กันตวรรณ ชี้ พ.ร.ก. ประมง 2558 กระทบชาวเรือ ขอแก้ด่วน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖

กันตวรรณ ตันเถียร หารือปัญหาผลกระทบจากพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 ที่ส่งผลให้ชาวประมงได้รับความเดือดร้อน ล้มละลาย และต้องเลิกอาชีพ พร้อมเสนอร่างแก้ไขกฎหมายเพื่อแก้ไขมาตราที่ไม่เป็นธรรมและเรียกร้องความยุติธรรมให้กับชาวประมงอย่างเร่งด่วน

นางกันตวรรณ ตันเถียร ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางกันตวรรณ ตันเถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพังงา จากพรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันเองเป็น ๑ ใน ๗ ของผู้ยื่นแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ดิฉันรอครั้งนี้เป็นสัปดาห์ที่ ๓ รอด้วยการลุ้นเป็นนาทีเพื่อที่ให้สมาชิกได้อยู่พร้อมกันในการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ให้กับ พี่น้องชาวประมง กฎหมายฉบับนี้เราทราบกันดีว่าทำไมกฎหมายฉบับนี้ถึงบังคับใช้ เราทราบ กันดีว่าในปี ๒๕๕๘ ทางสหภาพยุโรปได้ออกธงเหลืองให้กับพี่น้องชาวประมงสำหรับ ประเทศไทย โดยให้เหตุผลว่าการทำการประมงของไทยเราขาดการรายงานและขาดการ ควบคุม จึงทำให้สหภาพยุโรปมีความเห็นว่าถ้าหากไทยไม่แก้กฎหมายดังกล่าวจะไม่สามารถ นำสินค้าประมงสู่สหภาพยุโรปได้ รัฐบาลในขณะนั้นโดยรัฐบาลเราใช้คำว่ายุค คสช. ก็ได้ใช้ยาแรงให้กับพี่น้องประมง การใช้ยาแรงก็คือออก พ.ร.ก. การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ออกยาแรงคืออะไรคะ ออกเกินกว่าความจำเป็น ท่านออกกฎหมายโดยไม่รับฟังปัญหาจาก พี่น้องชาวประมงอย่างรอบด้าน เร่งรัด เร่งด่วนในการออกกฎหมายฉบับนี้และใช้บังคับ อย่างรวดเร็ว จนทำให้พี่น้องชาวประมงไม่สามารถปรับตัวได้ทัน เกิดปัญหา เกิดการ ล้มละลาย เกิดการเลิกประกอบอาชีพประมง ทำให้ห่วงโซ่ทางด้านภาคประมงเกิดปัญหา และมูลค่าความเสียหายมหาศาลต่อประเทศไทย จนมาสู่การเลือกตั้งสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรค่ะ เรามีสภาซึ่งมาจากการเลือกตั้ง เรามีรัฐมนตรีซึ่งมาจากระบบรัฐสภา จนสุดท้าย วันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๒ ได้มีตัวแทนพี่น้องชาวประมงจาก ๒๒ จังหวัด ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อท่านนายกรัฐมนตรี ยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ดิฉันในฐานะประธานกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์และเพื่อน คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ และท่าน ส.ส. รังสิมาที่นั่งอยู่ตรงนี้ได้เดินทาง ไปพบกับม็อบ (Mob) ของพี่น้องชาวประมง ณ วันนั้นพี่น้องชาวประมงได้ยื่นข้อเสนอให้ รัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหาให้กับเขาเป็นกรณีเร่งด่วน ๑๑ ข้อ ดิฉันเองและสมาชิกคณะกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์ก็นำเรื่องของพี่น้องประมงเข้ามาสู่ในการพิจารณา และก็ทำให้เรา ทราบว่ามันมีปัญหาหลายประการจากการออก พ.ร.บ. การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ปัญหา ที่เกิดขึ้นดิฉันขอพูดเพียงสั้น ๆ นะคะ ประเด็นที่เราพบเราทราบว่าบทบัญญัติบางประการ ใน พ.ร.