ดนุชา พิชยนันท์ ชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินงานของสำนักงาน ป.ป.ช. ทั้งในด้านความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ การรายงานข้อมูล การผลักดันการปฏิรูปประเทศภายใต้งบประมาณปกติ และความคืบหน้าของกฎหมายสำคัญหลายฉบับ รวมถึง พ.ร.บ. ว่าด้วยระยะเวลาในกระบวนการยุติธรรมที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ซึ่งช่วยให้ประชาชนติดตามคดีได้สะดวก อีกทั้งยังชี้แจงประเด็นการจัดตั้งเขตนวัตกรรมทางการศึกษา การพัฒนาฐานข้อมูลทีพีแมปเพื่อแก้ปัญหาความยากจน การปรับปรุงร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ รวมถึงการประสานแก้ไขความขัดแย้งระหว่างกฎหมายและย้ำแนวทางการปฏิรูปประเทศผ่านกลไกยุทธศาสตร์ชาติอย่างต่อเนื่อง
ขอบคุณครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ก่อนอื่นผมขออนุญาตขอบพระคุณในข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกได้ให้ความเห็นมาในวันนี้นะครับ แต่ก็ต้องขอเรียนว่าในส่วนของตัวสำนักงานเอง รายงานฉบับนี้เป็นการประสานงานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบหลัก ในแต่ละเรื่องนะครับ เพื่อให้เขารายงานข้อมูลขึ้นมา แล้วทางสำนักงานเองก็จะเป็นคนประมวลทั้งหมด แล้วก็ นำเสนอออกมาตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งขออนุญาตเรียนว่าในส่วนของประเด็นของ ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล เรื่องไอทีเอ (ITA) ที่เรากำหนดเป้าหมายไว้และยังไปไม่ถึงนะครับ ก็ต้องเรียนว่าอันนี้ทางสำนักงาน ป.ป.ช. เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจก็ได้มีการเร่งดำเนินการ เรื่องนี้อยู่ โดยสร้างความเข้าใจกับหน่วยงานต่าง ๆ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องมีการผลักดัน อย่างต่อเนื่อง แล้วก็ต้องขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมด้วยว่าแม้ว่าแผนปฏิรูปประเทศในลักษณะ ที่จะสิ้นสุดในปี ๒๕๖๕ ไปแล้ว แต่กิจกรรมการปฏิรูปต่าง ๆ ก็ได้มีการกำหนดให้หน่วยงาน ดำเนินการต่อไปในภารกิจปกติของหน่วยงานด้วย ก็หมายถึงว่าเรื่องของการปฏิรูปประเทศ ในประเด็นต่าง ๆ ที่ยังต้องทำต่อเนื่องก็ยังคงต้องทำต่อไป ในเรื่องของตัวร่างพระราช กฤษฎีกาการยื่นทรัพย์สินที่ท่านได้สอบถามมานะครับ ก็ต้องขออนุญาตเรียนว่าขณะนี้ ทาง ป.ป.ช. เอง กำลังแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอยู่นะครับ ก็อย่างที่ได้นำเรียนในรายงาน เรียบร้อยแล้วว่าทาง ป.ป.ช. ต้องทำเรื่องของกฎหมาย มาตรา ๑๓๐ แล้วก็มาตรา ๒๐๐ ก่อน ถึงจะมาทำเรื่องของ พ.ร.ฎ. ฉบับนี้ต่อ
ในประเด็นของท่านนิยม เวชกามา เรื่องของกระบวนการยุติธรรมที่มี ความล่าช้า ขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่าเรื่องของ พ.ร.บ. กำหนดระยะเวลาดำเนินการ ในกระบวนการยุติธรรมได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๕ ซึ่งอันนี้ไม่ได้รวมแต่เฉพาะหน่วยงานด้านตำรวจอย่างเดียว รวมไปถึงอัยการ ศาลด้วยนะครับ ที่ต้องมีการกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการที่ชัดเจน แล้วก็สามารถ ที่จะตรวจสอบได้ ติดตามได้ ให้ประชาชนสามารถจะติดตามคดีหรือว่าในส่วนที่เป็นคดี ที่ตัวเองมีอยู่ สามารถจะติดตามแล้วก็ดูได้ว่าขณะนี้อยู่ที่ขั้นไหนแล้วนะครับ ซึ่งอันนี้ก็จะเป็น ส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้กระบวนการต่าง ๆ ในกระบวนการยุติธรรมสามารถดำเนินการได้เร็วขึ้น นะครับ
ในเรื่องของการศึกษาที่ท่านสอบถามว่าเขตนวัตกรรมทางการศึกษาจะมีของ สกลนครหรือเปล่า ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่าเขตนวัตกรรมทางการศึกษาเป็นการ ดำเนินการตาม พ.ร.บ. พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่ได้มีการออกมา เมื่อประมาณ ๓-๔ ปีที่แล้วนะครับ ซึ่งในการดำเนินงานจัดตั้งเขตนวัตกรรมทางการศึกษา ลักษณะนี้จะต้องเป็นการเสนอจากทางผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะเสนอไปที่กระทรวง ศึกษาธิการเพื่อพิจารณากำหนดเป็นเขตนวัตกรรมทางการศึกษา อย่างไรก็ดีเดี๋ยวผมจะ กลับไปเช็ก (Check) ดูว่าในร้อยกว่าแห่งที่ท่านได้พูดถึงมีของสกลนครหรือไม่ อย่างไร
