วรศิษฎ์ เสนอร่างแก้กฎหมายประมง หลังอียูแจ้งใบเหลือง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖

วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ชี้แจงเหตุผลในการเสนอกฎหมายปรับปรุงกฎหมายประมง หลังปัญหาการประมงผิดกฎหมายนำไปสู่การถูก EU แจ้งเตือนด้วยใบเหลือง และการออกพระราชกำหนดประมงฉบับปี 2558 ที่กระทบชาวประมงอย่างรุนแรงจากความเร่งรีบและขาดการพิจารณาอย่างรอบด้าน

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สตูล

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย ผมและเพื่อนสมาชิก จากพรรคภูมิใจไทยได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนด การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้ร่วมกัน พิจารณาและนำไปสู่การแก้กฎหมายต่อไป ผมขอย้อนความเป็นมาสักนิดหนึ่งครับว่าสาเหตุอะไรที่พวกเราได้รวมตัวกันเสนอกฎหมาย ฉบับนี้ ในเดือนเมษายนปี ๒๕๕๘ อียู (EU) ได้มีการประกาศให้ใบเหลืองกับประเทศไทยครับ และกล่าวหาว่าการประมงทะเลของไทยนั้นเป็นการประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการดูแล และไร้การควบคุมหรือว่าที่ทุกคนอาจจะเคยได้ยินกันในชื่อของคำว่าไอยูยู ฟิชชิง (IUU Fishing) และสั่งให้รัฐบาลไทยในขณะนั้น ซึ่งบริหารราชการโดยคณะ คสช. แก้ปัญหาให้ได้ ภายใน ๖ เดือน ถ้าไม่เช่นนั้นจะให้ใบแดงกับประเทศไทย นั่นหมายความว่าสินค้าประมง ทะเลของไทยนั้น จะไม่สามารถส่งออกไปยังกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรปได้ ท่านประธานครับ คสช. ซึ่งเป็นรัฐบาลในขณะนั้นก็ตกใจ แล้วก็กลัว กลัวจะโดนใบแดงจากอียู (EU) จึงตั้ง คณะทำงานขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาเรื่องของ ไอยูยู ฟิชชิง (IUU Fishing) ซึ่งหนึ่งในแก้ปัญหา ก็คือการออกกฎหมายอย่างบ้าระห่ำมาลงโทษคนที่กระทำผิด ถ้าดูหลักการแล้วเหมือนจะดีครับ เข้ามาแก้ไขเพื่อให้ประเทศรอดพ้นจากใบเหลือง แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่ ถ้าเราพูดถึง อาชีพประมง คนที่มีความรู้ความเข้าใจในอาชีพประมงจะรู้ว่าวิถีการทำประมงของไทยนั้น ถูกสืบต่อกันมาหลายสิบปี และถ้าคิดจะมาเปลี่ยนวิธีการหรือจะมาเปลี่ยนวิถีชีวิตของ พี่น้องชาวประมงให้ได้ภายใน ๖ เดือน มันเป็นไปไม่ได้ ถ้าทำได้ก็จะเกิดความเสียหาย ต่ออุตสาหกรรมประมงของประเทศไทยอย่างมหาศาล ซึ่งมันเกิดขึ้นแล้ว เพราะรัฐบาล ในขณะนั้นตัดสินใจที่จะเร่งแก้ปัญหาอย่างเร็วที่สุดเพื่อตอบสนองสิ่งที่อียู (EU) ต้องการ โดยคณะทำงานที่ทางรัฐบาลตั้งขึ้นมานั้น