และ ๔. อันตรายทางด้านจิตวิญญาณ ก็คือ ทำให้เขานั้นขาดเมตตา การลดอันตรายแบบองค์รวม ภาษาอังกฤษเรียกว่าโฮลิสติก ฮาร์ม รีดักชัน (Holistic Harm Reduction) นะครับ การลดอันตรายรอบด้านทั้ง ๔ ด้านด้วยกัน รัฐบาลนั้นต้องยกระดับการบำบัดสารเสพติด สุขภาพจิตเป็นวาระแห่งชาติ ต้องถือโอกาสนี้กราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ท่านกรุณาตอบสนองเรื่องของเหตุกราดยิงนี้ แล้วท่าน ก็ยกระดับการบำบัดให้เป็นวาระแห่งชาติ จริง ๆ แล้วอยู่ในนโยบายรัฐบาลของท่าน ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องตั้งหน่วยงานเพื่อรองรับความเป็นวาระแห่งชาติ ผมนำเสนอครับ อันนี้ยังไม่ได้อยู่ในสารบบของส่วนราชการ ต้องตั้งหน่วยงาน บ.บ.ส. บำบัดสารเสพติด สุขภาพจิตระดับชาติ เนื่องจากการบำบัดสารเสพติดนั้นอยู่ในหลายกระทรวง หลายหน่วยงานมาก ๆ เลย ปัจจุบันไม่มีความเป็นบูรณาการ ไม่มีเอกภาพ อันนี้ไม่ได้กล่าวหา ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซีกรัฐบาล ถือโอกาสนี้แสดงความคิดเห็น ระยะเวลา ที่รัฐบาลเหลืออยู่อีก ๔-๕ เดือน ๖ เดือนนี่คิดว่าก็ยังไม่ช้าเกินไปนะครับ นายกรัฐมนตรี ต้องตั้งหน่วยงาน บ.บ.ส. บำบัดสารเสพติดสุขภาพจิตระดับชาติ และต้องตั้ง บ.บ.ส. ทุกกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย ทุกกระทรวงครับ มีภารกิจร่วมกันในการบำบัดสารเสพติดทั้งสิ้น และในเรื่องของกระทรวงเขาเรียกว่าเป็น ระดับหน่วยงานนั้นก็มี บ.บ.ส. ในทุกหน่วยงาน ในระดับการบริหารส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นนั้น ก็ต้องมี บ.บ.ส. จังหวัด บ.บ.ส. อำเภอและ บ.บ.ส. ตำบลด้วยครับ ทุกหน่วยงานต้องเลิกเห็นแก่ตัว ผมไม่ได้กล่าวหานะครับ แต่ผมไม่รู้จะใช้คำว่าอะไร ต้องเลิก เห็นแก่ตัวประกาศว่าหน่วยงานของตัวเองเป็นหน่วยงานสีขาว ผมเห็นทุกกระทรวง ทุกหน่วยงาน ยกว่าหน่วยงานตัวเองนั้นไม่มีคนติดยาเสพติด ไม่มีผู้ติดสารเสพติด ไม่มีปัญหา เรื่องสุขภาพจิต สีขาว แล้วผลักให้คนในองค์กรของท่านไปอยู่ข้างนอก ที่ผมเรียกว่าทำให้ นอกหน่วยงานเป็นสีเลือด ทุกหน่วยงานต้องตั้ง บ.บ.ส. ในหน่วยงานตัวเอง ไม่เว้นแต่ หน่วยงานเอกชน องค์กร หน่วยงานใหญ่ ๆ ต้องมีผู้ติดสารเสพติด เพื่อบำบัดคนในหน่วยงาน ของตัวเอง
