นิยม เวชกามา อภิปรายกฎหมายฉบับนี้และเรียกร้องให้เลขาธิการสภาพัฒน์ตรวจสอบรายงานการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ และเรียกร้องให้กระบวนการยุติธรรมและการศึกษาได้รับการดูแลใกล้ชิดที่สุด
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมอภิปรายกฎหมายฉบับนี้มันเข้ามาครั้งที่แล้วปรากฏว่าเลื่อน คือทุก ๓ เดือนเป็นการรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๑๗ ผมก็อภิปรายหลายครั้งว่าที่ท่าน รายงานทุก ๓ เดือน ผมก็เห็นใจทางสภาพัฒน์นะ บางทีท่านก็รายงานตามข้อกฎหมาย ของท่านนี่แหละครับ แต่มันไม่ใช่รายงานตามที่ท่านได้ดำเนินการ เพราะท่านเขียนไว้ ผมก็ เปิดดูตามรายงาน ท่านบอกได้ดำเนินการทะลุเป้าหมายแล้ว นี่คือผมต้องออกมาพูด เพราะวันนี้ท่านเลขาธิการสภาพัฒน์ก็มานั่งตรงนี้ ก็ต้องฝากท่านว่าที่ท่านเขียนว่าทะลุ เป้าหมายนั่นทะลุอย่างไร ผมไปเปิดถึงรัฐธรรมนูญที่ท่านอ้างถึงในมาตรา ๒๕๘ ด้วยนะ ที่ท่านอ้างไว้ในมาตรา ๒๕๘ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมพยายามไปเปิดดู ท่านเป็นการเขียน รายงานตามระบบเท่านั้น แต่ในข้อเท็จจริงมันไม่ได้มีอะไรคืบหน้า นี่ผมก็พูดแค่ ๒ ประเด็น ด้วยเวลาที่ท่านให้มา ๕ นาที คือประเด็นที่ว่าในกระบวนการทางกฎหมายก็ออกไป แต่ท่านดำเนินการจริง ๆ มันไม่สามารถที่จะดูแลปัญหาพี่น้องประชาชนได้ คือในประเด็น ด้านกระบวนการยุติธรรมและด้านกระบวนการทางการศึกษา ซึ่งเป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชน ต้องได้รับการดูแลใกล้ชิดที่สุด และเป็นกระบวนการการศึกษาก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า ถ้าตราบใดประชาชนยังไม่ได้รับการศึกษา ความเหลื่อมล้ำยังไม่เท่าเทียมกัน พี่น้องประชาชน บ้านผมก็ยังเป็นเบี้ยเหมือนทุกวันนี้แหละครับท่านประธาน ซึ่งข้อเท็จจริงเราปฏิเสธไม่ได้ โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรม ผมพูดหลายรอบแต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข คือท่านบอกว่า ในกระบวนการยุติธรรมนี่ท่านเขียนในนี้บอกว่ามีการดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมาย ที่กำหนด ให้มีการกำหนดระยะเวลาดำเนินการในทุกขั้นตอนของกระบวนการที่ชัดเจน ก็เป็น การพูดในข้อกฎหมาย ในเนื้อหาของตัวหนังสือ แต่โดยข้อเท็จจริง ก็เป็นที่ทราบกันชัดเจน ทั้งประเทศอยู่แล้วว่าในกระบวนการยุติธรรมมีตำรวจ อัยการ ศาล ตำรวจคือกระบวนการ ยุติธรรมต้นน้ำ ถ้าต้นน้ำล้มเหลว อัยการ ศาล ไม่ต้องพูดถึง มันล้มเหลวไปหมด นี่คือผมต้อง พูดวันนี้ ต้องพูดถึงเลขาธิการสภาพัฒน์ว่าผมอยากให้กลับไปดูที่ท่านรายงานบอกว่า ดำเนินการทุกขั้นตอนตามกำหนดระยะเวลาของกระบวนการยุติธรรมที่ชัดเจน ผมไม่เห็น ตามท่าน ผมต้องถามท่านนี่แหละว่าที่ท่านบอกชัดเจนคืออะไร คนที่บ้านผมสกลนคร ผมไม่อาจเอื้อมถึงจังหวัดอื่นหรอก เอาสกลนครบ้านผมเป็นหลัก ประชาชนเข้าถึง กระบวนการยุติธรรมที่ยากมาก บางคนที่มาร้องเรียนที่ผมเขาบอกว่าคดีที่มันจบก็ยังไม่จบ ก็มี เพราะการดำเนินการขั้นตอนผิดพลาด ต้องเรียกไปลงโทษอีก ผมบอกมันไม่ใช่ลงไปแล้ว อันนี้ถึงเป็นประเด็นที่ผมต้องบอกว่ากระบวนการยุติธรรมไม่ชัดเจน แล้วคราวที่แล้วท่านมา รายงาน ผมก็บอกว่าคนที่บ้านผมถูกรถชนตายที่ฉะเชิงเทรา ที่อำเภอบางปะกงนี่ วันนี้ ก็ยังตายฟรีอยู่เพราะไม่รู้รถอะไรชน ทั้ง ๆ ที่ใกล้ ๆ ทางด่วน กล้องเต็มไปหมด ผมถึง กราบเรียนว่าวันนี้ถ้ากระบวนการยุติธรรมมันยังไม่เดินหน้าชัดเจน ผมฝากท่านผมพูดแล้ว พูดอีกนะ แต่ก็ยังไม่มีการแก้ไข อันสุดท้ายคือการศึกษา วันนี้การศึกษาของเรา ผมว่า ไม่ก้าวหน้าเลยท่านประธาน พ.ร.บ. การศึกษาจะเข้ามาก็ยังเข้าไม่ได้ เพราะด้วยเหตุด้วยผล ของสภาเรามีปัญหาผมเข้าใจได้ อีกนิดเดียวท่านประธาน แต่ที่ผมต้องพูดวันนี้ เพราะบ้านผมสกลนคร ในนี้ท่านบอกว่าได้มีการศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ๕๔๑ แห่ง ไม่รู้ว่าบ้านผมสกลนครมีกี่แห่งท่านไปดูด้วย เพราะเวลาแบบนี้ผมเปิดไม่ทัน ผมจึงบอกว่าความเสมอภาคทางการศึกษามันยังไม่มี โรงเรียนขนาดเล็กท่านก็บอกว่าจะยุบ ท่านต้องเข้าใจบริบทของโรงเรียน เขาตั้งโรงเรียนมาเพื่อให้มีการศึกษาในพื้นที่ วิธีการ เทคโนโลยีมันมากมายมหาศาล ท่านต้องใช้เทคโนโลยี ท่านจะอ้างว่านักเรียนน้อยไม่คุ้มค่า อะไรนั่น มันยุคก่อนอาจจะใช่ แต่วันนี้มันไม่ใช่ ท่านต้องใช้เทคโนโลยีทางโทรทัศน์สอน ได้หมด วิธีการนี้ฝากด้วยว่าบ้านผมจำเป็นต้องมีโรงเรียนเล็กโรงเรียนน้อยในพื้นที่ อย่างน้อย ก็มีครู มีผู้บริหารรักษาการ เพื่อให้เด็กนักเรียนได้เท่าเทียมทางการศึกษา ผมฝากท่านประธาน ด้วยว่าเรื่องนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่ง วิธีการไม่ต้องคิดถ้าทำไม่ได้ยุบ ๆ นี่วิธีการไม่ถูกต้อง ฝากท่านประธานด้วย ขอบคุณมากครับ