ก. การประมง มันจำกัดสิทธิของพี่น้องชาวประมง พี่น้องประมงพื้นบ้าน พี่น้องประมงพาณิชย์ จะต้องมีกฎระเบียบมากมายในการที่จะออกทำการประมง และพี่น้อง เขาปรับตัวไม่ทัน สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้มีการกำหนดการประมงพื้นบ้านสำหรับพี่น้องทะเลชายฝั่ง มีการกำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิขอรับใบอนุญาตที่ไม่เอื้อต่อการทำการประมง มีการขนถ่าย สัตว์น้ำในทะเลซึ่งสามารถทำได้เฉพาะเรือที่จดทะเบียนขนถ่ายสัตว์น้ำเท่านั้น เรือประมง โดยทั่วไปที่เคยทำขนส่งสัตว์น้ำทางทะเลไม่ได้ นอกจากนี้คณะกรรมการประมงจังหวัดก็มีปัญหา มีปัญหาเพราะว่าคณะกรรมการประมง จังหวัดมีสัดส่วนที่ไม่เป็นธรรม ทำให้การลงมติต่าง ๆ เกิดการบิดเบือน บิดเบี้ยวและ ไม่ตอบสนองต่อปัญหาที่แท้จริง การกำหนดโทษสำหรับ พ.ร.ก. ฉบับนี้ก็เป็นการกำหนดโทษ โดยเน้นขนาดของเรือประมงเป็นสำคัญ ท่านไม่ได้ดูเจตนาของพี่น้องชาวประมง ท่านไม่ได้ดู ความเสียหายต่อทรัพยากรที่เกิดขึ้น แต่เน้นขนาดของเรือประมงเป็นสำคัญ ทำให้มี บทลงโทษ มีค่าปรับมหาศาล จนทำให้พี่น้องชาวประมงไม่สามารถประกอบอาชีพนี้ได้ สิ่งที่ เกิดขึ้น ดิฉันเองในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการก็เลยตั้งอนุกรรมาธิการ เกิดขึ้น ในการพิจารณาครั้งนั้นอนุกรรมาธิการการเกษตรได้พิจารณากฎหมายประมง ใช้เวลาในการพิจารณา ๑๕๐ วัน และเราก็นำรายงานฉบับนี้สู่สภาผู้แทนราษฎร ดิฉันก็ได้ ศึกษาปัญหาของพี่น้องชาวประมงมาโดยตลอด และก็ทราบว่าตลอดระยะเวลาเกือบ ๔ ปี ท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัย ศรีอ่อน และท่านอธิบดีกรมประมงก็พยายามที่จะแก้ไขข้อเรียกร้อง ๑๑ ข้อ ให้กับพี่น้องประมง หลายข้อแก้ได้ค่ะ แต่หลายข้อแก้ไม่ได้โดยอำนาจรัฐมนตรี แก้ไม่ได้โดยอำนาจอธิบดีกรมประมง หลายข้อจะต้องแก้โดยการผ่านการแก้ไขกฎหมาย ผ่านระบบสภาผู้แทนราษฎรของเรา และในวันนี้ดิฉันและเพื่อน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ จึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... และยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎร ดิฉันเองได้เสนอทั้งหมด มีการแก้ไข ๑๘ มาตรา ขออนุญาต ยกแค่บางประเด็นเท่านั้น ใน ๑๘ มาตรา ดิฉันขออนุญาตท่านประธานอธิบายสั้น ๆ แก้ไข นิยามมาตรา ๕ มาตรา ๕ ว่าด้วยการประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ขนาดเล็ก เดิมที ใน พ.ร.ก. ฉบับเก่าเรามีเฉพาะประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ แต่ระหว่างประมงพื้นบ้าน และประมงพาณิชย์เรามองเห็นว่าประมงพื้นบ้านบางครั้งบางลำมีศักยภาพที่จะทำการ ประมงนอกเขตทะเลชายฝั่ง ๓ ไมล์ทะเล เพราะฉะนั้นในชั้นของกรรมาธิการเราก็เลยมีการ นิยามจำกัดความของประมงพาณิชย์ขนาดเล็กเกิดขึ้น เพื่อให้พี่น้องประมงมีโอกาสทำ การประมงได้มากกว่า ๓ ไมล์ทะเล การแก้ไขมาตราต่อไป เรามีการแก้ไขมาตรา ๒๖ ว่าด้วย สัดส่วนของคณะกรรมการประมงจังหวัด เหมือนดิฉันพูดไว้ครั้งแรกว่าคณะกรรมการประมง จังหวัดเป็นปัญหาอย่างมาก เรามีสัดส่วนของคณะกรรมการประมงจังหวัดโดยภาคเอกชน และภาครัฐฝ่ายปกครอง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือมีการให้อำนาจนายอำเภอในจังหวัดนั้น ๆ ที่มีพื้นที่ติดทะเลชายฝั่งเป็นคณะกรรมการประมงจังหวัด จนทำให้สัดส่วนของฝ่ายปกครอง มากกว่าสัดส่วนของภาคประชาชน การลงมติใด ๆ ที่แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ชาวประมงในจังหวัดจึงมีการลงมติที่บิดเบี้ยวไป ทางยกร่างฉบับนี้เราจึงมีการแก้ไขสัดส่วน ของคณะกรรมการประมงจังหวัดเกิดขึ้น เพื่อให้มีสัดส่วนที่เป็นธรรมในการพิจารณากฎหมาย ให้กับพี่น้องประมงในจังหวัดนั้น ๆ เราขอเสนอแก้ไขมาตรา ๓๙ ค่ะ มาตรา ๓๙ ว่าด้วยการ ขอรับใบอนุญาตเรือประมง ในการขออนุญาตเรือประมงถ้าใน พ.ร.