ณัฐวุฒิ ตั้งคำถามธรรมนูญสุขภาพฯ ชี้ใช้ภาษาอังกฤษ-โปร่งใสน้อย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖

ณัฐวุฒิ บัวประทุม ชื่นชมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติที่ส่งเอกสารเพิ่มเติมมาให้สภา พร้อมเสนอให้นำเอกสารที่เหลือแจกประชาชนผู้สนใจ และตั้งคำถามถึงการใช้ภาษาอังกฤษในธรรมนูญสุขภาพแห่งชาติว่าอาจทำให้ประชาชนเข้าใจยาก พร้อมท้วงถึงความล่าช้าถึง 7 เดือนในการพิจารณาร่างธรรมนูญจากคณะกรรมการสู่การเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ซึ่งส่งผลต่อความล่าช้าในการประกาศใช้กฎหมาย และสะท้อนปัญหาการตีความคำว่า "เทเลเมด" รวมถึงการตัดงบประมาณของ สปสช. ในบริการสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังเน้นย้ำความสำคัญของสุขภาพจิตในธรรมนูญ โดยเรียกร้องให้มีการพัฒนาระบบคัดกรองและดูแลป้องกันอย่างเป็นระบบในระดับชุมชน ตั้งแต่การป้องกันระดับต้นจนถึงการป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยก่อเหตุร้ายต่อผู้อื่น พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำธรรมนูญ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทอง ก็ขออนุญาตท่านประธานว่าหากเกินเลยไป ๕ นาทีบ้างก็คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ นะครับ เพราะว่าวันนี้ก็ไม่ได้มีรายงานในหลายฉบับที่มากนัก ท่านประธานครับ ก่อนอื่นเลย ต้องขอบพระคุณทางคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติที่ได้กรุณารับเอกสารไปปรับแก้ แล้วก็ ยังเพิ่มเติมเอกสารมาให้ที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เพื่อทำความเข้าใจได้มากยิ่งขึ้น ท่านแถม แฟ้มมาด้วยนะครับ ผมถามเจ้าหน้าที่แล้วเป็นงบประมาณจากทางคณะกรรมการสุขภาพ แห่งชาติ ผมตั้งประเด็นนี้ไว้ก่อนเพราะว่าเอกสารเหล่านี้หากมีเอกสารที่ตกค้างเหลืออยู่ หรือว่ากรณีของแฟ้มนั้นในเมื่อเราทำประเด็นเรื่องของสุขภาพแล้วก็เรื่องของการประหยัด งบประมาณต่าง ๆ นั้น ผมคิดว่าท่านก็ควรจะต้องขอจากทางฝ่ายสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรนำกลับไปเพื่อแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนที่มีความสนใจในเรื่องของ สุขภาพแห่งชาติ นั่นเป็นอินโทรดักชัน (Introduction) ที่ต้องพูดภาษาอังกฤษไว้ก่อน เพราะเดี๋ยวผมจะถามว่าภาษาอังกฤษท่านในธรรมนูญฉบับนี้ครับ

ประเด็นที่ ๑ นั้นเป็นประเด็นที่ผมรอบที่แล้วมีภารกิจอื่นไม่ได้อยู่ในห้อง ประชุมจึงไม่ได้สอบถามครับ แต่ว่าเนื่องจากว่าในธรรมนูญสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ เราใช้คำว่า พ.ศ. ๒๕๖๕ แน่นอนครับ ความล่าช้าอาจจะเกิดขึ้นจากสภาผู้แทนราษฎร เราส่วนหนึ่ง นั่นเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ เพียงแต่ผมมีรายละเอียดที่จะตั้งคำถามว่า คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติมีมติเห็นชอบร่างธรรมนูญว่าด้วยสุขภาพแห่งชาติไปตั้งแต่ เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ปี ๒๕๖๕ ๙ พ.ค. ๖๕ ๙/๕/๖๕ เท่ากับว่าเป็นเดือนที่ ๕ นะครับ แต่ว่าเพราะเหตุใดครับ เรื่องดังกล่าวนั้นถึงเพิ่งผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๕ ๒๐/๑๒/๖๕ ๑๒ ลบ ๕ เท่ากับว่ามันมีกระบวนการขั้นตอน ในเชิงธุรการหรือใด ๆ ก็แล้วแต่จากคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติไปถึง ครม. จน ครม. มีมติ ๗ เดือนด้วยกัน พูดกันภาษาบ้าน ๆ ก็ต้องโทษนะครับว่าตกลงแล้วการที่ ครม. พิจารณาล่าช้าแบบนั้น ๆ เป็นเพราะเหตุใด แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นก็อาจจะทำให้การบังคับใช้ หรือสิ่งที่จะถูกประกาศในราชกิจจานุเบกษาของธรรมนูญสุขภาพแห่งชาติฉบับนี้นั้นล่าช้า ไปด้วย มันเกิดอะไรขึ้น เป็นเพราะเหตุใด นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากจะเรียนสอบถามครับ

