ณัฐวุฒิ บัวประทุม ตั้งข้อสังเกตและตั้งคำถามต่อกระบวนการพิจารณาร่างกฎหมายยกเลิกมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยเฉพาะประเด็นความผิดพลาดในการร่างกฎหมายที่ผ่านมา เช่น การขาดเครื่องหมายวรรคตอนในมาตรา 9 ที่ทำให้ความหมายคลุมเครือ รวมถึงความไม่สอดคล้องของถ้อยคำอย่าง "ขั้นสูง" กับกฎหมายแม่บทที่ใช้ "ชั้นสูง" พร้อมเรียกร้องให้ชี้แจงจำนวนครั้งการประชุมกรรมาธิการ ทบทวนข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น และดำเนินการแก้ไขอย่างถูกต้องก่อนพิจารณาต่อไป
ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ ไม่ได้แก้ง่วง อันนี้เป็นมุมที่จะอภิปรายจริง ๆ ครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ต้องขอบพระคุณท่านประธานที่กรุณาให้โอกาส แล้วก็เป็นประเด็น ที่ผมคิดว่าจำเป็นต้องขอความชัดเจนจากท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ตลอดจน กรรมาธิการท่านอื่น ๆ ท่านประธานครับ มาตรา ๑๑ อย่างที่ท่านประธานได้นำเรียน เป็นการยกเลิกความในมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พ.ศ. ๒๕๕๙ ในมาตรา ๓๖ แล้วก็มีการใช้เป็นข้อความใหม่แทน อันนี้เป็นที่เข้าใจกันดีว่าประเด็นหลักก็คือการแยกสถาบันที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียนการสอนนั้น ออกไปเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน ก็เป็นเรื่องที่เคยมีการตั้งคำถามไปแล้วว่างบประมาณนั้น จะใช้แบบใด อย่างไร สิ่งที่ท่านเติมเข้าไปเป็นสิ่งที่สวยงาม ก็คือว่าแต่เดิมนั้นมาตรา ๓๖ ที่ผ่านขั้นรับหลักการนั้นเขียนมาว่าหัวหน้าส่วนงานและรองหน้าส่วนงานตามมาตรา ๘ (๒) และวรรคสอง ซึ่งตกหล่นคำว่า หัว และท่านก็ใส่เข้าไป ประเด็นของผมเป็นแบบนี้ครับ ประเด็นที่ ๑ ก็คือว่าจริง ๆ แล้วร่างกฎหมายฉบับนี้มีการพิจารณามานานครับ มีการส่งมา สภาตั้งแต่วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ รายงานเข้ามาก่อน แล้วก็ท่านส่งมาในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ เข้าใจว่าท่านมีการประชุมไม่มากนัก เอาเข้าจริง ๆ หลายฉบับ ๔-๕ มาตรา ยังประชุมกัน มากกว่า ๓-๔ ครั้ง เพราะว่าจำเป็นต้องมีความละเอียดในการพิจารณา ท่านประธาน คณะกรรมาธิการชี้แจงได้ไหมว่าตกลงร่างกฎหมายฉบับนี้ท่านมีการประชุมกันกี่ครั้ง ปกติเท่าที่ผมเป็น ส.ส. มา ความจริงเคยเป็นกรรมาธิการมาก่อนด้วยก่อนมาเป็น ส.ส. ในกฎหมาย ครั้งแรกเขาเรียกว่าเสวนาธรรม มีการตั้งกรรมการต่าง ๆ ครั้งที่ ๒ มีการ ลงรายละเอียดในเนื้อหา หากมีกรรมาธิการหรือ ส.