สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖

ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ขอขอบคุณท่านประธานและอธิบายว่าเพิ่มคณะกรรมาธิการ 3 คนไม่ใช่เพื่อไร้เหตุผล แต่เป็นเพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากกัญชา โดยเสนอการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับกัญชา โดยอ้างถึงประโยชน์ของกัญชาในด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ และเรียกร้องให้ไม่ห้ามขายหรือใช้ใยผ้า

นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ กรรมาธิการ

กราบขอบพระคุณท่านประธาน กระผม นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เป็นคณะกรรมาธิการ จะขออนุญาตว่าการที่ คณะกรรมาธิการได้เพิ่ม (๓) ขึ้นมา มิใช่หมายความว่าเราจะนึกจะเพิ่มโดยไร้เหตุผล ผมขออนุญาตให้ทุกท่านย้อนกลับไปที่เหตุผลของหน้าแรกของกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเป็น กฎหมายที่อยู่ในวาระรับหลักการเกือบเป็นเอกฉันท์ในสภาผู้แทนราษฎร ในครั้งนั้น สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการข้อความหนึ่งว่า ส่งเสริมให้มีการใช้ประโยชน์จากกัญชา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในด้านการพัฒนาภูมิปัญญาด้านการแพทย์แผนไทย ตลอดจน องค์ความรู้ด้านทางการแพทย์แผนปัจจุบัน และอุตสาหกรรมอื่น ๆ นี่ประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ก็ยังมีข้อความต่อมาอีกว่าตลอดจนเปิดโอกาสให้มีการผลิต ขาย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจของประเทศหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้นถ้าเรามีข้อความนี้อยู่ในเหตุผลแล้วนี่ เราจะละเลย วัตถุประสงค์นี้ในการที่จะมีเรื่องกัญชา กัญชง ในการขออนุญาตไม่ได้ครับ การขออนุญาต แปลว่าคณะกรรมาธิการเล็งเห็นว่าจำเป็นต้องมีการควบคุมจึงต้องขออนุญาต ถ้าเราไม่มี ข้อความสิ่งเหล่านี้ก็แปลว่าไม่ต้องขออนุญาต การที่เราคำนึงถึงคำว่า เชิงพาณิชย์ หรืออุตสาหกรรม ขอให้ท่านได้โปรดกรุณาไปดูมาตรา ๒/๑ ว่าการที่จะมีอุตสาหกรรมนั้นคือ อุตสาหกรรมอะไรบ้าง มาตรา ๒/๑ บอกว่าการใช้กัญชา กัญชงหรือสารสกัดเป็นวัตถุดิบ ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์สมุนไพรตามกฎหมายว่าด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพร มีทั้ง เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม ยาตามกฎหมายว่าด้วยยา อันนี้ไม่มีใครมีข้อสงสัยเรื่องทาง การแพทย์ มีต่อนะครับ อาหารตามกฎหมายว่าด้วยอาหาร และทุกวันนี้ก็เป็นที่ยอมรับว่า มีประโยชน์ทางด้านอาหาร สุขภาพ ในยุคปัจจุบันด้วย เพราะกัญชาไม่ใช่มีสารที่เรียกว่า กลุ่มแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) ในกลุ่มสารกัญชาอย่างเดียว ในกัญชามีแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) นับ ๑๐๐ ตัว ทีเอชซี (THC) เป็นเพียงแค่ตัวเดียว ในปัจจุบันอุตสาหกรรม สามารถสกัด ทีเอชซี (THC) ออกไปได้ และสามารถเป็นผลิตภัณฑ์ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และอาหารได้ ไม่ใช่แค่นั้นครับ ยังมีสารในกลุ่มที่เรียกว่าฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ซึ่งเป็น สารต้านอนุมูลอิสระอยู่ในสีต่าง ๆ ของกัญชา และยังมีกลิ่นของกัญชาที่เรียกว่าเทอพีน (Terpene) ซึ่งมีประโยชน์ทั้งทางด้านสุขภาพและทางการแพทย์ และไม่มีการออกฤทธิ์ ทางจิตประสาทหรือทำให้เมาเช่นเดียวกัน นอกจากอาหารแล้วท่านอาจจะลืมไปว่า ยังมีเครื่องสำอางตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอาง เรียนตามตรงในขณะที่ อย. มี ๒,๔๐๐ กว่ารายการ ที่มีการขออนุมัติขึ้นทะเบียน อย. มีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางด้วยครับ และมันอยู่ในนั้น เราจะลืมในภาคการพาณิชย์และอุตสาหกรรมได้อย่างไร ในเมื่อมีประโยชน์ ทางด้านการพาณิชย์และอุตสาหกรรมจริง ๆ และมียอดที่ต้องการที่จะรับการส่งออก จากประเทศไทยไปยังต่างประเทศด้วย ดังนั้นการที่เราจะละเลยในข้อเท็จจริงเหล่านี้ จึงจะเป็นเรื่องที่น่าเสียโอกาส กราบเรียนตรง ๆ ว่าที่ท่านเป็นห่วงใยเรื่องชาวม้งเป็นเรื่องที่ คณะกรรมาธิการห่วงใยที่สุด ทุกท่านยอมรับว่ากัญชากับกัญชงในอนุสัญญาเดี่ยวคือ พืชต้นเดียวกัน ดังนั้นการที่เราใส่คำว่านำเข้าก็ดี ส่งออกก็ดี ผลิตก็ดี ครอบครองก็ดี เป็นไป ตามขั้นตอนที่ต้องมีในอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพให้โทษในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเรียกว่า กัญชาหรือกัญชงก็ตาม แต่แน่นอนครับ กัญชาที่เราเรียกมาโดยตลอดเราพยายามจะเลี่ยง เพื่อหาทางออกในเรื่องของการใช้เส้นใยของกัญชง แน่นอนเราได้มีโครงการพระราชดำริ จึงมีโครงการผลิตใยกัญชง เปลี่ยนชื่อจากกัญชาเลี่ยงมาเป็นกัญชง ทุกท่านครับ พืชที่เรียกว่า กัญชา กัญชง มันสปีซีส์ (Species) เดียวกันครับ แม้จะมีทีเอชซี (THC) ในที่หนึ่งต่ำกว่า ๐.๒ หรือ ๑ เปอร์เซ็นต์ ปลูกย้ายที่ทีเอชซี (THC) จะสูงขึ้นได้ครับ จึงไม่แปลกที่ชาวม้งจะปลูก แล้วไม่ให้ออกช่อดอกแล้วฟันทิ้งเพื่อเอาใยมาใช้เป็นประโยชน์ ผมเข้าใจครับ แล้วเราต้อง ส่งเสริมด้วยครับ ดังนั้นท่านอย่ากังวล ถ้าท่านไปดูมาตรา ๑๕/๓ เราได้เขียนว่ามาตรา ที่เกี่ยวข้องกับการขออนุญาตสักครู่ที่เราพูดถึงในมาตรา ๑๕ และมาตรา ๑๕/๑ นั้น เราจะ ไม่รวมการขาย เราจะห้ามใช้ในส่วนนี้กับการขายส่งของกัญชาหรือกัญชงที่ไม่ใช่ช่อดอก ยาง หรือสารสกัด ดังนั้นถ้าท่านใช้ใยผ้า ท่านทำเต็มที่ ไม่ต้องขออนุญาตในการขาย ดังนั้น ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นวิวัฒนาการตามสภาพข้อเท็จจริงที่มีอยู่ในปัจจุบัน และเป็นไป ตามเหตุผลที่เรารับหลักการไว้แล้ว จึงวิงวอนเห็นว่าวาระนี้ควรจะผ่านมาตรา ๑๕/๒ เพราะเราผ่านเรื่อยมาจนกระทั่งกฎหมายสอดรับกันโดยตลอด กราบขอบพระคุณครับ