แพทย์ประทีป ธนกิจเจริญ ชี้แจงและอภิปรายประเด็นสำคัญเกี่ยวกับธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติฉบับที่ 3 พร้อมอธิบายเหตุผลความล่าช้าในการพิจารณาที่เกิดจากการรับฟังความเห็นจากหลายภาคส่วน และการใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษเพื่อความชัดเจนในการสื่อสารกับนานาชาติ เน้นย้ำหลักไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังและนโยบายสุขภาพในทุกนโยบาย พร้อมผลักดันการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนผ่านกลไกต่าง ๆ เช่น สมัชชาสุขภาพ การจัดตั้งคณะกรรมการติดตาม และการบูรณาการสุขภาพจิตในแผนงาน รวมถึงการสร้างระบบสุขภาพที่เป็นธรรมผ่านการบริหารจัดการกองทุน การดูแลแรงงานต่างด้าวและผู้เปราะบาง การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น และการพัฒนาระบบบริการสุขภาพให้ครอบคลุมพระสงฆ์และสามเณร ตลอดจนการเตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัยอย่างรอบด้านทั้งสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเสนอการดูแล 4 มิติ สนับสนุนการออม จัดตั้งบำนาญถ้วนหน้า ขยายบริการดูแลระยะยาว และเสริมบทบาทครอบครัวและชุมชน ตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ทุกท่านครับ ผม นายแพทย์ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ที่ให้ความสำคัญ แล้วก็มีคำถามต่อธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๖๕ นี้นะครับ ก่อนที่ผมจะตอบคำถามของท่านสมาชิกทั้ง ๗ ท่าน ผมขออนุญาต พูดถึงภาพรวมของธรรมนูญฉบับนี้เล็กน้อยก่อนนะครับ คือเนื่องจากระบบสุขภาพขณะนี้ มีความสำคัญ มีความซับซ้อนเกี่ยวข้องกับหลายมิติ หลายหน่วยงาน และหลายภาคส่วน โดยเฉพาะจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ผ่านมาทำให้ประเด็น ความซับซ้อนเหล่านี้เห็นชัดเจนมากขึ้นนะครับ ดังนั้นจากความซับซ้อนเหล่านี้ เนื่องจาก มีหลายหน่วยงานหลายภาคส่วนมีการดำเนินการ จึงมีความจำเป็นที่เราจะต้องมีเข็มทิศ หรือมีกรอบทิศทางของระบบสุขภาพว่าอนาคตข้างหน้าเราจะเดินไปอย่างไรนะครับ อนาคต ข้างหน้าระบบสุขภาพของไทยเราจะเดินไปอย่างไร จึงจะสอดคล้องกับสถานการณ์ขณะนี้ และสอดคล้องกับสถานการณ์ของโลกนะครับ จึงทำให้เกิดมีพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ในมาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ และมาตรา ๔๘ ให้มีการจัดทำธรรมนูญขึ้น ธรรมนูญนี้เป็นกรอบทิศทางให้กับหน่วยงานภาคส่วนต่าง ๆ ไปดำเนินการ ในธรรมนูญ ฉบับที่ ๓ นี้ ตามที่ทางท่านสมาชิกได้พูดถึงแล้วนะครับ เนื้อหาสาระสำคัญทั้งหมดนี้ ประกอบด้วย ๓ ส่วน ในส่วนที่ ๑ ว่าด้วยการประเมินสถานการณ์เพื่อที่เราจะมากำหนด ทิศทางของระบบสุขภาพภาพรวมว่าแต่เดิมเป็นอย่างไร ส่วนที่ ๒ พูดถึงแนวคิดปรัชญาที่เรา ต้องการเดินไปข้างหน้าจะเดินอย่างไร และส่วนที่ ๓ ว่าด้วยมาตรการต่าง ๆ ซึ่งมีมาตรการ ที่จะรองรับเป้าหมายทั้งหมด ๒๓ มาตรการ และที่สำคัญมากคือภาคผนวก ภาคผนวกเป็น เรื่องของในสาระหมวดตามที่บัญญัติอยู่ในมาตรา ๔๗ ของ พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งในสาระหมวดนี้แต่ละสาระหมวดจะมีการพูดถึงสถานการณ์ของสาระหมวดนั้น มีการ พูดถึงเป้าหมาย มีการพูดถึงจุดคานงัด วิธีการและการประเมินผลไว้นะครับ ซึ่งเป็นการ ดำเนินการที่ต่างจากที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นในภาพรวมเหล่านี้ผมขออนุญาตตอบแทน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านณัฐวุฒินะครับ ท่านได้กรุณาถามว่าอันที่ ๑ คณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติได้มีมติเห็นชอบธรรมนูญฉบับนี้ตั้งแต่วันที่ ๙ พฤษภาคม ปี ๒๕๖๕ แต่เข้า ครม. มติ ครม. เห็นชอบครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๕ ใช้เวลา ๖-๗ เดือน เหตุที่เป็นแบบนี้เพราะตัวธรรมนูญมีเนื้อหาสาระที่สำคัญมากนะครับ เกี่ยวข้องกับ หน่วยงานต่าง ๆ จึงต้องฟังความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหลายนะครับ จึงทำให้ ช่วงเวลาของการดำเนินการก่อนที่จะเข้าสู่มติ ครม. ต้องใช้เวลา
ประเด็นที่ ๒ ทำไมต้องมีชื่อภาษาอังกฤษจำนวนมากนะครับ เพราะว่าเนื้อหา ธรรมนูญเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วนและรวมทั้งการที่จะต้องไปสู่การแลกเปลี่ยนกับ การทำงานระบบสุขภาพของประเทศต่าง ๆ อยู่ด้วย และเป็นงานทางด้านวิชาการ ฉะนั้น การจัดทำธรรมนูญฉบับนี้จึงมีการเขียนในลักษณะของมีวงเล็บเป็นชื่อศัพท์ทางเทคนิค ภาษาอังกฤษโดยเฉพาะเพื่อให้เกิดความเข้าใจในการสื่อสารนะครับ
เรื่องของการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญที่สุดของธรรมนูญ ฉบับนี้นะครับ เราจะทำอย่างไร และเรื่องของทุกนโยบายห่วงใยสุขภาพเฮลธ์ อิน ออล โพลิซี (Health in All Policies) จะทำอย่างไรนะครับ ในสถานการณ์ขณะนี้ในส่วนของ ธรรมนูญ เนื่องจากเป็นกรอบฉะนั้นการดำเนินการจะต้องผ่านทางกระบวนการการมี ส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ เช่น การจัดทำสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ การจัดทำสมัชชาสุขภาพ เฉพาะประเด็น การจัดทำสมัชชาสุขภาพเฉพาะพื้นที่ต่าง ๆ แล้วก็การประสานกับหน่วยงาน ต่าง ๆ โดยเน้นการมีส่วนร่วมและมีการตั้งคณะกรรมการเป็นกลไกขึ้นมาติดตามสนับสนุน การขับเคลื่อนธรรมนูญนี้ต่อไปด้วยนะครับ
สำหรับสุดท้ายของทางท่านณัฐวุฒิท่านถามถึงเรื่องของสุขภาพจิตว่า มีความสำคัญและจะบูรณาการเรื่องการส่งเสริมป้องกันรักษาอย่างไร รายละเอียดมันมีอยู่ ในสาระหมวดซึ่งมีการเขียนถึงว่าสถานการณ์เรื่องนี้เป็นอย่างไร เป้าหมาย จุดคานงัด วิธีการคำนวณผลจะการดำเนินการอย่างไร แต่ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของภาพรวมเข็มทิศใหญ่ ๆ ส่วนรายละเอียดนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องไปจัดทำแผน จะต้องไปเนินการต่อ
ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านโกวิทย์ ท่านได้กรุณาให้ข้อชี้แนะ แล้วก็ คำถามว่าธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพฉบับนี้จะนำมาสู่เป้าหมายได้อย่างไร เนื่องจาก มันเป็นเข็มทิศก็จะต้องมีการประสานการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและมีการจัดทำ รายละเอียดกันต่อ ๆ ไปนะครับ ตัวอย่างของธรรมนูญ ๓ เล่ม เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า ในการธรรมนูญระดับชาติ เพราะของไทยไปเฉพาะเรื่อง เฉพาะพื้นที่ ก็จะมีการปรับปรุง เนื้อหาเฉพาะเจาะจงของแต่ละพื้นที่ เพื่อแต่ละพื้นที่หรือแต่ละประเด็นจะนำไปสู่การ ดำเนินการต่อนะครับ
ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านนิยม ท่านได้ตั้งว่าในแง่ปฏิบัติ ธรรมนูญ ที่มีกรอบค่อนข้างเห็นทิศทางต่าง ๆ แง่ปฏิบัติจะทำอย่างไร ตามที่ผมได้เรียนทาง ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพว่าคือในธรรมนูญนี้มันเป็นเข็มทิศ เราได้ชี้ถึงปัญหา ได้พูดถึงทิศทางเป้าหมายวิธีการต่าง ๆ เสร็จแล้วจะต้องเป็นการดำเนินการ ขั้นปฏิบัติต้องมี การดำเนินการของหน่วยงานต่าง ๆ โดยคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติได้มีการตั้ง คณะกรรมการเพื่อทำหน้าที่ในการประสานหน่วยงานต่าง ๆ
ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ท่านได้กรุณาให้ข้อแนะนำบวกกับคำถามว่าระบบ สุขภาพที่เป็นธรรม โดยเฉพาะระบบสุขภาพของ ๓ กองทุน จะทำให้เป็นธรรมจะทำได้ อย่างไร ในส่วนนี้ในแง่ปฏิบัติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่ากรมบัญชีกลาง สำนักงาน ประกันสังคม สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติก็ได้มีการพยายามประสานและ มีการดำเนินการ เพื่อจะค่อย ๆ ปรับ โดยเฉพาะการปรับด้านการบริหารจัดการและกลับไป สู่เรื่องสิทธิประโยชน์ ก็เห็นความคืบหน้าพอสมควร แต่อย่างไรก็ตามก็มีงานที่จะต้องท้าทาย เรื่องของการสร้างความเป็นธรรม เรื่องการลดความเหลื่อมล้ำต่าง ๆ ต้องเดินหน้ากันต่อนะครับ ท่านได้พูดถึงเรื่องของการเงินการคลังว่าในหน้า ๘๔ หน้า ๘๕ ของเอกสารไม่ได้ระบุ รายละเอียด ไม่ได้มีความชัดเจนในแง่ที่จะไปจัดทำงบประมาณอย่างไร ในส่วนนี้เนื่องจาก ตัวธรรมนูญเป็นกรอบทิศทาง ได้มีการพูดถึงเรื่องการเงินการคลังของระบบสุขภาพ ส่วนนี้ ก็จะให้เกิดการไปประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหลายในการตั้งงบประมาณ ทำรายละเอียดกันต่อไป ท่านว่าในธรรมนูญนี้ให้ความสนใจกับแรงงานต่างด้าว ให้ความ สนใจคนไทยน้อย ข้อเท็จจริง ๆ คือในธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ เป้าหมาย สำคัญที่สุดคือคนไทย แต่เนื่องจากสถานการณ์การระบาดโควิด (COVID) ที่ผ่านมาจะเห็นชัด ว่าปัญหากลุ่มเปราะบางสำคัญที่อาจจะเคยถูกละเลยคือกลุ่มแรงงานต่างด้าว กลุ่มเปราะบาง ที่อยู่ชายขอบทั้งหลาย เพราะฉะนั้นในธรรมนูญ ๕ ปีข้างหน้านี้ จึงให้ความสำคัญว่าจะต้อง เพิ่มเติมเรื่องนี้ เพราะว่าเรื่องของการเจ็บป่วย เรื่องของการติดต่อของโรคต่าง ๆ มันไม่เลือก สัญชาติ เพราะฉะนั้นเราจะต้องทำครอบคลุมมากขึ้น สุดท้ายท่านได้พูดถึงเรื่องการกระจาย อำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะดำเนินการอย่างไร ในส่วนนี้ก็เป็นแง่ปฏิบัติว่า ทิศทางของตัวธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนว่าระบบสุขภาพที่จะเป็นธรรม มีประสิทธิภาพนั้น จะต้องมีส่วนร่วม โดยเฉพาะการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งในส่วนนี้ ในแง่ปฏิบัติก็มีการประสานงานค่อนข้างเยอะอยู่นะครับ
ท่านนิยม ท่านพูดแนะนำถึงเรื่องของแง่ปฏิบัติจะทำอย่างไร จะทำให้เป็น รูปธรรมได้อย่างไร ก็ตามที่ผมได้เรียนทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านแล้ว ว่าจะต้องมีการประสานหน่วยงานต่าง ๆ ให้เอากรอบทิศทางนี้ไปสู่เรื่องการจัดทำแผน การดำเนินการ การอะไรต่าง ๆ ต่อไปในระยะยาวต่อครับ