ในส่วนประเด็นของท่านณัฐวุฒิ ที่เรื่องของศูนย์เด็กเล็ก อันนี้เป็นข้อมูลที่ทาง ตัวกระทรวงส่งมาให้ว่ามีอยู่ ๑๙,๕๒๔ แห่ง ซึ่งอันนี้เป็นจำนวนแห่งที่มีอยู่ ณ ปัจจุบันนะครับ ส่วนเรื่องของทีพีแมป (TPMAP) เป็นฐานข้อมูลที่จริง ๆ แล้วเราทำกันมาประมาณ ๓-๔ ปี แล้วนะครับ เพื่อที่ต้องการจะช่วยแก้ปัญหาความยากจนแบบพุ่งเป้า ซึ่งในการทำฐานข้อมูล ตัวนี้ก็ต้องเรียนว่าเราประสานงานกับทางกรมพัฒนาชุมชนและทางกระทรวงการคลังในการ ที่จะดึงเอาข้อมูล ๒ แห่งเข้ามาประสานกันนะครับ ก็คือข้อมูลทาง จปฐ. แล้วก็ข้อมูลจาก บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อที่จะดูว่าบุคคลที่ต้องการความช่วยเหลือจากรัฐมีลักษณะเป็น อย่างไร และต้องการความช่วยเหลือด้านใดบ้างนะครับ ทีนี้ในส่วนที่มีการดำเนินการที่ท่าน พูดถึงกระทรวง พม. ที่ไปตามบ้านต่าง ๆ เพื่อไปเก็บข้อมูล อันนี้ต้องเรียนว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ ทางกระทรวง พม. ได้คิดริเริ่มที่จะทำเรื่องของแฟ้มครัวเรือน ซึ่งข้อมูลตรงนี้ก็จะมาเชื่อมโยง กับระบบทีพีแมป (TPMAP) เช่นกัน ก็จะทำให้ข้อมูลมีความชัดเจนแล้วก็ถูกต้องมากขึ้น ในส่วนของ พ.ร.บ. ส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ต้องขออนุญาตเรียนว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านวิษณุ เครืองาม ได้มีการให้หน่วยงานพิจารณาปรับปรุงเนื้อหา เล็กน้อยนะครับ แล้วก็อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นอยู่นะครับ
ประเด็นการศึกษาต่าง ๆ ของท่านอนุรักษ์ บุญศล เดี๋ยวผมขออนุญาต ไปประสานกับทางกระทรวงศึกษาธิการต่อว่าให้เขาดำเนินการอย่างไรบ้างนะครับ
ประเด็นของท่านนิกร จำนง ที่เป็นเรื่องของ พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีจราจร พ.ศ. .... แล้วจะซ้อนกับเรื่องของที่ท่านบอกว่ามีความขัดแย้งกันกับทาง พ.ร.บ. ว่าด้วย การปรับเป็นพินัย พ.ศ. .... ต้องขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่าถ้าในการดำเนินงานตรงนี้ ผมขออนุญาตรับไปประสานกับทางท่านเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกานะครับ เพราะว่า เรื่องนี้ก็ต้องเรียนว่าในกระบวนการของกฤษฎีกามีการพิจารณาเป็นลักษณะของ คณะกรรมการนะครับ เพราะฉะนั้นในมติตรงนี้เป็นมติของคณะกรรมการ ซึ่งเดี๋ยวผมจะ ขออนุญาตไปประสานว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปเกี่ยวกับเรื่องของ พ.ร.บ. วิธีพิจารณา คดีจราจร พ.ศ. .... นะครับ แล้วก็ต้องขอขอบคุณในประเด็นของท่านสุรวาทด้วยที่ท่านได้ พูดถึงเรื่องของปฏิรูปประเทศนะครับ
มีนิดหนึ่งที่ท่านณัฐวุฒิได้สอบถามเรื่องคำนิยามของจิตวิญญาณความเป็นครู ทางกระทรวงศึกษาธิการเขากำหนดเอาไว้ว่าเป็นลักษณะที่เป็นการเน้นคุณลักษณะการมี ความรู้ความสามารถที่จะเป็นโค้ชชิง (Coaching) และเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการ เรียนรู้ของผู้เรียนบนฐานของความเป็นเหตุและผล เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง รวมถึงการมี จรรยาบรรณวิชาชีพ การเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้เรียนทั้งด้านวินัย คุณธรรม จริยธรรมนะครับ อันนี้ก็เป็นคำนิยามที่ทางกระทรวงศึกษาธิการเขากำหนดไว้นะครับ
เพราะฉะนั้นสุดท้ายนี้ผมขออนุญาตเน้นย้ำกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านว่าการปฏิรูปประเทศในระยะถัดไปก็คงจะเป็นเรื่องที่ทางหน่วยงานจะใช้กลไกปกติ ตามภารกิจของหน่วยงานนะครับ เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการในขั้นถัดไปนะครับ ซึ่งตรงส่วนนี้เองก็จะใช้ตัวแผนระดับที่ ๒ ก็คือแผนแม่บท แผนยุทธศาสตร์ชาติ แล้วก็ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมทั้งนโยบายและแผนด้านความมั่นคงเป็นกรอบ ในการดำเนินงานว่ามีประเด็นใดที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปที่จะต้องดำเนินการบ้าง หน่วยงาน ก็คงจะดำเนินการไปตามนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตกราบขอบพระคุณท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ ผมขออนุญาตจบการชี้แจงครับ ขอบพระคุณครับ