สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖

มานพ คีรีภูวดล แสดงความเห็นเกี่ยวกับมาตรา ๑๕/๓ พ.ร.บ. กัญชา โดยชี้ว่าการเขียนให้พ.ร.บ. กัญชา และพ.ร.บ. กัญชา มีไว้เพื่อกีดกันประชาชน ไม่ให้เข้ามาเกี่ยวข้องกับกัญชง ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจทั่วไป เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง หรืออ้อย และไม่ควรจะจดแจ้งในการปลูก

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ผมก็คงยืนยันในหลักการเดิมว่าการเอากัญชากับกัญชงมาผสมกัน ในรายละเอียดในมาตรา ๑๕/๓ ถึงแม้ว่าจะพูดถึงในมาตรา ๑๘ ผมคิดว่ามันมีปัญหาครับ จริง ๆ แล้วผมคิดว่าถ้าจะเขียนให้มันชัดเจน ถ้าจะกลัวเรื่องของทีเอชซี (THC) เกินหรือว่า จะสกัดซีบีดี (CBD) ผมก็คิดว่าก็ควรจะเขียนให้มันชัดเจนไปเลยว่ากรณีกัญชงกับกัญชา มันไม่ควรจะอยู่ด้วยกัน อันนี้ผมคิดว่าสมาชิกในสภาแห่งนี้ก็เห็นด้วย แล้วผมเชื่อว่า กรรมาธิการหลายคนก็เห็นด้วยว่ามันไม่ควรจะอยู่ด้วยกัน เอาแบบง่าย ๆ ผมคิดว่ากัญชง ควรจะเป็นพืชเศรษฐกิจทั่วไปเหมือนกับอ้อย เหมือนกับมันสำปะหลัง เหมือนกับพืชอื่น ๆ เหมือนกับกะหล่ำ เหมือนกับข้าวโพด มันคือหนทาง แต่ถ้ากลัวว่าการจะเอากัญชง ไม่ว่าจะเป็นสารทีเอชซี (THC) จะเกินไหม หรือจะสกัดสารซีบีดี (CBD) บอกว่ายกเว้น การปลูกช่อและปลูกเมล็ด ผมคิดว่าเขียนแค่นี้ก็พอ เพราะว่าเหตุผลที่ผมอภิปรายในเรื่องนี้ ในมาตรา ๑๘ มันพูดเรื่องการจดแจ้ง ทำไมต้องจดแจ้งในเมื่อมันเป็นพืชเศรษฐกิจทั่วไป ผมยืนยันว่าผมเป็นคนสนับสนุนให้มีการพัฒนาต่อยอดว่าด้วยเรื่องฐานทรัพยากร และความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศนี้ ไม่ว่าจะเป็นพืชวัฒนธรรม พืชที่อยู่ในป่า หรือพืชสมุนไพร พืชท้องถิ่นทุกชนิด ผมมีความยินดี และผมสนับสนุนให้มีการพัฒนาต่อยอด ให้มันเป็นพืชเศรษฐกิจ เราพูดถึงเรื่องของเราเป็นครัวของโลกก็ดี พูดถึงเรื่องของเราเป็น แหล่งสมุนไพรความหลากหลายชีวภาพระดับต้น ๆ การเขียนอย่างนี้หมายความว่ามันต้องมี คนที่ไปมีอำนาจเข้าไปควบคุม ผมถามว่าการเอาราก เอาต้น เอาใย เอาใบ ไม่ได้เกี่ยวกับสาร ไม่ว่าจะเป็นสารซีบีดี (CBD) หรือทีเอชซี (THC) เลย ทำไมต้องจดแจ้ง การเขียนอย่างนี้ ผมคิดว่าเขียนเพื่อที่จะกันไม่ให้ประชาชนเข้ามาได้ ซึ่งในการจดแจ้งก็ต้องมีเงื่อนไขว่า ที่ของท่านอยู่ในเขตป่าสงวนไหม อยู่ในเขตอุทยานไหม มีโฉนดไหม มีเอกสารสิทธิไหม วันนี้ รัฐบาลไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ การเขียนอย่างนี้ก็คือว่าคือว่าสุดท้ายมันก็ต้อง ออกแบบ เขียนแบบนี้คือเขียนกีดกันไม่ให้ประชาชนได้เติบโต อันนี้ประเด็นที่ ๑ ถ้าจะทำ เรื่องนี้ผมคิดว่าโดยหลักการใหญ่สมัยหน้าเราแยกออกมาเลยว่า พ.