ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ หารือกรณีการปิดอ่าวมาหยาและการบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติที่ตำบลอ่าวนาง รวมถึงการถมหินบนชายหาดอย่างผิดกฎหมาย เรียกร้องให้กรมอุทยานแห่งชาติดำเนินการฟื้นฟูตามคำพิพากษาศาลฎีกา แสดงความกล้าหาญในการแก้ไขปัญหา และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน พร้อมเรียกร้องให้รัฐมนตรีวราวุธให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตามหลักการที่เคยส่งเสริม
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ขออภิปรายรับทราบรายงานการพิจารณาศึกษาญัตติเพื่อพิจารณา ศึกษาสอบหาข้อเท็จจริงกรณีการปิดอ่าวมาหยา จังหวัดกระบี่ ซึ่งในช่วงที่มีญัตตินี้เข้าสภา ผมก็ได้อภิปรายถึงที่มาที่ไป แล้วก็พูดถึงว่าการปิดอ่าวมาหยาที่ผ่านมาไม่ได้ปิดเพียงครั้งแรก แต่นี่คือการปิดแบบทางการ ครั้งที่ ๒ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาปิดเนื่องจากมีกองถ่ายหนัง ภาพยนตร์เรื่องเดอะ บีช (The Beach) เข้าไปโดยมีดาราชื่อดังต่างประเทศพร้อมกับ กองถ่ายหนังทเวนตี เซ็นจูรี ฟอกซ์ (20th Century Fox) และบริษัท ซันต้า อินเตอร์ เนชันแนล ฟิล์ม โปรดักชัน จำกัด ในประเทศไทย ซึ่งร่วมไม้ร่วมมือกับรัฐมนตรีปองพล อดิเรกสาร อธิบดีกรมป่าไม้ขณะนั้น คุณปลอดประสพ สุรัสวดี ซึ่งต่อมาก็เกิดเป็นคดีฟ้องร้อง จากภาคประชาชนและองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง อบจ. กระบี่ รวมทั้งผมด้วย จนกระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา ศาลได้มีคำพิพากษาศาลฎีกา ผ่านมา ๒๐ กว่าปี คำพิพากษา เลขที่ ๖๒๐/๒๕๖๕ บอกชัดว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะต้องให้มีการฟื้นฟูอ่าวมาหยาให้มีสภาพเดิมตามธรรมชาติ ต้องมีคณะทำงาน ทำแผนการแก้ไขฟื้นฟูและการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ซึ่งต้องเห็นชอบร่วมกันกับ ภาคประชาชนหรือคนที่ศาลเห็นสมควร ตอนนี้ผ่านมาแล้วหลังจากอ่านคำพิพากษาไปเมื่อ ๒ เดือนก่อน ซึ่งอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชก็ไม่ได้ประสานผมมาเลยครับ เพราะว่า อบจ. กระบี่ประสานภายในกับผมแล้วว่าจะแจ้งให้ผมเข้าไปมีส่วนร่วมในการฟื้นฟู อ่าวมาหยา เพราะเป็นผู้ที่เห็นข้อมูลเหมือนภาพที่ผมกำลังนำเสนอซึ่งเป็นภาพอยู่ในรายงาน ต้องขอบพระคุณท่านกรรมาธิการที่ยอมให้ภาพที่ผมส่งให้ท่านดูช่วงของการทำลายอ่าวมาหยา ซึ่งสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย สร้างรายได้ให้กับจังหวัดกระบี่หลักหลายหมื่นล้านบาท ต่อปี ซึ่งมีข้อครหาเกี่ยวกับการจัดเก็บรายได้ เดี๋ยวจะพูดนิดหนึ่ง ท่านประธานครับ ญัตตินี้ เรื่องของการรายงานเป็นเรื่องของหลักการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติอย่างชัดเจนครับ การบริหารจัดการของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่ผ่านมาขาดหลักการมี ส่วนร่วม สะท้อนผ่านความเห็นของกรรมาธิการที่มาจากตัวแทนของภาคราชการปรากฏ ในรายงาน เช่นเปิดโอกาสให้ภาคประชาชน อยู่ในหลายหน้าเลย ท่านประธานครับ ไม่ว่าจะเป็น หน้า ค-๓ หรือหน้า ๔๗ ข้อ ๒ จากข้อย่อย ๑๗ การเขียนรูปแบบรายงานของภาคราชการ ในภาพรวมทั้งหมดในประเทศไทย