ศักดินัย แจงร่างกฎหมายประมง หลังชาวบ้านร้องขอแก้ปัญหา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖

ศักดินัย นุ่มหนู หารือปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมงจากกฎหมายประมง พ.ศ. 2558 ที่กระทบวิถีชีวิตและสิทธิในการทำมาหากิน พร้อมเรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อคืนความเป็นธรรม รองรับสภาพเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบัน และผลักดันให้การประมงยั่งยืนภายใต้กรอบกฎหมายที่เป็นธรรมและมีประสิทธิภาพ

นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นต้องเรียน อย่างนี้นิดหนึ่งก่อนว่าวันนี้ผมเป็นหวัดแล้วก็มีอาการไอค่อนข้างเยอะก็เลยอาจจะมีความ ไม่สะดวกอยู่บ้างนะครับ เพียงแต่ว่าเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคมนั้น ผมเองผมก็รอที่จะได้มีการ อภิปราย แล้วก็วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ สภาเราไม่สามารถที่จะยืนหยัดเป็นองค์ประชุมได้ ซึ่งพี่น้องชาวประมงก็มีการรอคอยนะครับ ก่อนที่ผมจะได้เข้าญัตติผมขอได้เล่าถึงบรรยากาศ และความรู้สึกสักนิดหนึ่งของพี่น้องชาวประมงเพราะว่าเขาขอให้ผมมาพูดแทนเขาจริง ๆ ว่าเขารู้สึกอย่างไร วันนี้พี่น้องชาวประมงมาที่อาคารรัฐสภาของเราประมาณสัก ๓๐๐ ท่าน ด้วยกัน เมื่อวันจันทร์ เดือนกุมภาพันธ์นี้ก็มา มาเพื่อจะยื่นหนังสือต่อผู้แทนราษฎร ซึ่งเนื้อหา ในหนังสือที่ยื่นนั้นไปดูแล้วก็น่าที่จะเศร้าใจพอสมควร ก็คือขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ช่วยกรุณาทำหน้าที่เป็นองค์ประชุม คือขอให้เราได้ทำหน้าที่เข้าประชุมสภาซึ่งก็เป็นเรื่องที่ เจ็บปวดพอสมควรที่วันนี้พี่น้องประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจได้เข้ามาที่นี่เพื่อบอกให้ พวกเราได้ทำหน้าที่ที่เราต้องทำอยู่แล้ว ทีนี้พี่น้องชาวประมงมีความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ตั้งแต่มีการรัฐประหารเป็นต้นมา แล้วมีการออก พ.ร.ก. การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ นี้ก็มีเรื่องของบทบัญญัติต่าง ๆ ที่มีการกำกับและมีบทลงโทษที่รุนแรง เพราะฉะนั้นวันนี้ต้องบอกเลยว่าชาวประมงเองก็คงหายใจได้ในระดับหนึ่งที่บอกว่ากฎหมาย พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้เข้าสู่การพิจารณาของผู้ทรงเกียรติ ผู้แทนของพวกเขาที่จะได้มาพูด จะได้นำ ปัญหาของพวกเขา จะได้ให้เขามีโอกาสในการที่จะได้ลืมตาอ้าปาก มีลมหายใจในการที่จะได้ ทำมาหากินต่อไป ผมขออธิบายในเรื่องของเหตุผลในการที่ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ ได้อ่านให้ ท่านประธานได้รับทราบโดยกฎหมายที่ว่าด้วยประมงที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันมีบทบัญญัติ หลายประการที่ทำให้ชาวประมงต้องทำการประมงในแบบที่ผิดวิถีการทำประมงที่ทำกันมา อย่างต่อเนื่องหลายรุ่นและบางกรณีก็ยังเป็นการกำจัดสิทธิในการทำประมง อาทิเช่น