ร.บ. กัญชงก็คือกัญชง พ.ร.บ. กัญชาก็คือกัญชา แต่การเขียนบอกว่าจะต้องไปจดแจ้ง ๑๘ ต้นผมว่าเอาไปทำอะไร เพราะฉะนั้นก็คือว่ามันต้องดูที่เจตนาว่าปลูกไปเพื่ออะไร ถ้าปลูกเพื่อที่จะสกัดสารซีบีดี (CBD) ก็คือช่อกับดอก หรือจะตรวจสอบว่าทีเอชซี (THC) มันเกินไหม อันนี้จะต้องไปผ่าน กระบวนการขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นหมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่ถ้าจะปลูก เอาต้น เอาใย เอาใบ เอาทุกส่วนที่มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับสารในกัญชง ผมคิดว่ามันควรจะ เปิดกว้าง เปิดกว้างเพื่ออะไร ท่านประธานลองนึกภาพ ถ้าหากว่ามีการเปิดกว้าง ไม่ต้องไป เกี่ยวข้องเรื่องการจดแจ้ง พืชหลายตัวมันทำหน้าที่ในการพัฒนาฐานเศรษฐกิจที่มาจาก ฐานรากจริง ๆ เพราะฉะนั้นกัญชงก็เหมือนกันมันไม่ควรจะจดแจ้ง เพราะมันเป็นพืชทั่วไป มันก็ไม่ต่างจากข้าวโพด ไม่ต่างจากกะหล่ำปลี ไม่ต่างจากมันสำปะหลัง ไม่ต่างจากอ้อยครับ เราจะมีพืชอีกสักตัวเพื่อจะเป็นการเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้กับพี่น้องประชาชนตรงนี้ มันจะมีปัญหาอะไร เขียนแบบจดแจ้งหรือว่าเขียนแบบกีดกันประชาชน ซึ่งในความหมาย ของผม ผมคิดว่ามันต้องดูที่เจตนาวัตถุประสงค์ว่าถ้าคุณจะเอาไปสกัดเกี่ยวกับสารที่มันอยู่ใน กัญชง ซีบีดี (CBD) ถ้าทีเอชซี (THC) มันเกินอันนี้ต้องผ่านกระบวนการ แต่ถ้าเป็นประเด็นว่า พืชตัวนี้มันจะนำไปสู่เรื่องการพัฒนาเส้นใย และวันนี้เราต้องยอมรับ วันนี้นักวิทยาศาสตร์ พิสูจน์แล้วว่าต้นกัญชงเอาไปทำเป็นถ่านดีที่สุด เอาไปทำเป็นแบตเตอรี่เส้นใยกัญชงเอามาทำ เสื้อกันกระสุน บริษัทในระดับโลกนี้เขาก็เอาไปทำเป็นวัสดุอุปกรณ์ เช่นเครื่องบินอะไรมันมี เยอะมาก เพราะฉะนั้นถ้าเขียนอย่างนี้ใครที่ไหนครับ ยิ่งมันถูกกีดกันมันต้องใช้เมล็ดของใคร อะไร อย่างไร เหยื่อ ต้น ส่วนประกอบที่มันไม่ใช่สาร มันไม่จำเป็นจะต้องดูสายพานอะไรมาก เขาต้องการแค่วัสดุอุปกรณ์ตรงนี้เพื่อที่จะต่อยอดในสายพานของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่สามารถผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เป็นหมื่น ๆ ชนิดออกมา เพราะฉะนั้นโดยหลักผมคิดว่าการเอา กัญชงผสมกับกัญชามันทำให้ขาดเจตนารมณ์ที่จะพัฒนาฐานทรัพยากรความหลายชีวภาพ โดยเฉพาะกัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจอีกตัวหนึ่ง อันนี้มันถูกทำให้ผิดเพี้ยนไปเลย ขอบคุณท่าน ประธานมากครับ