โรคสารเสพติด ในเมื่อกฎหมายบอกว่าผู้เสพคือผู้ป่วย ผมจึงขอใช้คำว่า โรคสารเสพติดสุขภาพจิตก็คือผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เรื้อรังทางด้านองค์รวมที่กล่าวถึง โรคเรื้อรัง ทางด้านกาย ทางด้านจิตสังคมและวิญญาณ โรคเรื้อรังนี้ประกอบด้วย ๔ องค์ประกอบ ด้วยกัน ดังนั้นสังคมก็ดี ทุกหน่วยงานก็ดี ต้องยอมรับว่ามีผู้ป่วยสารเสพติดสุขภาพจิต ในหน่วยงานของตัวเอง ปฏิเสธไม่ได้หรอกครับ ผลักให้เป็นสีขาวไม่ได้ ผู้ป่วยสารเสพติด สุขภาพจิตหมดไปจากสังคมไม่ได้ แต่เราต้องให้น้อยที่สุด ต้องดูแลเขาและรักษาเขาครับ ผู้ป่วยสารเสพติดสุขภาพจิตไม่ควรถูกกีดกันออกจากสังคม ควรบำบัดเขาให้คืนดีกลับสู่สังคม ผู้ป่วยสารเสพติดสุขภาพจิตต้องได้รับการดูแลระยะยาว เช่นโรคเรื้อรัง เช่นเบาหวานนะครับ เบาหวานหมดไปจากสังคมไม่ได้ครับ แต่ต้องดูแลอย่างดีเพื่อลดแทรกซ้อน ผู้ป่วยสารเสพติด สุขภาพจิตต้องได้รับการดูแลระยะยาวที่กล่าวถึงไว้แล้วนั้น ดังนั้นศูนย์บำบัดแบบองค์รวม คือทางออกลดอันตรายแบบองค์รวม
องค์รวมก็คืออันตรายทั้ง ๔ ด้าน ที่ผ่านมานั้นไม่มีระบบดูแลผู้ป่วยสารเสพติด สุขภาพจิตแบบองค์รวมอย่างต่อเนื่อง ดูแลเป็นขยักขย่อน แต่ไม่ต่อเนื่อง จึงไม่เรียกว่า องค์รวม ศูนย์บำบัดแบบองค์รวมต้องการนักบำบัดมืออาชีพ มีเพียงพอ และมีขวัญกำลังใจ ผมได้กล่าวแล้วในการอภิปรายครั้งแรกว่ากำลังพลของนักบำบัดมืออาชีพไม่พอ และ ขวัญกำลังใจไม่พอ ผมไม่ขอเยอะหรอกครับ ขอขวัญกำลังใจ เงินเพิ่มพิเศษ เบี้ยเสี่ยงภัย ต่าง ๆ ขอให้เท่ากับ ป.ป.ส. เพราะ บ.บ.ส. คือสายบำบัด ป.ป.ส. สายป้องกัน ปราบปราม ศูนย์บำบัดแบบองค์รวมต้องตั้งในทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ทุกตำบล ตามบริบทการระบาดของ สารเสพติด ถ้าสารเสพติดน้อยจังหวัดละแห่งก็พอ ถ้าเยอะมากขึ้นก็ทุกอำเภอ ถ้าเยอะมาก ๆ ทุกตำบลก็ต้องตั้ง โดยใช้บริบทความมีส่วนร่วมของทุกองค์กรท้องถิ่นด้วยมาร่วมกัน การสร้างศูนย์บำบัดแบบองค์รวมเพื่อไม่ให้มีใครต้องเสียชีวิตอีกครับ สไลด์ (Slide) สุดท้าย สังคมจะปลอดภัยถ้าใส่ใจศูนย์บำบัดสารเสพติดสุขภาพจิต ก่อนจบสไลด์ (Slide) นี้ ท่านอาจจะงง ๆ ว่าสารเสพติดสุขภาพจิตเป็นประโยคอย่างไร ไม่มีคำว่า และ เรื่องสารเสพติด และสุขภาพจิตก็เหมือนไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน เถียงกันก็ไม่จบ สารเสพติดกับสุขภาพจิต คือเรื่องเดียวกัน ผมจึงนำเสนอคำที่เป็นคำเดียวกันว่าสารเสพติดสุขภาพจิต แล้วก็การบำบัด และศูนย์บำบัด ท่านประธาน ขอถือโอกาสนี้กราบขอบพระคุณท่านประธานและเพื่อนสมาชิก อีกครั้งหนึ่งครับ สวัสดีครับ