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ประเด็นที่ ๒ นั้นเป็นประเด็นที่ผมได้นำเรียน ว่าจริง ๆ แล้ว ด้วยความเคารพนะครับ ผมเองจบธรรมศาสตร์ ภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ดีนัก เรียนภาษาอังกฤษก็ไปคาบแรก เพราะว่าคนที่ไม่เก่งนั้นต้องไปเรียนตั้งแต่เช้า ภาษาอังกฤษ ท่านเยอะมากเลยครับ เอกซ์คลูซีฟเนส (Exclusiveness) อ่านอย่างไรไม่รู้นะครับ เช่นในหน้าที่ ๗๙ มันแปลว่าอะไรครับ เทเลสมาร์ต เมดิคัล ดีไวซ์ (Tele-smart medical device) แปลว่าอะไรครับ นี่ยกตัวอย่าง เทเลเมดิซิน (Telemedicine) อันนี้พอเข้าใจได้ รีเทน (Retain) แปลว่าอะไรครับ ด้วยความเคารพ ทั้งหมดที่อ่านให้ท่านฟังไม่มีความรู้ครับ แต่ตั้งคำถามกลับว่าในเมื่อกระบวนการของธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติเกิดจาก ฐานรากเลยนะครับ สมัยก่อนผมอยู่จังหวัดอ่างทองคุ้นเคยกับท่านอาจารย์สุรินทร์ กิจนิตย์ชีว์ ท่านอยู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ท่านก็เคยมีส่วนร่วมในการทำธรรมนูญสุขภาพในระดับ ช่วงแรก ๆ มาก่อน แต่ธรรมนูญระบบสุขภาพแห่งชาติที่เริ่มมาจากฐานรากของพี่น้อง ประชาชนเข้ามาสู่ส่วนกลาง แล้วจะนำกลับไปใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบของสุขภาพ ชุมชน ไพรมารี (Primary) ของท่าน หรือซึ่งเป็นการป้องกันในระดับแรก ไพรมารี พรีเวนชัน (Primary prevention) ผมแถมภาษาอังกฤษให้หน่อย แต่ทำไมท่านถึงไม่แปลง่าย ๆ ที่คนที่ อยู่ในระดับชุมชน คนที่เป็นพี่น้องประชาชน คนบ้านนอกแบบผมจังหวัดอ่างทอง อ่านแล้ว เข้าใจว่าอินคลูซีฟเนส (Inclusiveness) มันแปลว่าอะไร ท่านไม่ต้องมาอธิบายผมทีละคำ แต่ผมสงสัยว่าในหลายที่ที่ท่านใส่ภาษาอังกฤษเต็มไปหมด มันเป็นวิธีการของท่านที่ ทำให้ระบบธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติดูน่าเชื่อถือหรือไม่ และเอาเข้าจริง ๆ พี่น้องประชาชนเข้าใจมาอย่างไร จริง ๆ มีแค่คำว่าเทเลเมด (Telemed) อันนี้เริ่มเป็นที่ เข้าใจ แต่ว่าในนี้ก็ไม่ได้เขียนชัดเจนในเรื่องของการส่งเสริมเทเลเมด (Telemed) โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วยในระดับพื้นฐานหรือในเรื่องที่มากไปกว่านั้น เช่นการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย ที่เป็นประเด็นที่กำลังถกเถียงกันอยู่ในสังคมไทย ถึงการที่ สปสช. ตัดลดงบประมาณในกรณีดังกล่าวลง นั่นเป็นประเด็นที่ ๒ ครับ

ประเด็นที่ ๓ ใครล่ะครับเป็นคนคิดว่าเป้าหมายของ ๕ ปีที่จะเกิดขึ้น ความเป็นธรรมตอบสนอง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ประโยคไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังมันเป็นประโยค ที่คุ้น ๆ แล้วเราก็รู้ว่ามันเกิดกระบวนการทิ้งคนไว้เต็มไปหมด แต่ประเด็นที่ผมอยากจะ สอบถามจริง ๆ ก็คือว่า จริง ๆ แล้วเวลาที่เราพูดถึงสุขภาพ ผมแบ่งหยาบ ๆ ออกเป็น สุขภาพกาย สุขภาพจิต นาทีนี้เรามีเด็ก คนพิการ ผู้หญิง ผู้สูงอายุที่มีภาวะทางด้าน สุขภาพจิตเยอะแยะไปหมดครับ สิ่งที่เรากำลังพยายามทำก็คือระบบการคัดกรองหรือการ ดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยสุขภาพจิตในระดับชุมชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยาก แต่ว่าผมไม่เห็นรายละเอียด มากพอว่าในเรื่องของการทำงานเชิงป้องกัน ในเรื่องของการทำงานเชิงสุขภาพนั้น แต่ประเด็นเรื่องของการคัดกรองธรรมนูญว่าด้วยสุขภาพแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับประเด็น เรื่องของสุขภาพจิตนั้นมันมีเนื้อหาในเชิงที่นำไปสู่การป้องกัน เอา ๓ ระดับเลยนะครับ ไพรมารี พรีเวนชัน (Primary prevention) เซคคันดารี พรีเวนชัน (Secondary prevention) เทอเชียรี พรีเวนชัน (Tertiary prevention) หรือระดับที่ ๔ ด้วยก็ได้ครับ ที่ระดับที่เรียกว่า จะไม่ทำอย่างไรให้ผู้ป่วยสุขภาพจิตนั้นไปกระทำหรือไปทำร้ายบุคคลอื่น ซึ่งผมคิดว่าแบบนี้ เป็นองค์ความรู้พื้นฐานง่าย ๆ ที่น่าจะนำไปสู่ในธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ เพื่อนำไปสู่ในการวางรากฐานว่าอย่างน้อยที่สุดในระดับท้องถิ่นนั้นต้องมีกระบวนการแบบนี้