จำกัด การทำประมงพื้นบ้านให้อยู่ในเขตทะเลชายฝั่ง กำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิรับใบอนุญาต ที่ไม่ส่งเสริมอำนวยการให้ประชาชนประกอบสัมมาชีพ จำกัดการใช้เครื่องมือในเวลากลางคืน กำหนดการขนถ่ายสัตว์น้ำในทะเล ทำได้เฉพาะการขนถ่ายสัตว์น้ำที่จดทะเบียนเท่านั้น นอกจากนี้บทบัญญัติที่เกี่ยวกับองค์ประกอบของคณะกรรมการประมงจังหวัด ยังมีข้อจำกัด ที่ต้องรอรัฐมนตรีประกาศ โดยไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจน ทำให้ดูเหมือนว่าการกระจาย อำนาจแต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ ทำให้ข้อกำหนดต่าง ๆ ที่ท้องถิ่นสรุปค้างคาอยู่ในระดับกระทรวง ภาคประชาชนในคณะกรรมการประมงก็มีสัดส่วนที่ไม่เหมาะสม ยังไม่ครอบคลุมถึงผู้ที่มี ส่วนได้เสียอย่างแท้จริง อาจทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบในการลงมติในเรื่องต่าง ๆ หรือเรื่องอำนาจของคณะกรรมการทางการปกครอง ในกรณีที่มีการทำการประมงที่ฝ่าฝืน กฎหมายอย่างร้ายแรง โดยที่บทบัญญัติซึ่งกำหนดให้การกระทำความผิดทางเอกสาร เป็นความผิดร้ายแรง ประกอบกับการบริหารจัดการด้านการทำประมง ควบคุมและเฝ้าระวัง การทำประมง ตลอดจนมาตรการคุ้มครองแรงงานยังไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ และสังคมในปัจจุบัน อีกทั้งบทกำหนดโทษที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมุ่งพิจารณาเฉพาะขนาดของ เรือประมงเป็นสำคัญ แต่มิได้คำนึงถึงความร้ายแรงของพฤติการณ์ในการกระทำความผิด และความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม จึงควรแก้ไขบทบัญญัติดังกล่าว เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการด้านการประมงและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการส่งเสริมการประกอบอาชีพประมงให้กับ ชาวประมงพื้นบ้าน ตลอดจนการประมงพาณิชย์ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม ในปัจจุบัน จึงจำเป็นที่จะต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ท่านประธานครับ วันนี้ก็ต้องบอกว่าดีใจที่ เรามีโอกาสได้มาพูดถึงเรื่องราวชีวิตของพี่น้องชาวประมงในสภาแห่งนี้ ภายหลังที่ประเทศไทย ได้ถูกอียู (EU) หรือสหภาพยุโรปแจ้งใบเหลืองจากกรณีการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการ รายงานและขาดการควบคุม หรือที่เราเรียกว่าไอยูยู ฟิชชิง (IUU Fishing) ก็เกิดปัญหา ต่าง ๆ ที่ต้องให้รัฐบาลได้มีการแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน รวมถึงการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ในการใช้แรงงานในภาคเรือประมง ตลอดจนการแก้ไขทำประมงที่เกินศักยภาพของ ทรัพยากร ทีนี้เรื่องแบบนี้หลังจากที่รัฐบาลไทยเองได้มีการเจรจากับสหภาพยุโรปนั้น เขากำหนดว่าให้ทำแผนยุทธศาสตร์ในการที่จะแก้ไขปัญหาของประมงนี้ในระยะเวลา ๖ เดือน นำเสนอแผนยุทธศาสตร์ในการที่จะแก้ไขปัญหาประมงนี้ให้ได้ภายใน ๖ เดือน