ต้องบอกเลยครับว่าเป็นคนที่มีความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องของประมงยังไม่เพียงพอ มาช่วยกันออกกฎหมายอย่างเร่งรีบ หลับหูหลับตาออก และออกมาบังคับใช้ แน่นอนครับว่าอะไรก็ตามที่ออกมาอย่างเร่งรีบและขาดความถี่ถ้วน ในการพิจารณามักจะไม่สมบูรณ์และไม่มีประสิทธิภาพแน่ ๆ เป็นที่มาของคำว่าคนที่ใช้ไม่ได้ออก คนที่ออกดันไม่ได้ใช้ แต่ว่าสุดท้ายแล้วไม่ว่าใครจะใช้หรือใครจะออก แต่ว่าคนสุดท้ายที่ต้อง รับเคราะห์ก็คือพี่น้องชาวประมงของพวกเรา สร้างปัญหาให้พี่น้องชาวประมงอย่างหนัก เรียกได้ว่าช็อก (Shock) วงการประมง ทำลายวงการประมงในขณะนั้นไปเลยก็ได้ หลังจาก มีการออก พ.ร.ก. ประมง ๒๕๕๘ ท่านประธานที่เคารพครับ ออกมาบังคับใช้ในขณะนั้น ประมงไทยตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ เกิดอาการช็อก (Shock) หยุดชะงัก หยุดชะงัก เพราะว่ากฎหมายที่ออกมามีจำนวนหลายร้อยฉบับ เกิดความสับสน เกิดความไม่เข้าใจ แม้แต่เจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมายในขณะนั้นเองสอบถามไปก็ยังไม่ค่อยที่จะ มีคำตอบให้ เพราะถ้าทำไปแล้ว แล้วเกิดความผิดขึ้นมา โทษต้องบอกว่าหนักหนาสาหัส ก็เลยไม่มีใครกล้าทำ ยิ่งไปกว่านั้นพอมีการบังคับใช้กฎหมายเต็มรูปแบบไปแล้ว พี่น้อง ชาวประมงหลาย ๆ คน ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศไม่สามารถที่จะประกอบอาชีพประมงต่อไปได้ ในส่วนที่มีทางเลือกสามารถขยับขยายไปทำอาชีพอื่นเขาก็เลิกทำประมงไป คนที่ทำต่อก็ต้อง มานั่งลุ้นกันครับว่าทำไปแล้วตัวเองจะโดนจับวันไหน ที่โดนจับนี่ผมอยากจะเรียนกับ ท่านประธานตรง ๆ ว่าคนที่ทำผิดกฎหมายจริง ๆ แบบตั้งใจอันนี้ก็มี แต่คนที่ทำผิดแบบ ขาดเจตนา แบบขาดความรู้ อันนี้เยอะมาก แล้วเยอะมากจริง ๆ ท่านประธานครับ คนที่ ทำผิดโดนปรับ โดนจับกัน ต้องบอกว่าสิ้นเนื้อประดาตัว เรือก็โดนยึด ทำให้ชาวประมง ณ ตอนนั้นประมาณครึ่งหนึ่งต้องเลิกอาชีพไป ในส่วนที่ยังพอสู้กันไหวก็สู้กันต่อ ถึงแม้ว่า จะสู้กันในสภาพเหมือนคนที่กำลังจะจมน้ำจมูกนี่ปริ่มน้ำครับ ต่อสู้กับกฎหมายที่ขาด ความรอบคอบ กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม เพราะว่านี่เป็นอาชีพของเขา ถ้าเขาจะเลิก เขาก็ไม่มี อาชีพอะไรที่จะมารองรับ ผมเชื่อว่าถ้าพี่น้องชาวประมงมีทางเลือกอื่น ณ ตอนนี้ ที่สามารถ เลี้ยงครอบครัว เลี้ยงธุรกิจ เลี้ยงลูกน้องได้ ผมเชื่อว่าวันนี้พี่น้องคนไทยจะไม่ได้กินปลา ที่จับจากทะเลไทยแน่ ๆ อาจจะต้องนำเข้ามานะครับ แล้วมีคนเคยพูดกับผมว่าการแก้ปัญหาของรัฐบาลในขณะนั้นเปรียบเสมือนอะไรรู้ไหมครับ เปรียบเสมือนการเผาบ้านเพื่อไล่แมลงสาบ ทั้ง ๆ ที่มีวิธีการอื่นเยอะแยะไปหมด ไม่ทำ เลือกที่จะทำลายอาชีพประมงทิ้งไปเพื่อให้ยกเลิกใบเหลืองนะครับ เปรียบเทียบกับประเทศ ที่อยู่ใกล้ ๆ กับเราอย่างเช่นเวียดนาม ประเทศเวียดนามติดกับเราเลย ท่านประธาน ทราบไหมว่าเขาใช้ระยะเวลาในการแก้ไขเรื่องของประมงผิดกฎหมายเท่าไร เขามีแผน การแก้ไข ๒๐ ปี มาเทียบกับพี่ไทยเราใช้เวลา ๖ เดือน เป็นไปได้ไหมล่ะครับ มันจะแก้ได้ไหม แบบนี้ ท่านประธานครับ มุมมองภาครัฐ ณ ขณะนั้นที่มองไปสู่พี่น้องชาวประมงเปรียบเสมือน เป็นศัตรู เป็นผู้ร้าย อันนี้ผมไม่ได้พูดเองแต่เป็นความรู้สึกของพี่น้องชาวประมงที่บอกมาว่า เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นโจร ตัวเองถูกมองเป็นผู้ร้ายที่จะต้องถูกกำจัด ที่ผมบอกว่าใช้คำว่า กำจัดเพราะกฎหมายต่าง ๆ ออกมานั้นเห็นได้ชัดว่าบทลงโทษจากการกระทำผิดเกี่ยวกับ ประมงมีความรุนแรงมากกว่าบทลงโทษจากการกระทำผิดในการทำเรื่องอื่น ๆ ยกตัวอย่าง ถ้าเรือประมงออกไปทำประมงแล้วใช้แรงงานผิดกฎหมายชาวประมงจะโดนปรับ หลายแสนบาท ไม่ใช่ต่อลำ ต่อ ๑ คนที่อยู่บนเรือและผิดกฎหมาย อาจจะโดนปรับไปถึง ๔๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ บาท ในขณะเดียวกันถ้าเกิดเป็นโรงงานผลิตอย่างอื่นทั่วไป แล้วใช้แรงงานผิดกฎหมายก็โดนปรับแค่หลักหมื่น นี่คือความแตกต่างครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในการทำประมงถ้าเกิดเราไปทำประมงโดยไม่มีใบอนุญาตท่านรู้ไหม โทษปรับสูงสุดเท่าไร ๓๐ ล้านบาท ไม่ใช่ต่อเรือ ๑ ลำ แต่เป็น ๓๐ ล้านบาทต่อคน ๑ คน ที่อยู่บนเรือ ถ้าเรือลำนั้นมีคนออกไปทำงาน ๑๐ คน เอา ๓๐ ไปคูณ ๑๐ ไม่ใช่ ๓๐๐ บาท แต่หมายถึง ๓๐๐ ล้านบาทนะครับ ๓๐๐ ล้านบาท นี่เรากำลังพูดถึงค่าปรับอยู่ ไม่ใช่ งบประมาณการสร้างสะพานข้ามแยกนะครับ ๓๐๐ ล้านบาทครับ ถ้าใช้เครื่องมือผิดไปจาก ใบอนุญาตที่ได้รับอนุญาตนี่ก็โดนปรับ ๓๐ ล้านบาทเหมือนกัน มี ๒๐ คนก็คูณเข้าไป ๖๐๐ ล้านบาท ถ้าไม่มีเครื่องติดตามเรือหรือว่าวีเอ็มเอส (VMS) ๔ ล้านบาท ถ้าขนถ่าย สัตว์น้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต ๒ ล้านบาท ถ้านำเรือเข้าฝั่งไม่แจ้งศูนย์หรือว่าเข้าเกินกว่าเวลา ที่กำหนดโดนปรับ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ขนาดเครื่องบินกำหนดเวลาไว้ชัดเจนดีเลย์ (Delay) ไปชั่วโมง ๒ ชั่วโมงเขายังไม่โดนปรับเงินแบบนี้เลยนะครับ แล้วถ้าเกิดว่าเป็นข่ายว่าอยู่เป็น