ณัฐวุฒิ ห่วงนโยบายล่าช้า ทวงชี้แจงผลปฏิรูปประเทศ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖

ณัฐวุฒิ บัวประทุม หารือการปฏิรูปประเทศในหลายมิติ ทั้งการสื่อสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การปฏิรูปการศึกษาที่เน้นคุณภาพการดูแลเด็กปฐมวัยและความปลอดภัยของนักเรียน รวมถึงการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อพัฒนาสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยวิพากษ์ปัญหาการเก็บข้อมูลซ้ำซ้อนของภาครัฐและเรียกร้องให้ใช้ฐานข้อมูลที่มีอยู่แล้วอย่างคุ้มค่า พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าในการดำเนินนโยบายสำคัญ เช่น ร่างกฎหมายด้านการประมงและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ พร้อมเรียกร้องให้มีการชี้แจงความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศที่ยังไม่เป็นไปตามที่ประกาศไว้

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ผมขออนุญาต ใช้เวลาที่มีไม่มากนักแต่มีค่าในการมีส่วนร่วมในการอภิปรายความก้าวหน้าของการปฏิรูป ประเทศ ซึ่งไม่บ่อยนักที่ผมจะอภิปรายรายงานของการปฏิรูปประเทศ เหตุเพราะส่วนหนึ่งนั้น ผมไม่ใช่นักยุทธศาสตร์ ไม่ใช่นักนโยบายและแผน เป็นนักปฏิบัติเสียมากกว่า แต่อย่างไร ก็ตามผมขออนุญาตมีสัก ๔ ประเด็นย่อย ๆ ที่เกี่ยวข้องในรายละเอียดในเนื้อหาที่จะนำเสนอ ต่อท่านประธานไปยังสภาพัฒน์ ความเป็นจริงผมคิดว่าเสียงที่ผมอยากจะพูดนั้นส่งไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ส่งรายงานมายังสภาพัฒน์เสียมากกว่าครับ

ในประการที่ ๑ เป็นประเด็นเรื่องของการปฏิรูปด้านการศึกษาครับ ผมเห็นด้วยกับท่านนิยม เวชกามา หลายประเด็นครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เราพูดถึง การพัฒนาเด็ก ท่านเห็นไหมว่าในรายงานนั้นพูดถึงตัวชี้วัดหรือผลสัมฤทธิ์ของการปฏิรูป บอกว่าต้องมีศูนย์การเรียนรู้ สถานเลี้ยงเด็ก ศูนย์พัฒนาเด็กนักเรียน เด็กเล็กทั่วประเทศ รวม ๑๙,๕๒๔ ศูนย์ นั่นเป็นแค่จำนวนครับ ความเป็นจริงจำนวนดังกล่าวนั้นก็ไม่ใช่ จำนวนนับที่แท้จริง ดังเช่น กทม. เองก็มีข้อจำกัดในการตั้งศูนย์เด็กเล็กที่อยู่ในสังกัดของ กรุงเทพมหานคร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือคุณภาพ สิ่งที่เกิดขึ้นคือเรื่องความปลอดภัยครับ สิ่งที่เกิดขึ้นคือศักยภาพของผู้ดูแลหรือครูที่อยู่ในศูนย์เด็กเล็ก สิ่งที่เกิดขึ้นคือระบบรองรับ ที่ทำให้ผู้ปกครองมั่นใจว่าลูกของเขาที่ไปอยู่ในศูนย์เด็กเล็กนั้นจะได้รับการดูแล พัฒนา ตามศักยภาพที่ควรจะเป็นหรือความปลอดภัยได้อย่างไร ดังเช่นกรณีที่เกิดขึ้นที่องค์การ บริหารส่วนตำบลอุทัยสวรรค์ จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งพวกเราก็เสียใจกันทั้งประเทศ เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา วันนั้นบอกว่าจะเอาหนองบัวลำภูโมเดล (Model) เป็นตัวตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งศูนย์เด็กเล็ก วันนี้เรื่องเหล่านั้นถูกบรรจุอยู่ในแผนปฏิรูป ประเทศหรือไม่ ในขณะเดียวกันในประเด็นเรื่องของเป้าหมายตามมาตรา ๒๕๘ ในด้าน การศึกษามีอยู่คำหนึ่งซึ่งผมคิดว่าเป็นคำสำคัญมากครับ คัดกรองและพัฒนาผู้ประกอบ วิชาชีพครู ให้ได้มีผู้มีจิตวิญญาณของความเป็นครู กล้อนผมนักเรียนที่บึงสามพันนี่เรียก จิตวิญญาณความเป็นครูไหมครับ กระโดดถีบนักเรียนที่อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย นี่เรียกจิตวิญญาณความเป็นครูไหมครับ ซื้อบริการทางเพศที่อำเภอเมือง จังหวัด นครราชสีมา นี่เรียกจิตวิญญาณความเป็นครูไหมครับ แล้วถ้ามีเวลาผมจะเล่ารายละเอียด ให้ได้ฟังแต่ละจังหวัด แต่ละโรงเรียนด้วยซ้ำว่ามีเป็น ๑๐,๐๐๐ ราย ที่มีการร้องเรียนผ่าน มายังเว็บไซต์ (Website) หรืออินบอกซ์ (Inbox) ของกลุ่มน้อง ๆ นักเรียนเลว ที่พูดถึงครู ที่กระทำการหรือละเมิดต่อสิทธิและเสรีภาพของเด็กนักเรียน ท่านตอบสั้น ๆ ก็ได้ หรือตอบ แทนกระทรวงศึกษาธิการก็ได้ว่าเขานิยามคำว่าจิตวิญญาณของความเป็นครูไว้ว่าอย่างไร แถมเมื่อทำผิดแล้วยังแถลงหรือ แถ ลง ด้วยว่านั่นเป็นการตัดผมฟรีให้กับนักเรียน บึงสามพัน นี่เลวร้ายมาก ไม่ควรจะปล่อยให้ทั้งครูและผู้บริหารโรงเรียนท่านนี้อยู่ในโรงเรียนดังกล่าว อีกต่อไป นั่นเป็นแผนปฏิรูปในด้านที่ ๑ ที่ผมจะพูดถึง

