ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ รายงานผลการลงพื้นที่และหารือร่วมหน่วยงานเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร 495 รายที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจากพายุโนรู พร้อมเสนอข้อมูลน้ำฝนและสถานการณ์น้ำ ย้ำการส่งหนังสือขอประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินและได้รับการตอบกลับที่ตั้งคำถามเพิ่มเติม 5 ประเด็น จึงเรียกร้องให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเร่งพิจารณาใหม่โดยไม่ยึดติดกับรายละเอียดปลีกย่อย เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที รวมถึงตั้งคำถามถึงกรณีหอยแครงและกุ้งทะเลตายในกรุงเทพมหานคร ทั้งในด้านสาเหตุ ความรับผิดชอบ การแจ้งเตือนล่วงหน้า และความเหมาะสมของการเพาะเลี้ยงที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่า 30 ปี พร้อมยืนยันการส่งเอกสารรายละเอียดครบถ้วนไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและกรุงเทพมหานครแล้ว เพื่อเร่งผลักดันการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม
ขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนริศ ขำนุรักษ์ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในแนวทาง ที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงต่อห้องกระทู้แห่งนี้ก็ถือว่าเป็นผลดีกับพี่น้องประชาชน แต่ยังคงติดขัด เรื่องของเพียงแค่วิธีการกระบวนการเท่านั้น แต่ว่าอยากจะขอนำเรียนท่านรัฐมนตรีนริศ ขำนุรักษ์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่เราได้ดำเนินการในพื้นที่ไป ท่านรัฐมนตรีครับ ก็คือมีการจัดประชุม ของคณะกรรมาธิการได้ลงพื้นที่ แล้วก็ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากที่ผมกล่าวมาแล้วก็คือ ทั้ง ปภ. ทั้ง กทม. ทั้งกรมบัญชีกลาง แล้วก็กรมประมงมาร่วมกันพูดคุยหารือว่าเราจะ ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรทั้ง ๔๙๕ รายนี้ได้อย่างไร เนื่องจากว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก็คือ เป็นเรื่องของมวลน้ำ ซึ่งเราก็ได้หารือกันในวันนั้น มีการพูดคุยไปถึงขนาดว่าให้ไปหาข้อมูล ปริมาณน้ำฝนเหนือบ่อว่าแต่ละบ่อของพี่น้องประชาชนนั้นมีปริมาณน้ำฝนตกลงเหนือบ่อ เท่าไร มีการระบายน้ำจากสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ปริมาณเท่าไร มากกว่า ปีก่อน ๆ เท่าไร ผมเองได้ทำหนังสือถามไปยังกรมอุตุนิยมวิทยา แล้วก็ได้ข้อมูลย้อนหลัง ๓ ปีมาเพื่อจะแนบ แล้วก็สอบถามไปยังสำนักการระบายน้ำ ก็คือปริมาณมวลน้ำที่ตกจาก พายุโนรูเมื่อตอนปลายปีที่ผ่านมาก็คือมวลน้ำจำนวน ๓๐๐ ล้านกว่าลูกบาศก์เมตรที่ไหลผ่าน อันนี้คือข้อมูลที่ได้รวบรวม แล้วก็ทำหนังสือส่งไปถึงทางกรม ปภ. เมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๖ เรียน ท่านอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เรื่อง ขอให้ประกาศ เขตความช่วยเหลือเขตภัยพิบัติฉุกเฉินในพื้นที่เขตบางขุนเทียน ลงนามโดยท่านพลเฉลิม โชตินุชิต ท่านรองปลัดกรุงเทพมหานคร ปฏิบัติหน้าที่แทนท่านปลัดกรุงเทพมหานคร หนังสือฉบับนี้ไปเมื่อวันที่ ๒๓ และได้รับหนังสือตอบกลับจากทางกรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยในวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๖ มีหนังสือตอบกลับมาสอบถาม ๕ เรื่องด้วยกัน
