เพชรดาว โต๊ะมีนา หารือเรื่องประมง โดยมีประเด็นหลัก ๕ ประเด็น เพื่อส่งเสริมการประมงที่ยั่งยืนและไม่กีดกันทางการค้า โดยต้องการแก้ไขพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ เพื่อสร้างกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ และการบูรณาการ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ภูมิลำเนาจังหวัดปัตตานีค่ะ ปีแรกในสภาแห่งนี้คือปี ๒๕๖๒ ดิฉันได้มีโอกาส หารือเรื่องที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประมงจังหวัดปัตตานี นำโดยคุณอันน์เกตุ ลีลาไพบูลย์ นายกสมาคมการประมงจังหวัดปัตตานี ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการทบทวนและ แก้ไขกฎหมายประมงที่มีข้อจำกัด และให้สอดคล้องกับสภาพการทำประมงของประเทศไทย ดิฉันได้รับคำตอบจากข้อหารือจากทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องว่าอยู่ระหว่างดำเนินการ และในวันนี้ดิฉันดีใจมากที่วาระนี้เข้าสู่การพิจารณา แม้ว่าจะเป็นปีสุดท้าย เดือนสุดท้ายของ สภาชุดนี้ พรรคภูมิใจไทยโดยท่าน ส.ส. วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ และคณะ ได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... รายละเอียดมีหลายประเด็น แต่ด้วยเวลาที่จำกัดดิฉันขออนุญาตร่วมอภิปราย ๒-๓ ประเด็น เนื่องจากจังหวัดปัตตานีบ้านเกิดของดิฉันเป็นจังหวัดที่มีภูมิประเทศติดทะเลอ่าวไทย เศรษฐกิจของจังหวัดปัตตานีเป็นหลักนั่นก็คืออาชีพประมง มากกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ จากตัวเลขเศรษฐกิจของทั้งจังหวัด มีทั้งต้นน้ำจากภาคการประมง กลางน้ำภาคอุตสาหกรรม การประมงการค้าการลงทุน และปลายน้ำคือภาคการเกษตรและครัวเรือน ก่อนปี ๒๕๕๘ เรือประมงในอ่าวปัตตานีมีประมาณ ๑,๑๐๐ ลำ สามารถจับสัตว์น้ำ สร้างเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจปัตตานีเป็นจำนวน ๒๑,๐๕๐ ล้านบาท แต่ช่วงหลังนี้ เราเห็นภาพเรือที่ถูกจอดทิ้งหลายร้อยลำ โรงงานขนาดใหญ่ที่ทำเกี่ยวกับอาหารทะเล ที่ปัตตานีที่เปิดมาช้านาน มีมูลค่าส่งออกเฉลี่ยปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ได้ปิดตัวไปเมื่อ เดือนตุลาคม ๒๕๖๑ พร้อมกับเลิกจ้างพนักงาน ๙๓๗ คน เป็นผลกระทบจากการประกาศใช้ พระราชกำหนดฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพคะ พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ เพิ่มมาตรการในการควบคุมเฝ้าระวัง สืบค้นและตรวจสอบการประมงให้สอดคล้องกับ มาตรฐานสากลและการตราพระราชกำหนดดังกล่าวดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อแก้ไขปัญหา อย่างเร่งด่วน ทำให้จังหวัดที่ทำการประมง ๒๒ จังหวัดได้รับความเดือดร้อน กระทบห่วงโซ่ เศรษฐกิจทางประมงทั้งระบบ จะทำอย่างไรที่จะแก้ปัญหาและมีแนวทางพัฒนาประมง ของประเทศไทยอย่างบูรณาการ ส่งออกได้โดยไม่ถูกกีดกันทางการค้า อัตราโทษ ต้องสมเหตุสมผล การกำหนดโทษที่มุ่งพิจารณาเฉพาะขนาดเรือ แต่ไม่ได้คำนึงถึง ความร้ายแรงของการกระทำความผิดและความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพยากรสัตว์น้ำ และสิ่งแวดล้อม เราจะรักษาสมดุลระหว่างปริมาณการจับสัตว์น้ำและศักยภาพการผลิต ของธรรมชาติเพื่อให้อาชีพประมงเป็นอาชีพที่ยั่งยืนของประเทศไทยตลอดชั่วลูกชั่วหลาน ได้อย่างไร
ประเด็นแรก คำนิยามต้องชัด ไม่ว่าจะเป็นประมงพื้นบ้าน ประมงพาณิชย์ ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ประเภทของเครื่องมือที่ใช้จับสัตว์น้ำ ขนาดของเรือ การกำหนดเขตพื้นที่ที่เข้าไปทำประมงได้แต่ละประเทศอาจจะต้องมีจำนวนสัดส่วนการจับ สัตว์น้ำแต่ละประเภท ดิฉันขอฝากคณะกรรมาธิการที่จะตั้งในประเด็นนี้ด้วยนะคะ
ประเด็นถัดมาเรื่องขององค์ประกอบของคณะกรรมการประมงประจำจังหวัด มีส่วนสำคัญอยากให้มีการกระจายอำนาจให้กับประมงจังหวัด แรงงานในภาคประมงก็เป็น เรื่องสำคัญ ส่วนใหญ่เราใช้แรงงานต่างด้าว ในที่นี้มีทั้ง ส.ส. ปัตตานี สตูล กระบี่ ระนอง ส่วนใหญ่แล้วแรงงานมาจากเมียนมา กัมพูชา ฉะนั้นจะทำอย่างไรที่จะคุ้มครองสิทธิแรงงาน ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล สิทธิประโยชน์เกี่ยวกับการประกันสุขภาพความปลอดภัย ในการทำงานและควรสร้างกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศด้วย ดิฉันเคยอ่านข่าว ของจังหวัดสงขลาน่าสนใจค่ะ ลูกหลานแรงงานประมงจากกัมพูชามีโอกาสได้เรียนหนังสือ อ่านออกเขียนภาษาไทยได้และสอบผ่านเกณฑ์ที่จะเข้าศึกษาพื้นฐานโรงเรียนเทศบาล อำเภอเมืองสงขลาได้ถึง ๒๐ กว่าคน เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมที่สร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับ เด็ก ๆ ทุกชาติ ทุกศาสนาหรือทุกภาษา ดิฉันเชื่อว่าหลายท่านเคยไปประเทศญี่ปุ่น จะต้อง ไม่พลาดคือตลาดปลาซึกิจิของญี่ปุ่น แต่ทำไมประเทศไทยเราไม่มีตลาดปลาอย่างนั้น ดิฉัน คิดว่าถ้าเป็นไปได้สถาบันการศึกษาวิจัยประมงแห่งชาติน่าจะมีการตั้งขึ้นที่เป็นอิสระ จากรัฐบาลเช่นประเทศญี่ปุ่น และอีก ๒ ประเด็นสุดท้าย เรื่องของการบูรณาการ จะเห็น ได้ว่าเรามีมากกว่า ๗ กระทรวงและอีกหลากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการประมง แล้วขอฝากเรื่องประเด็นการเยียวยา รวมทั้งการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือและสนับสนุน ผู้ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านด้วย ขอบคุณค่ะ