ในด้านที่ ๒ ท่านประธาน ต้องขอเวลาจริง ๆ นี่เป็นแค่ครั้งที่ ๒ ที่ผมพูดถึง แผนปฏิรูปตลอด ๔ ปีที่ผ่านมา คือด้านกระบวนการยุติธรรม ท่านทราบไหมว่ามีความ พยายามจะออกพระราชกำหนดเลื่อนการบังคับใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การกระทำทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย ซึ่งรัฐสภาแห่งนี้ได้ผ่านกฎหมาย ฉบับดังกล่าวไป จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ เหตุผลประการหนึ่งที่มี แนวโน้มจะเลื่อนก็คือเขาอ้างว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นไม่สามารถดำเนินการหา พูดง่าย ๆ ก็คือ กล้องบันทึกภาพต่าง ๆ ได้ทัน แต่เพราะเหตุใดผมถึงอ่านข้อมูลในหน้า ๑๒๓ ของท่าน เขียนชัดเจนว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีคำสั่งที่ ตร ๑๗๘/๖๔ เรื่อง บันทึกภาพ การตรวจค้นจับกุมและสอบสวนคดีอาญา พูดหมดเลยว่าวันนี้มีกล้องอยู่ทั้งหมดจำนวน เท่านั้นเท่านี้ แบบใด ประการใด ท่านยืนยันแทนรัฐบาลได้ไหมว่าในเมื่อตำรวจมีความพร้อม แบบนี้ การปฏิรูปประเทศที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่ไม่ซ้อมทรมานผู้ต้องหาอีกแล้วนี่ จะไม่มีการออกพระราชกำหนดฉุกเฉินเพื่อเลื่อน ผมคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ครับ หัวทางท่าน สูงกว่ารัฐบาลที่มาแล้วก็ไป แต่ประเทศต้องเดินหน้าต่อ นั่นเป็นในด้านที่ ๒ ครับ ท่านประธาน

ในด้านที่ ๓ เป็นด้านที่เกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องของสังคมทั้งหมดครับ ผมเรียนท่านที่เคารพว่าผมเคยมีส่วนในการทำงานกับสภาพัฒน์ในประเด็นเรื่องของการตั้ง โอเอสซีซี (OSCC) หรือศูนย์ช่วยเหลือสังคมในช่วงก่อนปี ๒๕๕๗ ผมเองเป็นคนไปช่วย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ขณะนั้น ดูคอนเทนต์ (Content) หรือเนื้อหาทั้งหมด แอปพลิเคชัน (Application) ผมไม่มีความรู้ เน็ตแบงก์ (Netbank) วันนี้ ผมยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ แต่ประเด็นที่ผมอยากจะนำเรียนก็คือว่าท่านถอดบทเรียนไม่ได้ หรือครับว่าตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ จนถึงปัจจุบันนี่เลิกกันเสียทีบิ๊กดาต้า (Big Data) หรือฐานข้อมูล ภาพใหญ่ หลังปี ๒๕๕๗ ในรัฐบาลก่อนหน้านี้ที่นายกรัฐมนตรีชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านก็ให้เจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ไปลง จีพีเอส (GPS) บ้านแต่ละหลังว่ามีบ้านที่มีปัญหาเท่านั้นเท่านี้ เจ้าหน้าที่ก็ออกไปดึกดื่น นั่นคือการทำข้อมูลที่เรียกว่าบิ๊กดาตา (Big Data) ซึ่งเคยทำมาแล้ว ปรากฏว่าหลังปี ๒๕๖๒ นายกรัฐมนตรีท่านใหม่ที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ให้กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ไปทำทีพีแมป (TPMAP) หรือเขาเรียกรายงาน ผมเรียกชื่อ ภาษาไทยไม่ถูกนะครับ แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็คือเหมือนแผนผังหรือสมุดพกครัวเรือน ว่าครัวเรือนที่มีปัญหาต้องเข้าถึงบริการอย่างไรนั้นมีจำนวนมากน้อยขนาดไหน ก็ลำบาก เจ้าหน้าที่อีก ผมคิดว่าอย่าบิ๊กร็อก (Big Rock) เลยครับ บิ๊กดาต้า (Big Data) นี่ ตกลงวันนี้ แผนปฏิรูปเดินมาขณะนี้ประเทศไทยมีบิ๊กดาต้า (Big Data) ผมเอาแค่ด้านเดียวนะครับ ด้านสังคมเพียงพอต่อการให้บริการเพื่อนำไปสู่การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในระยะยาวหรือยัง ผมไม่เชื่อมั่นราชการกระทรวงอื่นครับ แต่เชื่อมั่นว่าสภาพัฒน์ตอบ เปรี้ยงเดียวเลยว่าวันนี้เรามีฐานข้อมูลเพียงพอแล้ว ท่านเอาไปปฏิบัติได้เลย แบบนี้ ถึงจะเรียกว่าปฏิรูปได้จริงครับ คนเกิดใหม่บันทึกข้อมูลใหม่ แต่ที่มีอยู่แล้วไม่ควรลำบาก เจ้าหน้าที่ทั้งในระดับจังหวัด ทั้งในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งเจ้าหน้าที่ในระดับ ชุมชนที่จะไปเก็บอีกแล้ว นั่นเป็นประการที่ ๓ ครับ

ประการที่ ๔ เป็นประการสุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับหมวดหมู่เรื่องของคำสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน ในวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ปี ๒๕๖๒ ผมเป็น ส.ส. ใหม่ครับ ผมก็เข้าใจว่า เวลานายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายในสภา ท่านบอกว่าจะทำก็แสดงว่าท่านจะทำ นักกฎหมาย เขาเรียนมา เรียกว่าแพกตา ซุนต์ เซอร์วันดา (Pacta sunt servanda) สัญญาต้องเป็น สัญญา แต่ผมอ่านเร็ว ๆ ครับท่านประธาน เอาแค่กฎหมาย ๒-๓ ฉบับ ๑. ก็คือ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ถูกเขียน ไว้ว่าเป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะต้องทำ ทำไมวันนี้พี่น้องประมงต้องมากัน ๒๐๐-๓๐๐ คน มาทวงล่ะครับ เอาแค่ง่าย ๆ ว่าร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนา และอนุรักษ์ คุ้มครอง คุณภาพชีวิตของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งท่านเสร็จมาแล้วตั้งแต่ก่อนปี ๒๕๖๒ ด้วยซ้ำ ท่านเสร็จมาแล้วนะครับ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรทำเสร็จมานานแล้ว รายละเอียดอาจจะ แตกต่างกันก็ว่ากันไป แต่ผ่านมา ๔ ปีเต็ม มันเป็นเพราะอะไรครับ ผมไม่มีเวลาที่จะไล่เลียง รายละเอียดของกฎหมายแต่ละฉบับนะครับ ยุติธรรม ชุมชน การแก้ ป. อาญา กฎหมาย อาชญากรรมภาคประชาชน กฎหมายโน่นนี่นั่น นี่คือสิ่งที่ท่านสัญญาทั้งหมดเลย แล้วตกลง เวลาที่สัญญาไม่เป็นสัญญาแบบนี้ คนที่คุมระบบปฏิรูปประเทศจะทวงสัญญากับคนที่ไม่เป็น สัญญา ทำสัญญาไว้แล้วไม่ทำตามสัญญาแบบใด ผมคิดว่าหากจะเดินหน้าการปฏิรูปต่อ อยากจะให้ท่านตอบให้ชัดว่าเวลาที่ไม่เกิดการปฏิบัติที่ควรจะเป็นตามระยะเวลาดังกล่าวนั้น การติดตามของการปฏิรูปจะเป็นอย่างไรสำหรับการปฏิรูปของพี่น้องประชาชนนั้น เขาติดตาม ผ่านการเลือกตั้งที่กำลังจะถึงนี้ ทั้งหมดทั้งมวล ๔ ประเด็น นาน ๆ ถามทีครับท่านประธาน ขอบคุณครับ