ส. ท่านใดที่จะสงวนหรือแปรญัตติเอาไว้ ในระยะเวลาสั้น ๆ เพียงแค่ ๗ วันในกฎหมายฉบับนี้ในขณะที่ฉบับหนึ่ง ๑๕ วัน ก็ต้องมีการ มาดูว่ามี ไม่มี ส.ส. ท่านใดที่อาจจะไม่ได้มาครั้งแรกก็อาจจะมีโอกาสในการสงวนความ คิดเห็นไว้ ซึ่งเข้าใจว่าจริง ๆ ท่านต้องแจงว่าในการลงมติในแต่ละครั้ง ส.ส. อยู่ในห้องประชุม เท่าไร เกินกึ่งหนึ่งของกรรมาธิการหรือไม่ด้วยซ้ำ ครั้งที่ ๒ จัดทำรายงานเสร็จแล้ว อย่างน้อย ก็ต้องมีอีกสักครั้งหนึ่งที่เอารายงานมาตรวจดูว่าถูก ผิด กันหรือไม่ แบบใด ประการใด แต่ตกลงว่าในร่างกฎหมายสำคัญแบบนี้กรรมาธิการมีการประชุมกันกี่ครั้ง เร่งรีบเกินไป หรือไม่ ท่านเติมไปไม่เป็นปัญหา ถูกต้อง แต่ท่านทราบว่ามีข้อความนี้ตกหล่นตั้งแต่เมื่อไร เป็นฝีมือของท่านหรือเป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าในขั้นรับหลักการที่ตรวจพบแล้วถึงต้อง มาแก้ในขั้นนี้หรือไม่ประการใด นั่นเป็นข้อ ๑ นะครับ
ข้อ ๒ ท่านประธานครับ ผมจำเป็นต้องทวนต่อไปเพราะว่าท่านบอกท่านต้อง แก้คำถูก ผิด ผมก็ไปเจอว่า พ.ร.บ. ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พ.ศ. ๒๕๕๙ อ่านมาตามเว็บไซต์ (Website) เลยท่านประธาน เว็บไซต์ (Website) เอ็มเอชอีเอสไอ ดอท จีโอ ดอท ทีเอช (mhesi.go.th) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ (Website) ที่ลงตัวร่างกฎหมายตัวกฎหมายฉบับเต็ม ในปี ๒๕๕๙ มาตั้งแต่ต้น มันมีข้อความอยู่ ๑ ข้อความ โยงไปจากมาตรา ๑๑ ที่กำลังพูด ไปที่มาตรา ๔ ซึ่งมีการแก้ไขข้อความในมาตรา ๙ ครับท่านประธาน การแก้ไขข้อความ ในมาตรา ๙ (๒) ที่บอกว่าวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์มีหน้าที่แบบใด ประการใด ฉบับปี ๒๕๕๙ มันมีคำผิดอยู่ครับ คำผิดคืออะไร ก็คือที่บอกว่ามีหน้าที่จัดการ ด้านแพทย์ศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ วิทยาศาสตร์การแพทย์ วิทยาศาสตร์ สุขภาพ ท่านไปหาดูเลยครับ ลงราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว หลังคำว่า วิทยาศาสตร์สุขภาพ ต่อด้วยคำว่า ทำการวิจัย โดยไม่มีเว้นวรรค ต่อด้วยแบบนี้เลยนะครับ แล้วตกลงว่าฉบับที่ กำลังพิจารณาอยู่ในเอกสารหน้าที่ขีดเลข ๒ หลังคำว่า วิทยาศาสตร์สุขภาพ ท่านแยกไหมว่า คำว่า ทำการวิจัย วรรค ไม่วรรค วรรคหรือยัง ถ้าวรรคต้องใส่เครื่องหมายข้างล่างนะครับ เพราะเท่ากับว่าแบบนี้จะติดไปแล้วผิดอีกครับท่านประธาน ผิดไปตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ มาถึง ปัจจุบัน ทำผิดแบบนี้ต่อไม่ได้หรอกกฎหมายสำคัญ ผมถึงบอกว่าตกลงท่านประชุมกันกี่ครั้ง นั่นเป็นประเด็นที่ ๒ ที่ผมจำเป็นต้องนำเรียนโยงไปจากมาตรา ๑๑ ครับ
ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับ ในเมื่อท่านให้ผมมาตรวจคำผิด ความจริง มันมีเวลาตรวจคำผิดหลังวาระ ๒ ผมเข้าใจ ท่านไม่ต้องติง เพียงแต่ว่าผมจำเป็นต้องให้ เหตุผล เพราะว่าสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปในมาตรา ๑๑ ที่มีการเพิ่มเติมคำว่า หัว เข้าไปในหน้า คำว่า หน้า มันเป็นประเด็นที่พูดถึงระดับปริญญาชั้นหนึ่งชั้นใดใด ๆ ต่าง ๆ นะครับ ท่านประธาน แล้วบังเอิญว่ามีการเขียนข้อสังเกตครับ ข้อสังเกตมีทั้งหมดอยู่ ๓ ประการ ด้วยกันนะครับ ต้องใช้เวลาท่านประธานครับ ตรวจถูกผิดแบบนี้ปล่อยไม่ได้ จริง ๆ ถ้าถอน ไปก่อน แก้ไขก่อนจะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง ผิดอะไรครับ ข้อสังเกตที่อยู่ในหน้า (๔) ในข้อ ๗ ในข้อ (๓) ผมไม่อ่านตอนต้นเนื้อหามันยาว แต่ท่านบอกว่าเพื่อให้เกิดนวัตกรรมทางการวิจัย วิทยาศาสตร์และการแพทย์ในขั้นสูงต่อไป ท่านใส่วงเล็บใหญ่ ๆ ขีดเส้นใต้ ๓ เส้น ในคำว่า ขั้นสูง ในขั้นสูงต่อไป แต่ท่านเห็นไหมครับว่า ในมาตรา ๑๑ เขาใช้คำว่า ชั้น แล้วผมอ่านทั้งในกรณีของกฎหมายฉบับนี้ที่ท่านแก้ ย้อนกลับ ไปใน พ.ร.บ. ปี ๒๕๕๙ ไม่มีตรงไหนใช้คำว่า ขั้น ใช้คำว่า ชั้นสูง มาโดยตลอดเลย ฉะนั้น ตกลงแล้วการเขียนข้อสังเกตที่ท่านบอกว่าเพื่อดำเนินการในขั้นสูงต่อไปคือเจตนาของท่าน ใช่ไหม ท่านยืนยันว่าคำนี้คือคำที่ถูกต้องในการประชุม ๒ ครั้งของท่านใช่หรือไม่ หรือจริง ๆ เป็นการเขียนผิดครับ ต้องเขียนว่า ชั้นสูง เอาอย่างไรกันแน่ ในตัวกฎหมายแม่บท ในเจตนารมณ์ท่านไปย้อนดูเหตุและผลต่าง ๆ แม้กระทั่งร่างที่ท่านเขียนเองไม่มีคำว่า ขั้นสูง เลยครับ มีคำว่า ชั้นสูง หมดเลย ฉะนั้นถ้าท่านเห็นว่าประเด็นที่ผมพูดนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แล้วสิ่งที่ท่านดำเนินการมานั้นอาจจะยังไม่ครบถ้วนก็ต้องถอนออกไปครับ ไปปรับแก้ ดำเนินการให้สมบูรณ์ครบถ้วน แต่ถ้าท่านยืนยันต่อไปว่านี่คือสิ่งที่ถูกต้องแล้วก็ต้องขอให้ ท่านอภิปรายบันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ว่านี่ถูกแล้ว ผมเข้าใจผิด แบบนั้นผมเองก็จะน้อมรับ ด้วยตนเองครับ ผมคิดว่าเป็นประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับมาตรา ๑๑ ที่มีความสำคัญ แล้วก็ เกี่ยวโยงไปในหลายประเด็น ซึ่งคงไม่มีโอกาสพูดในมาตราอื่น ก็ต้องตั้งคำถามแรง ๆ กับการประชุม ๒ ครั้ง ของท่าน ขอบคุณท่านประธานครับ