ทวี เสนอร่างแก้ พรก. ประมง ชี้ขาดมนุษยธรรม-กระทบชีพประมง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖

ทวี สอดส่อง วิพากษ์พระราชกำหนดประมง พ.ศ. 2558 ที่ใช้มานานโดยขาดการมีส่วนร่วมและขัดรัฐธรรมนูญ ทำลายศักดิ์ศรีเกษตรกร-ประมง กระทบชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวประมงทั้งพื้นบ้านและพาณิชย์อย่างรุนแรง พร้อมเสนอร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าวเพื่อคืนความเป็นธรรมและฟื้นฟูอาชีพที่ยั่งยืน

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ผมและคณะของพรรคประชาชาติแล้วก็ ส.ส. ได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องยอมรับว่าพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ เกิดจากกลุ่มผู้มีอำนาจชุดหนึ่ง ได้กำหนดขึ้นมาแล้วเป็นพระราชกำหนดที่ถูกใช้มาวันนี้ ๗ ปีกว่า โดยฐานคติที่เป็น อำนาจนิยม แล้วก็เป็นกฎหมายที่อาจจะกล่าวได้ว่ามีความไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ ขาดมนุษยธรรม แล้วก็ที่สำคัญอย่างยิ่งเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตและการประกอบ อาชีพประมง และที่สำคัญเนื่องจากว่าตลอดระยะเวลาผมนอกจากตำหนิ คสช. ที่ยึดอำนาจ และกำหนดพระราชกำหนดฉบับนี้ ผมก็มองไปที่รัฐบาล ปล่อยเวลาให้เปลี่ยนผ่านมาถึง ๔ ปี จึงจะมาแก้ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าสภาเหลือเวลาอีกเดือนกว่า ๆ โดยเฉพาะต้องยอมรับว่ารัฐบาลนั้น เราจะมีหน้าที่ตามมาตรา ๑๕๘ ก็คือว่าการบริหารราชการแผ่นดินเป็นหน้าที่รับผิดชอบ ร่วมกัน ไม่ใช่รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้สถานการณ์ของประมง เหมือนว่าพระราชกำหนดฉบับนี้เกิดขึ้นเป็นพระราชกำหนดที่ไม่ต้องการให้มีการทำประมง ผลกระทบของประมงเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นประมงพื้นบ้าน ซึ่งถ้าข้อมูลที่เราได้รวบรวม โดยเฉพาะในส่วนพรรคประชาชาติประมงพื้นบ้านพอแก้เข้าจริง ๆ ต้องการที่จะให้มี ทรัพยากรประมงชายฝั่งมากขึ้น แต่ปรากฏว่าปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งกลับมากขึ้น หาปลาจับได้ยากขึ้น ปัญหาที่สำคัญคือประมงพื้นบ้านไม่ได้รับ การช่วยเหลือดูแลเลย สินเชื่อหรือประมงขาดการดูแลเลย ถ้ามาดูประมงพาณิชย์คือมีการบังคับใช้กฎหมายขัดหลักนิติธรรม ผมเห็นมีการที่ศาลจังหวัด นราธิวาสได้ส่งกรณีที่จำเลยถูกจับในเรื่องเรือประมงพาณิชย์ แล้วศาลพิจารณาเห็นว่าจำเลย ได้ต่อสู้เรื่องพระราชกำหนดประมงขัดรัฐธรรมนูญ แล้วก็ส่งเข้ามาสู่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่เสียใจอยู่นิดหนึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยบางมาตรานั้นไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่มาตรา สำคัญคือมาตรา ๔ ที่ทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ขจัดสิทธิเสรีภาพ โดยอ้างว่าผู้ร้องไม่ได้ ให้เหตุผลตามมาตรา ๒๑๒ ของรัฐธรรมนูญ ถ้าเรามาดูการทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เราจะเห็นว่าประมงที่คุณไปตั้งฐานคิดนั้นไอยูยู (IUU) หรืออียู (EU) เราค้าขายปีละแค่ ๕,๐๐๐ ล้านบาท หรือปีละแค่ ๘,๐๐๐ ล้านบาท แต่ขณะที่เราค้าขายกับบุคคลอื่น ๆ ปีละเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เราสูญเสียไป ๗ ปี ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐,๔๐๐,๐๐๐ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ ปรากฏทั่วไป อย่างนี้ไม่ทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ได้อย่างไร ดังนั้นจึงมีข้อกล่าวหา ที่ทรมานมากมาย โทษปรับ ๓๐ ล้านบาท ลักษณะอย่างนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร คือท่านไม่มี ความรู้เรื่องอาชญาวิทยาเลยว่าการลงโทษกับความผิดมันต้องเหมาะสม แต่นี่เป็นการลงโทษ จากคนขยันแล้วมาทำลายคน ปัญหาประมงพาณิชย์ยังมีอีกอันหนึ่ง