ก. ฉบับเก่า ยกตัวอย่างเช่น ดิฉันจดชื่อในนามกันตวรรณ มีเรือประมง ๑๐ ลำ ถ้าเรือลำแรกทำผิดกฎหมาย เรืออีก ๙ ลำ ไม่สามารถออกทำการประมงได้นะคะ ความเสียหายเกิดขึ้นกลายเป็นว่าไม่เกิดความ ชอบธรรม ทำให้พี่น้องชาวประมงออกทำการประมงไม่ได้ ในกฎหมายฉบับนี้ในการยกร่าง แก้ไขเราจึงมีการแก้ไขในเรื่องของผู้ขอรับใบอนุญาตโดยเรือประมงเกิดขึ้น มาตราต่อไปค่ะ การแก้ไขมาตรา ๘๗ ว่าด้วยการขนถ่ายสัตว์น้ำในทะเล เหมือนที่ดิฉันอธิบายข้างต้น เดิมที การแก้ไขการขนถ่ายสัตว์น้ำในทะเลจะต้องเฉพาะเรือที่จดทะเบียนเท่านั้น แต่ในภาคปฏิบัติ บางครั้งเรือที่จดทะเบียนไม่สามารถจะไปขนถ่ายสัตว์น้ำทางทะเลได้ทัน ในร่างฉบับนี้เราจึง เปิดโอกาสให้พี่น้องประมงสามารถนำเรือไปขนถ่ายสัตว์น้ำทางทะเลได้ แต่จะต้องแจ้งต่อ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก่อนว่าเรือลำนี้จะไปขนถ่ายสัตว์น้ำในทะเล และเมื่อขนถ่ายเสร็จแล้ว จะต้องรายงานให้หน่วยงานทราบ เพื่อจะได้ทำถูกกฎหมายระหว่างประเทศ มาตรา ๑๒๔ ว่าด้วยการประกอบกิจการแรงงาน จากการศึกษาเราพบว่าบทลงโทษสำหรับ พี่น้องชาวประมงได้รับบทลงโทษด้วยกฎหมายหลายฉบับ มีทั้งกฎหมายแรงงาน มีทั้งกฎหมายประมง มีทั้งกฎหมายเจ้าท่า ทำให้พี่น้องชาวประมงได้รับบทลงโทษที่รุนแรง เกินกว่าความจำเป็น ในร่างฉบับนี้เราจึงเสนอให้ผู้ประกอบกิจการแรงงานได้รับโทษเฉพาะ ในกรณีกฎหมายแรงงานเท่านั้น ไม่ให้เกิดการซ้ำซ้อนในบทลงโทษต่อพี่น้องชาวประมง นอกจากนี้มาตราที่เหลือในการยกร่างของดิฉันและเพื่อนพรรคประชาธิปัตย์ เราได้เสนอ เกี่ยวกับหลักการ บทลงโทษ ค่าปรับและอื่น ๆ ให้มีความเหมาะสมโดยพิจารณาความ เสียหายจากพฤติกรรม ความตั้งใจของพฤติกรรมของผู้กระทำความผิดและให้ดูความเสียหาย ต่อทรัพยากรทางทะเลและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ ไม่ได้ดูเฉพาะขนาดเรือของพี่น้อง ชาวประมง ท่านประธานคะ กว่าดิฉันจะยกร่างฉบับนี้มามันไม่ได้ทำภายในระยะเวลา ๑ เดือน แต่เป็นการทำมาอย่างยาวนานและต่อเนื่องร่วมกับเพื่อน ๆ คณะกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์ ทั้ง ๑๕ คน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล และในการประชุม ร่วมกันเราตั้งอนุกรรมาธิการเกิดขึ้น เรามีการเชิญหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคประมง เราเชิญอธิบดีกรมประมง ตัวแทนจากกรมเจ้าท่า เราเชิญพี่น้องชาวประมง ประมงพื้นบ้าน ประมงพาณิชย์ ประมงนอกน่านน้ำเข้าสู่การประชุมร่วมกันและเราได้ลงไปในพื้นที่ ลงไป ในพื้นที่จังหวัดระยอง ลงไปพื้นที่ในจังหวัดพังงา ลงไปในหลายพื้นที่ที่มีการทำการประมง โดยไม่แบ่งแยกว่าพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ของพรรคการเมืองใด เราทำงานร่วมกันโดยยึด ผลประโยชน์ของพี่น้องชาวประมงเป็นสำคัญ และเราได้ลงไปพบม็อบ (Mob) พี่น้อง ชาวประมงในวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๒ เพราะฉะนั้นร่างฉบับนี้ด้วยดิฉันและเพื่อน ๆ สมาชิกชาวพรรคประชาธิปัตย์เราได้พิจารณาร่างฉบับนี้โดยผ่านร่างของคณะกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์ ดิฉันเชื่อมั่นว่าร่างที่ดิฉันเสนอในวันนี้เป็นการพิจารณาอย่างรอบด้าน โดยเชิญหน่วยงานภาครัฐ เชิญหน่วยงานภาคพี่น้องชาวประมงไม่ว่าจะเป็นประมงพื้นบ้าน ประมงพาณิชย์และประมงนอกน่านน้ำมาพิจารณาร่วมกันและดิฉันหวังว่าเพื่อนสมาชิกที่นั่ง ณ ที่นี้จะช่วยกันรับหลักการในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ของดิฉันและจะพิจารณาให้ร่างฉบับนี้ เป็นร่างหลักในการพิจารณาให้กับพี่น้องชาวประมง กราบขอบพระคุณค่ะ