มานพ คีรีภูวดล หารือเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากร โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการกระจายอำนาจให้คนในพื้นที่ตัดสินใจ และมีการออกแบบกลไกการตัดสินใจที่มีอำนาจตัดสินใจเด็ดขาดในพื้นที่
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วผมเป็นคนภูเขาบนดอยนะครับ แต่ว่าผมคิดว่าเรื่องทะเล คือผมจะเกี่ยวข้องกับเรื่องฐานทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดิน เรื่องน้ำ เรื่องป่า ผมคิดว่ามันมีจุดที่สำคัญตรงเดียวกันก็คือเรื่องระบบอำนาจตัดสินใจ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอที่เป็นข้อสังเกตในข้อเท็จจริง แล้วก็ข้อสังเกต ต่อหน่วยงาน ผมคิดว่าทั้งหมดนี้กรรมาธิการที่มีทั้งฝ่ายการเมือง ฝ่ายวิชาการ ได้ลงไป ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการวิชาการ ผมคิดว่าอันนี้เป็นสิ่งที่เป็นรายงาน ที่มีความหมาย ผมคิดว่าฐานทรัพยากรจำเป็นอย่างยิ่ง เรื่องของการบริหารจัดการ ฐานทรัพยากรไม่ว่าจะเป็นเรื่องดิน เรื่องน้ำ เรื่องป่า เรื่องอากาศ เรื่องผู้คนและวัฒนธรรม มันคือต้นทุนทั้งหมด ถ้าหากว่าระบบบริหารจัดการและระบบตัดสินใจมันมีปัญหา ผมคิดว่า ไม่ว่าจะเป็นที่บนดอย ไม่ว่าจะเป็นที่ทะเล ไม่ว่าจะอยู่ในภาคกลาง จะอยู่ในรูปแบบไหน มันมีปัญหาหมดเลยครับ เมื่อสักครู่ก็ฟังจากอาจารย์ได้พูดถึงเรื่องของการประกาศปิด อ่าวมาหยา ผมก็มีโอกาสได้ไป ค่อนข้างที่จะมีคนแออัดมาก ผมคิดว่าอันนี้เรื่องของการ กำหนดว่าจำนวนคนที่จะเข้าไปจะต้องเท่าไร ในแง่ของระบบนิเวศก็ต้องคิด ในแง่ของ เศรษฐกิจก็ต้องคิด ในแง่ของผู้คนในพื้นที่ก็ต้องคิด เพราะฉะนั้นก็คือถ้าหากว่าเราดูในระบบ อำนาจการตัดสินใจ ผมคิดว่าประกาศนี้มาจากใคร มาจากผู้ถือกฎหมายอยู่ที่อธิบดีใช่หรือไม่ อยู่ที่ปลัดกระทรวงใช่หรือไม่ และมีหลายประกาศอีกนะครับ แล้วก็แผนงานของกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาอีกว่าแผนโพรโมต (Promote) ใครเป็นคนประกาศอีก ผมคิดว่าอันนี้ คือทั้งหมดที่ผมพยายามจะอภิปรายให้เห็นภาพ เราจำเป็นอย่างยิ่ง เรื่องนี้ผมคิดว่าส่วนที่ ผมอยากจะเพิ่มเติมให้กรรมาธิการเป็นข้อสังเกต ข้อเสนอเพิ่มเติมว่าระบบการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นช้างป่าที่จังหวัดจันทบุรีหรืออำเภอกุยบุรี ถ้าระบบตัดสินใจมันไม่สอดคล้อง กับข้อเท็จจริงในพื้นที่ ผมคิดว่าอันนี้เป็นปัญหาทั้งหมด เพราะว่าปัญหามันอยู่ที่พื้นที่ ไม่ได้อยู่ที่กรุงเทพฯ ที่ดินป่าไม้ที่จังหวัดเชียงใหม่มันก็อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ อ่าวมาหยา อยู่จังหวัดกระบี่ ต้องให้คนกระบี่และผู้คนที่เกี่ยวข้องในจังหวัดกระบี่ตัดสินใจ ประเด็นนี้ จึงสำคัญมากครับ การกระจายอำนาจหรือว่าการให้พื้นที่เป็นคนตัดสินใจเป็นเรื่องสำคัญครับ ผมคิดว่าผู้คนที่เกี่ยวข้องอย่างน้อยที่สุดเท่าที่ฟังจากกรรมาธิการได้รายงาน ชุมชนพื้นที่ มีทั้งชาวประมง มีทั้งคนที่จะต้องดูแลบ้านพัก คนที่จะต้องขับเรือ นักธุรกิจที่จะต้องไปเอา นักท่องเที่ยวเข้าไป เอาเม็ดเงินเข้าไปหาชุมชน นักอนุรักษ์ที่เป็นห่วงเรื่องสิ่งแวดล้อม และผู้ถือกฎหมายที่จะต้องดูแลข้อกฎหมายต่าง ๆ เหล่านี้ ๓-๔ กลุ่มนี้ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เหล่านี้ผมคิดว่าพื้นที่กลางที่พวกเขาจะมีอำนาจตัดสินใจอยู่ตรงไหน ชาวประมงจะไปมี อำนาจตัดสินใจอยู่ตรงนั้นอย่างไร คนขับเรือจะมีอำนาจตัดสินใจอย่างไร ฟังจากกรรมาธิการ เมื่อสักครู่บอกว่าปิด ๓ วัน หมายความว่าประกาศ ๓ วัน แล้วก็ปิดเลย และคนที่เตรียมตัวนี้ จะทำอย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมคิดว่าการออกแบบกลไกการตัดสินใจต้องมาจาก ทุกภาคส่วน และจะต้องมีอำนาจตัดสินใจเด็ดขาดในพื้นที่ ผมยกตัวอย่าง ถ้าคนกระบี่ และคนที่เกี่ยวข้องอย่างที่ผมได้กล่าวมาเมื่อสักครู่นี้ ได้ตัดสินใจว่าเราจะปิดช่วงไหน เราจะทำอะไร เราก็เอาแผนงานตรงนี้ส่งให้ ททท. ส่งให้คนทั้งประเทศได้รู้ว่าถ้าจะมาที่ อ่าวมาหยาจะต้องเตรียมตัวช่วงเดือนไหน การปิดอย่างนี้เป็นการปิดโดยใช้อำนาจ ผู้ถือกฎหมาย ไม่ได้มาจากการมีส่วนร่วม คณะกรรมการแผนของอุทยานที่ว่า ผมคิดว่า อาจจะมีผู้คนหรือว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียน้อยเกินไป เพราะฉะนั้นข้อกฎหมายที่จะต้องออกมา คือในเรื่องการบริหารพื้นที่พิเศษอย่างนี้ เรายังมีเศรษฐกิจพิเศษ เรายังมีคณะกรรมการพิเศษ เรื่องนี้ถ้าพื้นที่ตั้งแต่ท่านผู้ว่าราชการ หัวหน้าอุทยาน พี่น้องชาวประมง พี่น้องที่ดูแล ท่องเที่ยว ผู้ประกอบการธุรกิจ ก็ตั้งเป็นคณะกรรมการ แล้วก็ทำแผนเป็นรายปี แล้วประเมิน สถานการณ์เป็นรายช่วง ๆ ไป เป็นรายไตรมาส ๆ ไป ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ต่างหากนะครับ ทั้งหมดที่ผมได้อธิบายไม่ได้หมายถึงอ่าวมาหยาที่เดียวครับ มันหมายถึงการบริหารจัดการ ทรัพยากร ไม่ว่าดิน น้ำ ป่า อากาศ วัฒนธรรม และผู้คนจำเป็นจะต้องกระจายอำนาจ ให้คนในพื้นที่ได้ตัดสินใจ ใช้กลไกนี้จะทำให้การสร้างสรรค์ทั้งเศรษฐกิจ ผู้คน แล้วก็การทำให้ คุณค่าทั้งมิติเรื่องเศรษฐกิจ แล้วก็มิติเรื่องของการอนุรักษ์มันไปด้วยกัน ผมขออนุญาต ใช้เวลาท่านประธานเพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