ท่านนพดล ท่านได้กรุณาพูดถึงเรื่องการจัดบริการสาธารณสุข โดยเฉพาะ เรื่องระบบบริการ เรื่องคุณภาพการให้บริการ การถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพูดถึงเรื่องอาสาสมัครนะครับ ในส่วนนี้ก็คงเป็นงาน ทางด้านที่ทางสำนักงานจะรับเอาข้อคิดเห็นนี้ไปสู่การประสานงานต่อนะครับ ท่านพูดถึง เรื่องธรรมนูญพระสงฆ์แห่งชาติว่าเป็นสิ่งที่ดีนะครับ จะดำเนินการต่อไปอย่างไร ตอนนี้ ได้มีการขยับจากธรรมนูญว่าด้วยธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ ตอนนี้มหาเถรสมาคม ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานต่าง ๆ กำลังจัดทำธรรมนูญสุขภาพของโรงเรียน พระปริยัติธรรมสามัญคือโรงเรียนของทางสามเณรทั่วประเทศประมาณ ๕๐๐ กว่าโรงเรียน กำลังจัดทำกรอบทิศทางว่าจะจัดระบบสุขภาพจะดูแลสุขภาพสามเณรทั้งหลายจะทำกัน อย่างไรนะครับ ส่วนนี้ก็คงจะเป็นเรื่องการดำเนินการต่อ
สุดท้ายท่านอุบลศักดิ์ท่านได้กรุณาพูดถึงเรื่องของสังคมสูงวัยที่กำลังเดิน ตอนนี้สังคมประเทศไทยเราเข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ เรามีคนสูงอายุมากกว่า ๑๒ ล้านคน จะทำอย่างไรนะครับ ในธรรมนูญก็มีการพูดถึงในมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เฉพาะประเด็นเมื่อ ๒ ปีที่แล้ว ได้มีการให้ทิศทางว่าระบบสังคมสูงวัยได้เข้ามาแล้วเราจะต้อง มีการดำเนินการจัดระบบรองรับด้วยการดูแลทั้ง ๔ มิติ คือไม่ใช่เฉพาะเรื่องสุขภาพ มีเรื่อง สังคม เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องสิ่งแวดล้อมที่จะรองรับสังคมสูงวัย และเกี่ยวข้องกับคน ๓ วัย ว่าจะทำอย่างไร และมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคมที่ผ่านมา ก็ได้มีมติว่าประเทศไทยน่าจะต้องคิดถึงแล้วว่าเราจะมีระบบหลักประกันอะไรได้ เพื่อคุณภาพ ชีวิตเมื่อเป็นผู้สูงอายุจะทำกันอย่างไร เป็นการยกระดับจากประเทศไทยเรามีระบบ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จัดสุขภาพเป็นเรื่องของ การประกันรายได้เพื่อคุณภาพชีวิต ซึ่งได้ระบุว่าจะต้องดำเนินการทั้งหมด ๕ เรื่อง พร้อมกัน เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องของการพัฒนาศักยภาพ แล้วก็ทำให้คนทุกวัยมีรายได้ ที่เหมาะสม เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของการที่จะสนับสนุนให้มีมาตรการการออมระยะยาว ซึ่งก็เกี่ยวข้องกับวัยทำงาน เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องการจัดบำนาญถ้วนหน้าตามที่ท่านได้กรุณา แนะนำไว้ว่าสังคมไทยเราน่าจะต้องมีเรื่องนี้แล้ว เรื่องที่ ๔ เป็นเรื่องการขยายการดูแล ด้านสุขภาพ โดยเฉพาะการดูแลลองเทอมแคร์ (Long-term Care) การดูแลแบบต่อเนื่อง ระยะยาว โดยเฉพาะระยะยาวช่วงท้าย และเรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องของบทบาทของครอบครัว ของสังคม ของชุมชนที่จะมารองรับการดูแลสังคมสูงวัย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นกรอบทิศทาง แล้วก็ มีรายละเอียดของหน่วยงานจะต้องทำอะไร อย่างไร ก็จะเป็นส่วนของการดำเนินการ ส่วนเรื่องอื่น ๆ นั้นเป็นคำแนะนำในแง่ของการปฏิบัติ ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติจะขอรับไปดำเนินการในขั้นตอนของการติดตาม ในการติดตามสนับสนุน และประเมินผลของธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ขอบพระคุณมากครับ