คือขาดแคลนแรงงาน ประมง โดยเฉพาะไม่ได้ไปเหลียวแลเรื่องต่างด้าวปล่อยให้เขาต่อสู้ตามยถากรรม ปัญหา ประมงที่สำคัญอีกอันหนึ่งคือวันทำประมง พอเรื่องแรงงานไปคิดเขา ๓๖๐ วัน แต่จริง ๆ เขาทำได้แค่ ๒๔๐ วัน ปัญหาเรือประมงที่ต้องไปถือสัญชาติมาเลเซีย เหมือนเรือประมง มีแผ่นดินเกิด แต่ไม่มีแผ่นดินตาย เพราะไปผลักไสให้ไปอยู่ประเทศมาเลเซีย แต่สิ่งที่เขาต้อง กลับมาซ่อมในประเทศไทยก็ทำไม่ได้ ปัญหาอีกอันหนึ่งก็คือความล่าช้าในการซื้อเรือ ออกนอกระบบ วันนี้เป็นความทรมานของชาวประมงมาก เป็นการที่ผมบอกว่าขัดศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ เพราะว่าเขามีความขยัน เขามีเครื่องมือที่จะทำประมง แต่ถ้าไปทำประมง โทษข้างหนึ่งนอกจากติดคุกและล้มละลายแล้วจึงเป็นเหตุให้เขาไม่สามารถทำได้ วันนี้ผมจึง เห็นว่ากฎหมายฉบับนี้จึงมีความจำเป็นต้องมีการแก้ไข เพราะอย่างน้อยที่สุดหลังจากมี รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ขึ้นมา กฎหมายอันนี้เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน กฎหมายอันนี้ ขัดขวางต่อการพัฒนาและที่สำคัญอย่างยิ่งคือเป็นกฎหมายที่ไม่ได้เกิดจากการมีส่วนร่วม ขัดรัฐธรรมนูญเกือบทุกมาตรา ในส่วนของผมผมขอชื่นชมผู้เสนอหลายท่าน โดยเฉพาะ ผมเองเป็นคนพูดขึ้นมาเองในการประชุมผู้นำฝ่ายค้านเมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๖ เราถาม กันว่า เหลือเวลาอีกไม่กี่วันจะทำอย่างไร ผมก็บอกว่า ต้องขอประทานโทษท่านประธานว่า วันนี้สภาผู้แทนราษฎรของเราเป็นสภาผู้แทนของรัฐบาล ไม่ได้เป็นสภาผู้แทนของราษฎร เพราะปัญหาราษฎรที่เดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า กฎหมายที่เกิดจากสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรนั้นเราไปหมกไว้ท้าย ๆ หมด แล้วไม่สามารถนำขึ้นมาได้ ผมเนื่องจากพรรคฝ่ายค้าน จะต้องไปที่ประจวบคีรีขันธ์แล้วไปพูดเรื่องประมง ต้องขอบคุณท่านผู้นำฝ่ายค้าน เราบอกว่า เราลองหยิบเรื่องนี้ไปคุยกับประธานสภาสิ เพราะประธานสภาเองบ้านท่านก็อยู่ชายทะเล บ้านท่านก็อยู่ภาคใต้ ผมเชื่อว่าท่านก็มีความรู้สึก มีความเจ็บ มีความร้อน และมีญาติเป็นประมงเหมือนกัน ต้องขอขอบคุณท่านประธานครับที่ได้บรรจุเรื่องนี้ขึ้นมา ท่านประธานครับ ในส่วนของผมนั้น เราแก้ประมาณ ๒๐ มาตรา การลงโทษที่รุนแรง ป่าเถื่อนและไร้มนุษยธรรมนั้น มันเป็นคำกล่าวเรื่องอาชญากรนั้น ไม่ใช่หมายความถึงผู้ที่กระทำที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็น ความผิดเท่านั้น อาชญากรจะหมายถึงผู้บัญญัติกฎหมาย ผู้บังคับใช้กฎหมายและ กระบวนการยุติธรรมด้วย โดยเฉพาะในเรื่องของความยุติธรรม ถ้าเกิดว่าประชาชน ไม่สามารถที่จะใช้ประโยชน์จากกฎหมายได้ ประชาชนไม่สามารถที่จะมีกฎหมายคุ้มครอง ความเป็นธรรมได้ กฎหมายชนิดนี้ก็เป็นอาชญากรชนิดหนึ่ง ท่านประธานครับ ในส่วนที่ ผมแก้อาจจะมีรายละเอียดซึ่งผมอาจจะไม่พูดถึง โดยเฉพาะโทษที่เป็นช่วงปรับถึง ๓๐ ล้านบาทนั้น ผมไม่ให้เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ให้เกิน ๑ ล้านบาท ออกเรือไปทีก็ไม่ถึงอันนี้ แล้วการริบเรือ ริบเครื่องมือ มันเป็นเรื่องที่สาหัสสากรรจ์ ดังนั้นผมจึงเชื่อว่าสมาชิกทั้งหมด อดีตเป็นบทเรียน ปัจจุบันและอนาคต เราต้องมาช่วยกันแก้ไขซึ่งเชื่ออยู่ว่าแม้แต่ ๔ ปี ที่ผ่านมานั้นท่านทุกข์ทรมาน ประชาชนหรือชาวประมงหรืออาชีพต่อเนื่อง ถ้ารู้ว่าความทุกข์ ของเขาได้บรรจุมาแก้กฎหมาย ซึ่งวันนี้การแก้กฎหมายก็ยากจะเยียวยาแล้ว เพราะทำลาย เขาไปหมดแล้ว แต่ว่าอย่างน้อยที่สุดก็เป็นการแสดงความให้เกียรติ การเคารพ ซึ่งการ แก้ปัญหาประมงนั้นมันจะยุ่งยากซับซ้อนยิ่งขึ้น ดังนั้นผมจึงเชื่อว่าสมาชิกทุกคนคงจะ เห็นด้วยแล้วได้มีการตั้งกรรมาธิการ แล้วก็มีกฎหมายบางฉบับที่เสนอหลัง ๆ หรือของ พรรคเพื่อไทยเป็นกฎหมายที่เกิดจากประชาชนร่างมาด้วยซ้ำ อันนั้นมีประโยชน์อย่างยิ่ง ก็ขอขอบพระคุณมากครับ