รัฐบาลของท่าน พลเอก ประยุทธ์ ก็บอกว่าจะนำเสนอการแก้ไขปัญหากฎหมายประมงนี้ ให้เสร็จสิ้นภายใน ๖ เดือน ซึ่งอะไรจะเกิดขึ้นครับ อะไรตามมาครับ เมื่อมีการกำหนดออกมา อย่างนั้น ทั้งคำสั่ง คสช. และการออกกฎหมายที่มาบังคับใช้ที่ขาดการกระบวนการการมี ส่วนร่วมอย่างที่กล่าวไว้แต่ต้น แถมยังมีบทลงโทษที่รุนแรงและเร่งรีบบังคับใช้กฎหมาย โดยที่ไม่มีมาตรการรองรับ เพราะฉะนั้นสภาพที่เกิดขึ้นที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ทุกท้องทะเล ทุกอ่าวที่จอดเรือจะเห็นว่าเรือประมงของพี่น้องชาวประมงนั้นจอดอยู่กันเต็มทุกพื้นที่ ตั้งแต่ จังหวัดตราดบ้านผมเอง ที่อำเภอคลองใหญ่เวลานี้เงียบสนิท ไม่มีการคึกคักเหมือนแต่ก่อน ไม่มีชาวประมง ไม่มีผู้ใช้แรงงาน เศรษฐกิจที่นั่นเงียบและหลาย ๆ จังหวัดเหมือนกัน สมุทรสาครเมืองหลวงการประมงของประเทศไทยเองก็เงียบสนิท อุตสาหกรรมที่มีความ ต่อเนื่องก็ส่งผลให้ซบเซาลงไป ทำให้เรือประมงไม่ได้ออกทำการประมง ลูกเรือที่เป็นแรงงาน ก็ไม่มีงานทำ เจ้าของเรือเองก็ไม่มีรายได้ ตามมาก็เรื่องของภาวะหนี้สิน นี่ก็คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น ดังนั้นการกำหนด พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่จะต้องแก้ไขจึงเป็นเสมือนลมหายใจให้กับพี่น้อง ชาวประมงให้เขามีโอกาสได้ลืมตาอ้าปาก ผมยังตั้งข้อสังเกตง่าย ๆ ว่าบทลงโทษต่าง ๆ ที่รุนแรง ณ เวลานี้ แม้แต่การทำผิดในเชิงเอกสารหรือทำผิดในเชิงธุรการ มีบทลงโทษ ที่รุนแรงและสูงมาก ยังนึกว่าถ้าหากรัฐบาลนี้ปราบปรามเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน ปราบปรามเรื่องยาบ้าหรือทุนจีนสีเทาอะไรก็แล้วแต่ เอาจริงเอาจังเหมือนกับมาตรการที่เรากระทำต่อผู้ที่ประกอบอาชีพประมง ที่เรากระทำต่อ พี่น้องชาวประมง ผมก็เชื่อว่าเราน่าจะแก้ไขปัญหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันได้ เพราะเวลานี้ พี่น้องชาวประมงเองแทบจะทำประมงไม่ได้อยู่แล้วครับ นั่นก็คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น ก็ถ้าจะ เอาจริงเอาจังขนาดนี้ก็อยากที่จะให้รัฐบาลได้จริงจังกับเรื่องเหล่านี้ในทุก ๆ เรื่องด้วยนะครับ จริง ๆ แล้วผมอยากที่จะได้ยกตัวอย่างสักนิดหนึ่งว่าในกระบวนการของรัฐบาลที่ทำมานั้น ไม่มีระยะเวลาของการที่เปลี่ยนผ่านให้ประชาชนได้มีการเรียนรู้และมีการปรับตัวว่ากฎหมาย ที่ออกมาใช้นั้นมีบทลงโทษที่มีความรุนแรง ในขณะที่เวียดนามใช้เวลาของการรับมาตรการ จากไอยูยู (IUU) นั้นเขาให้เวลากับประชาชนชาวประมงของเขาไม่น้อยกว่า ๖ ปี ฟิลิปปินส์ เป็น ๑๐ ปี อียู (EU) เองไม่ต่ำกว่า ๑๐ ปีนะครับ แต่ประเทศไทยเราไม่ทราบว่าเพราะอะไร ถึงกำหนดระยะเวลาแค่เพียงว่าภายใน ๖ เดือนนั้นจะสามารถที่จะแก้ไขปัญหานี้ให้ได้ ท่านประธานครับ ผมอยากจะยกตัวอย่างสักเล็กน้อยว่าทำไมพี่น้องชาวประมงบางคน ถึงอยากที่จะต้องเลิกอาชีพ บางคนถึงต้องไปเปลี่ยนอาชีพไปทำอาชีพอื่น ๆ บางคนฆ่าตัวตาย เพราะอะไรครับ เพราะว่ากฎหมายประมงที่บังคับใช้อยู่ในขณะนี้นั้นมันมีความรุนแรง อย่างไรบ้าง ผมขอยกตัวอย่างสักเล็กน้อย ยกตัวอย่างง่าย ๆ ตัวอย่างแรกเลยเป็นความผิด ทางด้านเอกสารเรื่องของการแจ้งเข้า แจ้งออก เวลาเรือประมงที่เข้ามาเทียบท่าก็จะต้องมี การแจ้งตรวจเอกสารว่าแรงงานทุกคนอยู่ครบหรือไม่ ทีนี้มีเรือลำหนึ่งที่จังหวัดเพชรบุรี เวลา เรือที่จะเข้ามาเทียบท่านั้นแรงงานในเรือประมงเองด้วยได้ข่าวว่าทางครอบครัวนั้นมีปัญหา ก็เลยกระโดดขึ้นเรือไปก่อน ก็ทำให้เวลาในการที่ทางเจ้าหน้าที่เรียกตรวจก็ทำให้แรงงาน ขาดไป ๑ คน เพราะว่าถือว่าเป็นการแจ้งเอกสารอันเป็นเท็จ แรงงานอยู่ไม่ครบก็เลยทำให้ เรือลำนี้มีความผิดทั้ง ๆ ที่เจ้าของเรือและไต๋เรือเองก็พยายามบอกติดต่อ ติดตามว่าเขายังอยู่ ไม่ได้มีการเสียชีวิตหรือล้มหายไปในทะเลอะไรต่าง ๆ เจ้าหน้าที่ก็สั่งดำเนินคดีปรับไปทั้งหมด ๕๐๐,๐๐๐ บาท นี่เป็นการปรับ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีความผิดต่อทรัพยากรอะไร อีกเรื่องหนึ่งง่าย ๆ เลยสำหรับการที่เวลาเรือจะต้องมีการตรวจ ล็อกบุ๊ก (Logbook) เพื่อที่ จะดูว่าก่อนที่จะขึ้นต้องมีการตรวจสัตว์น้ำก่อน คุณจะมีเพื่อนมีพี่มีน้องที่มาแล้วอยากที่จะให้ สัตว์น้ำกลับไปรับประทานไปอะไรต่าง ๆ ก็ไม่สามารถที่จะทำได้ ทีนี้โทษก็มีค่อนข้างที่จะ รุนแรง เพราะฉะนั้นเรื่องบทกำหนดโทษต่าง ๆ นั้นถือว่ามีความรุนแรง จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีการพิจารณาเรื่องนี้ เพื่อที่จะได้ทำให้มันสอดคล้องและเหมาะสม ไม่อย่างนั้นชีวิต ของพี่น้องชาวประมงผู้ที่สร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศเรานั้นไม่สามารถที่จะยืนหยัดอยู่ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ แล้วผมมีตัวอย่างอีกค่อนข้างเยอะ วันนี้รัฐบาลเองบอกว่า จะมีการซื้อเรือคืน ก็ไม่แน่ใจว่าจะได้ซื้อเรือคืนหรือเปล่า ในอดีต ๗ ปีที่ผ่านมาซื้อไปแค่เพียง ๓๖๔ ลำเท่านั้นเอง ตอนนี้ก็ดูเหมือนว่ารัฐบาลก็จะตั้งงบอีก ๑,๘๐๐ ล้านบาท จะซื้ออีก ๑,๐๐๗ ลำ ไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้ช้าเกินไปหรือเปล่านะครับ ก็เป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีการนำพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณา แต่ผมเองด้วยเวลาที่น้อยก็ไม่สามารถที่จะสะท้อนปัญหาชีวิต ของพี่น้องชาวประมงที่เขาลำบากลำบนกันมาอย่างยาวนาน ก็ขอเป็นเสียงที่จะส่งเสียง แล้วก็บอกไปยังสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าเมื่อถึงเวลาในการที่จะลงมติในการรับหลักการ เพื่อให้ กฎหมายฉบับนี้นั้นได้บรรจุไว้ในสภาให้พี่น้องชาวประมงนั้นได้มีความอุ่นใจว่าวันนี้พวกเรา ได้เห็นชีวิตของเขา ได้เห็นคุณค่าของพวกเขาที่ได้ต่อสู้กันมา ได้เห็นอนาคตลูกหลานของเขา ที่จะได้มีชีวิตแล้วก็สืบสานอาชีพของประมงไทยนั้นได้ต่อไปอีก ผมจึงขอสนับสนุนให้สภา แห่งนี้ได้ลงมติในการเห็นชอบนี้ด้วยครับ ขอขอบคุณมากครับ