ไม่เฉพาะกรรมาธิการที่ผมอ่านนะครับ มักจะเขียนบอกว่า เปิดโอกาสให้ภาคประชาชน นั่นหมายความว่าคุณกำลังคิดว่าคุณมีอำนาจอยู่ที่ส่วนกลาง อำนาจอยู่ที่อธิบดี อำนาจอยู่ที่ข้าราชการ ข้าราชการเท่านั้นต้องเปิดโอกาสให้ประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมอย่างนั้นหรือครับ ผมรณรงค์ให้เปลี่ยนวิธีคิด ประชาชนอย่างผมเป็นเจ้าของ ทรัพยากร เป็นเจ้าของหาดอ่าวมาหยา ในอดีตที่ผ่านมาเสียดายมากเลยครับ เรามีหาดทราย นุ่ม ๆ เดินไปเหยียบยุบลงไป แต่ปรากฏว่ากองถ่ายหนังเข้าไปทำลายเคลื่อนย้ายทรัพยากร จนกระทั่งมีข้าราชการท่านหนึ่ง หรือในอดีตก็ถูกจับได้ว่ารายได้ของอุทยานไม่ตรงกับจำนวน นักท่องเที่ยวจริงซึ่งปีละกว่า ๖๐๐ ล้านบาท แม้จะไม่ปรากฏในรายงานฉบับนี้ แต่ผมก็ชื่นชม ว่าเป็นความกล้าหาญของการเขียนรายงานได้ดีมาก การปิดอ่าวมาหยาดีครับ แต่ต้องปิด ในโซน (Zone) ที่จำเป็นต้องปิด ส่วนในโซน (Zone) ที่เปิดได้ เช่นที่โละซามะ ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่เป็นลมตะวันตก ที่อ่าวปิเละ ที่ปิเละนี่มันเหมือนลากูน นักท่องเที่ยวสามารถเอาเรือเข้าไปวนแล้วเป็นจุดขายได้ ไม่จำเป็นต้องไปที่โละซามะ หรือไปที่อ่าวมาหยา แต่ไปที่ปิเละ แต่นี่ไปประกาศปิด แล้วครอบคลุมทั้งหมด แต่จริง ๆ แล้วกรรมาธิการและผมได้ไปในพื้นที่ก็ปรากฏข้อเท็จจริง หลายอย่าง มีการบอกข้อมูลผ่านพวกเรามาว่าก่อนกรรมาธิการมาที่ประกาศอยู่ในระหว่าง ปิดจริง ๆ ปรากฏว่ามีการลักลอบสื่อสารโดยตรงกับกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว เอื้อกับเจ้าหน้าที่อุทยานบางคนบางฝ่ายให้เข้ามาในพื้นที่อุทยานได้ เรื่องนี้ต้องฝาก อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช คนใหม่คุณรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา รีบเข้า ไปดำเนินการตรวจสอบด้วยครับ การเขียนรายงานบอกว่ามีความเชื่อว่านักท่องเที่ยวเข้าไป เยอะ ๆ ที่อ่าวมาหยา เป็นผลสืบเนื่องจากกองถ่ายหนังเดอะ บีช (The Beach) อันนี้ ผมคิดว่าผมไม่เห็นด้วยครับ กองถ่ายหนังมาอาศัยความงดงามของอ่าวมาหยา โหนกระแส ความงดงามของอ่าวมาหยาต่างหาก ไม่ใช่เกิดโด่งดังจากหนัง โด่งดังจากที่พวกเราออกไป ประท้วง โด่งดังจากนักอนุรักษ์หลายคนเข้าไปรณรงค์ที่หน้าโรงหนังประเทศอังกฤษ ที่หน้าโรงหนังกระบี่ รวมทั้งเป็นสื่อทั่วไปในประเทศไทยในช่วงเวลาดังกล่าว เพราะฉะนั้น ผมไม่เห็นด้วยนิดหนึ่ง แต่อย่างไรผมก็ชื่นชมในรายงานทั้งหมด การปรับปรุงอ่าวมาหยา ด้านหลังที่ให้เรือเข้าไปเทียบท่าก็ล้มเหลว ด้านอ่าวโละซามะมีปัญหาต้องแก้ไขแบบแปลนกัน คนที่มาเที่ยวเพราะกองถ่ายหนัง ผมก็คิดว่าเรื่องนี้ผมต้องขอปฏิเสธ แล้วก็พื้นที่อ่าวมาหยา ที่ว่าสร้างรายได้ให้กระบี่มาก แต่ปรากฏว่ารายได้ก็ไม่ได้อยู่ที่จังหวัดกระบี่มากมาย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก็ไปเขียนกฎหมายจำกัดเรื่องการคืนเงินให้กับ พื้นที่แค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ก็คงจะฝากท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา ท่านต้องเน้น กระบวนการมีส่วนร่วมหรือหลักธรรมาภิบาลที่รัฐบาลนี้ย้ำนักย้ำหนา จี้แต่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น แต่ราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค จี้หน่อยครับ ให้ประชาชนมีส่วนร่วม อย่างแท้จริง ในรายงานนี้เขียนชัดผมชื่นชมครับ ไม่มีคณะกรรมการหรือมีภาคประชาชน เข้าไปตรวจสอบการจ้าง ขอบคุณครับ คณะกรรมาธิการสามารถเขียนเรื่องนี้ออกมาได้ เป็นตัวสะท้อนให้เห็นว่าระบบการจัดซื้อจัดจ้างของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและ พันธุ์พืชล้มเหลว ไม่มีภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดซื้อจัดจ้าง แล้วก็หน้า ๔๕ ก็บอกว่ามีเรื่องของการวางแผนล่าช้ามาก นี่คือความกล้าหาญที่ผมขอชื่นชมรายงาน รวมทั้ง ในข้อที่เขียนเสนอแนะว่าต้องปรับปรุงห้องสุขาให้เหมาะสม ให้มีระบบชักโครก นี่เรื่องแบบนี้ พวกผมท้วง อุทยานเขาถึงแก้ ถ้าพวกผมไม่ท้วงไม่แก้ครับ อธิบดีไม่เคยเดินทางต่างประเทศ หรือครับ ไม่เคยไปที่อื่นหรือครับ ผมว่าไม่จริงหรอกครับ ข้าราชการระดับสูงกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นี่เดินทางต่างประเทศทั้งนั้น นั่งชักโครกดี ๆ ทั้งนั้น แต่เวลาขึ้นอุทยานต้องไปให้นั่งยอง ๆ ไหวไหมครับ อายุปูนนี้แล้วไม่ไหวครับ นี่คือความล้มเหลวของการบริหารราชการส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ท่านประธานครับ ยังต้องฝากท่านอธิบดีคนใหม่ที่ผมคิดว่าท่านต้องมีไฟแรง ต้องมีความกล้าหาญ อย่าให้พวกผมไปนินทารัฐมนตรีวราวุธว่าไม่สาไหรนะครับ ต้องไปแก้ไข ปัญหาการบุกรุกที่ที่หาดคลองสน ขอภาพด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ที่ตำบลอ่าวนาง ห่างอุทยานแห่งชาติไม่เกิน ๑ กิโลเมตร ไปออก น.ส. ๓ ก ๓๐ ไร่ ปี ๒๕๒๘ มีการจับกุม ปี ๒๕๔๖ มีบันทึกการจับกุม ๑๒๕ ไร่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไม่เร่งตรวจสอบเลยครับ ไม่ร้องทุกข์เพิ่ม แล้วดีเอสไอ (DSI) ก็ลงพื้นที่แล้วด้วย เป็นข่าว ในไทยรัฐปลายปีที่แล้ว ปรากฏว่าไม่พบผู้กระทำความผิด แต่ก็ไม่ยึดคืนพื้นที่ ผมคิดว่าเรื่องนี้ เป็นความกล้าหาญของอธิบดีคนใหม่ครับ และยังมีอีกภาพหนึ่งขอภาพช่วงท้ายที่ อบต. อ่าวนางกับจังหวัดกระบี่ เอาหินเบ้อเร่อหลายรถสิบล้อไปกองบนชายหาด ซึ่งเป็นการทำลาย ชายหาดและผิดหลักที่พวกเราอยู่ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการ ปัญหาคลื่นทะเลการกัดเซาะชายฝั่ง และการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างเป็น ระบบ แต่ก็ล้มเหลวหาตัวผู้กระทำผิดไม่ได้ อธิบดีโชว์ความกล้าหาญหน่อยครับ และสุดท้าย ผมเลยเวลาไปนิดเดียวครับ ผมขอ ๗ นาที แต่ว่าเลยมา ๒ นาที แต่มันเป็นประโยชน์กับสภา แห่งนี้ ท่านประธานครับ เวลาท่านไปเที่ยวทะเลกระบี่ ผมยินดีต้อนรับ ผมเคารพ ผมรักท่าน เสียดายเพียงแต่ว่าท่านไม่ได้เหยียบอ่าวมาหยาในรูปแบบธรรมชาติเดิม ๆ เพียงแต่ตอนนี้ เขาบอกว่าต้องฟื้นฟู ก็ขอขอบคุณกรรมาธิการขอชื่นชมในความกล้าหาญที่ท่านเขียน ในรายงานหลาย ๆ อย่าง หลาย ๆ แบบ และฝากอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และรัฐมนตรีวราวุธไว้ด้วยครับ ขอให้ใส่ใจปัญหาสิ่งแวดล้อม เข้าใจคนรัก ธรรมชาติ เพราะว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นคนสอนพวกผมเองครับ สอนพวกผมให้รักธรรมชาติ สอนพวกผมในหลักคำหลายอย่างเช่น เทกอิน (Take in) บริงเอาต์ (Bring out) เอาขยะเข้าไปเอาออกมา แต่ตัวเองทำผิดพลาดมาทั้งนั้น ขอบคุณครับ