สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

ชัยชาญ ช้างมงคล หารือเรื่องการปราบปรามกลุ่มต่างชาติประกอบกิจการผิดกฎหมายในประเทศไทย และเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการตามกฎหมาย โดยมีรายละเอียดถึงความคืบหน้าในการจับกุมกลุ่มต่างชาติที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมผิดกฎหมาย

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ก่อนอื่น ต้องขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้กรุณาตั้งกระทู้ถาม สอบถามเรื่องเกี่ยวกับการปราบปราม กลุ่มต่างชาติสีเทาที่เข้ามาประกอบกิจการผิดกฎหมายในประเทศไทย ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ กระผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ให้มาตอบกระทู้ถาม ในวันนี้ กรณีเรื่องการกวาดล้าง หรือจับกุมนักธุรกิจชาวต่างประเทศ หรือนอมินี (Nominee) ที่ได้มีการลักลอบเข้ามาเรื่องของการเปิดบ่อนการพนัน เรื่องของยาเสพติด หรือว่าทำธุรกิจ ผิดกฎหมายอื่น ๆ ภายในประเทศไทย ตรงนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่า ท่านนายกรัฐมนตรีท่านสั่งการกำชับไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง ให้ดำเนินการเรื่องของการสืบสวน สอบสวน จับกุมตามพยานหลักฐาน ในเรื่องของเครือข่าย การทำธุรกิจผิดกฎหมายที่สำคัญ รวมทั้งเรื่องของบ่อนการพนัน เรื่องของอาวุธปืน เรื่องยาเสพติด เรื่องของอาชญากรรมออนไลน์ (Online) รวมถึงก็มีเรื่องของการสวมบัตร ประจำตัวประชาชนนะครับ เพื่อที่จะเอามาดำเนินการในการประกอบธุรกิจที่ผิดกฎหมาย ได้เน้นย้ำในทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้มาตรการทั้งหมด ใช้กฎหมายที่มีอยู่ ทั้งกฎหมาย ที่เกี่ยวกับเรื่องของการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เรื่องของการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด รวมทั้งกระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของสถานบริการ ต่าง ๆ ด้วย ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าถ้าหากมีหลักฐานในการดำเนินการ ใครกระทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นต่างชาติก็ตาม หรือคนไทยก็ตามก็ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด รวมทั้งที่สำคัญ ก็เน้นย้ำไปที่เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนถ้ามีการปล่อยปละละเลยหรือเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ในเรื่องผลประโยชน์ใด ๆ ก็ตาม จะต้องถูกดำเนินการทั้งวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาดด้วย เช่นเดียวกัน

ต้องกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่ารัฐบาลไม่ยอมให้ใครที่จะมา ใช้ประเทศไทยเป็นที่ที่ไปก่ออาชญากรรมหรือธุรกิจผิดกฎหมาย ท่านคงได้ทราบข่าวนะครับ ว่าเจ้าหน้าที่เองปัจจุบันก็ได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ในเรื่องของการสืบสวน สอบสวน ติดตาม ขยายผลการจับกุม ก็ได้มีการแถลงข่าวชี้แจงผลการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ต้อง เรียนว่าในการดำเนินการนั้นก็มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าตรวจค้น เข้าหาหลักฐาน ดำเนินคดี รวมถึงเรื่องของเส้นทางการเงิน โดยสืบจากของกลางที่ยึดมาก็ตาม หรือเอกสารที่เข้าไป ตรวจพบ ต้องเรียนว่าในการดำเนินการผู้กระทำความผิดนั้นจะต้องมีร่องรอยหรือมีการ ดำเนินการที่สามารถจะเอาไปสืบสวน สอบสวน ต้องเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่า ถ้าเกี่ยวข้องหรือสอบสวนแล้วไปถึงผู้ใดก็ตาม ถ้ามีพยานหลักฐานก็ต้องดำเนินการ ตามกฎหมาย

ท่านถามว่ามีความคืบหน้าอย่างไร จากกรณีวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ ที่มี การจับกุมที่ยานนาวา จากกระบวนการตรงนั้นที่มีการยึดรถหรูได้ ๓๔ คันก็ตาม หรือ กระบวนการที่ท่านสมาชิกได้กล่าวเรื่องของยาเสพติด ๑๐๔ คนก็ตาม แล้วก็ไปตรวจจริง ๆ แล้วก็มีเสพประมาณตั้ง ๗๘ คน ถ้าจำไม่ผิดนะครับ เป็นต่างชาติ ๗๖ คน และเป็นคนไทย ๒ คน มีการขยายผลการจับกุมมาตามลำดับ ปัจจุบันนี้ก็คงทราบนะครับว่าได้มีการออก หมายค้น ลงในพื้นที่ทุกจังหวัดที่เชื่อมโยงไป ๒๖ จุด ขยายผลไปเรื่องของทรัพย์สิน ตรวจยึด รถหรู รวมทั้งเงินสดกว่า ๓๐ ล้านบาท ซึ่งประเมินจริง ๆ แล้วเรื่องมูลค่าของที่ยึดมาได้นี่ อาจจะเกิน ๑๐๐ ล้านบาทนะครับ การจับกุมนั้นปัจจุบันทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้มี การจับกุมกลุ่มต่างชาติสีเทานี้ จับกุมระดับกลุ่มหัวหน้าไปแล้ว ๒ คน แต่อีก ๓ คนนั้น ได้หนีออกนอกประเทศ อย่างไรก็ตามทางสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นได้ขึ้นบัญชีดำ แล้วก็ เพิกถอนวีซ่า (Visa) และได้ประสานกับอินเตอร์โพล (Interpol) ในการที่จะออกหมายแดง ที่จะประกาศจับในทั่วโลกต่อไป อันนี้เป็นความคืบหน้าในการดำเนินการ

ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่ากลุ่มธุรกิจสีเทา ที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทยนั้น ก็จะทำงานลักษณะประกอบธุรกิจ หลัก ๆ อยู่ ๓ ลักษณะด้วยกัน นั่นคือเข้ามาหลอกลวงลงทุน เข้ามาในลักษณะเป็น คอลเซ็นเตอร์ (Call Center) แล้วก็เปิดสถานบริการและนำยาเสพติดเข้ามาบริการ ในสถานบริการด้วย ตรงนี้ก็จะเป็นเฉพาะกลุ่มของคนชาติเดียวกันในการมาหากิน มาประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย ตรงนี้ต้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้บังคับบัญชาระดับรองผู้บัญชาการตำรวจนั้น ก็ได้รับ มอบหมายจากทางรัฐบาล จากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินั้น เข้าไปสืบสวน สอบสวน จับกุม ขยายผล แล้วก็เร่งรัดดำเนินการ ก็คงจะต้องมีผลการปฏิบัติในการดำเนินการต่อมา กราบเรียนว่าถ้าไปถึงใคร ผิดกฎหมายอย่างไร ก็ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายครับ ในข้อ ๑ ขออนุญาตตอบท่านประธานไปยังสมาชิกแค่นี้ครับ