โทษร้ายแรงนอกจากโดนปรับแล้วยังโดนยึดเรืออีกด้วยไม่มีเครื่องมือจะทำมาหากิน ปรับมาตรฐานอียู (EU) แต่ว่าดูแลแบบไทยแลนด์ สแตนดาร์ด (Thailand Standard) ซึ่งผมไม่เห็นด้วยนะครับ หลายท่านบอกว่าโทษมันบอกว่าใช้ค่าปรับโทษสูงสุด แต่ในการ พิจารณาการปรับจริง ๆ มักจะใช้ตัวเลขต่ำสุด ท่านไปดูได้เลยว่าที่ผ่านมามีหลายลำ ที่โดนปรับในหลักร้อยล้านบาท ซึ่งอีกหลายลำก็ยังสู้คดีกันไม่หมดนะครับ ลองคิดในความ เป็นจริงว่าเงิน ๒๐๐ ล้านบาท ๓๐๐ ล้านบาท อย่าว่าแต่ขายบ้าน ขายรถ ขายที่ดินมา จ่ายเลย ขายชีวิตมาจ่ายผมว่าชาตินี้ก็ยังไม่พอ นอกจากบทลงโทษที่รุนแรงแล้วยังมีกฎหมาย จุกจิกอีกเยอะแยะที่เป็นอุปสรรค แล้วก็ดูแล้วก็ไม่ได้เป็นประโยชน์อะไรเท่าไรด้วยในการทำ เรือลำหนึ่งกว่าจะออกไปทำการประมงได้ท่านเชื่อไหมว่าต้องได้รับการอนุญาตจาก ๑๐ หน่วยงาน มีใบอนุญาต ๑๐ ใบ ถ้ามีไม่ครบขาดไปใบหนึ่งก็โดนเล่นงานอีก ชาวประมง พี่น้องที่จะออกไปทำการประมงข้างนอกต้องมาถ่ายรูปทีละคน ถือบัตร ใส่ชูชีพ โอ้โห ตรวจยิ่งกว่าไทยสไมล์ (Thai Smile) อีกนะครับ ถ่ายรูปทีละคน ๆ ณ วันนี้ผมอยากจะ บอกว่าบางคนที่ไม่รู้ข้อมูลเชิงลึกอาจจะรู้สึกว่า โอ้โห รัฐบาลเก่งมากสามารถแก้ปัญหา เรื่องใบเหลืองได้ แต่ผมอยากจะบอกว่าทุกคนเข้าใจผิด หารู้ไม่ว่าวันนี้คุณแก้ใบเหลืองได้ แต่วันนี้คุณกำลังหยิบยื่นใบแดงให้กับชีวิตของพี่น้อง ชาวประมง แล้วคำหนึ่งที่ผมไม่อยากพูดแต่ผมจำเป็นต้องพูดเพื่อให้ผู้ใหญ่ทุกท่านได้รู้สึกกัน ก็คือวันนี้พวกเรากำลังภูมิใจอยู่บนซากศพของพี่น้องชาวประมงครับ ท่านประธานครับ ที่ผมพูดมาทั้งหมดเป็นที่มาที่ไปว่าทำไมวันนี้พวกเราสมาชิกพรรคภูมิใจไทยได้เสนอ ร่างกฎหมายฉบับนี้เข้าสภา เราเสนอร่างกันมาปีกว่าแล้วครับ แล้วก็เตรียมที่จะเสนอมานี่ เกือบจะ ๒ เดือนแล้ว วันนี้ก็ได้เสนอ และผมก็ไม่ได้จะบอกว่ากฎหมายที่มันมีอยู่แล้วนี่ ให้ยกเลิกทิ้งไปเสีย ใครอยากจะทำอะไรก็ทำ ให้มันล้างผลาญอย่างไรก็ให้ทำไป ไม่ต้องไปจับ ไม่ต้องไปควบคุม ไม่ใช่ ผมเพียงแค่อยากจะสะท้อนให้เห็นว่าคนที่ทำผิดเราก็ต้องลงโทษครับ แต่ว่าให้ลงโทษให้มันเหมาะสมกับมูลเหตุของความผิดนั้น ๆ ด้วย ไม่ใช่ว่าไปฆ่าเขาแบบนั้น ท่านประธานครับ ผมและเพื่อนสมาชิกพรรคภูมิใจไทยวันนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเสนอ ร่าง พ.ร.บ. ของพวกเราสู่สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้จะได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จากทุก ๆ พรรค เพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน ขอบพระคุณครับ