ข้อ ๑ ให้หน่วยงานรับผิดชอบโดยตรงรับผิดชอบหลักวิชาการว่าการตายของ หอยแครงและกุ้งทะเลนั้นเกิดจากสาเหตุใด เหตุดังกล่าวอยู่ในข่ายที่สามารถป้องกัน หรือแก้ไขได้หรือไม่ อย่างไร และสามารถแจ้งเตือนเกษตรกรให้ทราบล่วงหน้าได้หรือไม่ อย่างไร อันนี้คือข้อแรกที่กรม ปภ. ได้ชี้แจงกลับมายังกรุงเทพมหานคร ซึ่งเรื่องนี้มีการพูดคุย ในที่ประชุมเช่นกันครับท่านประธาน แต่วันนั้นเราพูดคุยกันไปถึงขั้นว่าตอนนี้เรารู้หมดแล้ว ว่าหอยแครงไม่ชอบน้ำจืด ตายเพราะน้ำจืดแน่นอน ถามว่าตายจริง ไม่จริง คือตายจริง แต่ถามว่าตายเพราะอะไร เหลือวิธีการเดียวคือต้องชันสูตรพลิกศพหอยแครงว่าสำลักน้ำจืด จริงหรือเปล่า ถ้าเกิดคำถามที่ ปภ. ถามมาในข้อ ๑ มันไม่สามารถที่จะพิสูจน์อย่างอื่นได้แล้ว เพราะว่าปริมาณข้อมูลต่าง ๆ ที่ซัพพอร์ต (Support) โดยกรมประมงโดยท่านประสิทธิ์ คงพรปรารถนา ท่านประมงพื้นที่กรุงเทพมหานครทำหนังสือวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๖ ชี้แจงข้อมูลไปให้กรุงเทพมหานคร และกรุงเทพมหานครชี้แจงไปให้กรม ปภ. จนเป็นที่มา ของข้อ ๑ ที่ถามเมื่อสักครู่
ข้อ ๒ กรณีฝนตกมีน้ำท่วมขังในพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแขวงท่าข้าม และแขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน ขณะนั้นปริมาณน้ำสะสมหรือท่วมขังขังอยู่นานเท่าไร มวลน้ำวันนั้นคือเขาต้องการถามว่าน้ำวันนั้นขังอยู่นานเท่าไร คือขังนานพอที่จะให้หอยแครง สำลักน้ำจืดตายหรือไม่
ข้อ ๓ การระบายน้ำออกจากเมืองโดยสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ผ่านคลองต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานครเกิดขึ้นเป็นประจำหรือไม่ ถ้าเกิดขึ้นเป็นประจำข้อนี้ จะไม่ได้ อันนี้ผมได้ถามข้อมูลย้อนหลังแล้ว ๓ ปี ๒ ปีก่อนหน้านี้ไม่มีครับประธาน เพิ่งจะมี รอบนี้ที่มีพายุโนรูเข้า
ข้อ ๔ ผู้เพาะเลี้ยงดังกล่าวได้มีการเพาะเลี้ยงอย่างไร ถูกต้องหรือไม่ คือกำลังกล่าวว่าเกษตรกรถ้าเกิดเลี้ยงแบบไม่ถูกวิธีก็จะไม่ได้เงิน แต่เกษตรกรเลี้ยงมา ๒๐-๓๐ ปีแล้ว ก็คือเลี้ยงแบบนี้ตามวิธีการของกรมประมงที่ได้ไปแนะนำให้กับพี่น้อง ประชาชน แล้วก็ดำเนินการตามนั้นมาโดยตลอด แล้วก็มีการเลี้ยงแล้วก็ขายมาตลอด ระยะเวลากว่า ๓๐ ปี
ข้อ ๕ ให้ส่งเอกสารรายละเอียดทั้งหมดมาที่กรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยภายในวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ คือเลยวันนี้ไปแล้ว คือเอกสารฉบับนี้ทาง ปภ. ส่งถึง กรุงเทพมหานคร
ทั้ง ๕ ข้อผมก็ได้พูดคุยกับทางกรุงเทพมหานครว่าเราจะตอบไปอย่างไร ในเมื่อ ๕ ข้อนี้ได้มีการพูดคุย แล้วก็ได้มีการทำหนังสือไปเมื่อวันที่ ๑๑ โดยกรมประมง และวันที่ ๒๓ มกราคม โดยกรุงเทพมหานครแล้ว เพราะฉะนั้นก็เลยอยากจะขอเรียน ท่านรัฐมนตรี ด้วยความเมตตาจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ คือด้วย คำถามทั้ง ๕ ข้อมันไม่ใช่แกนหลักเรื่องหลักของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น วันนี้เราลำดับเหตุการณ์ ให้เห็นแล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี่เกิดขึ้นเพราะอะไร ระยะเวลาย้อนหลังก่อนหน้านี้ถ้าเป็นเหตุการณ์ ปกติพี่น้องประชาชนไม่เคยเดือดร้อน และไม่เคยร้องขอความช่วยเหลือจากทางภาครัฐ แต่มาปีนี้เกิดเหตุการณ์จากพี่น้องประชาชนได้รับรู้รับทราบคือสิ้นปีมีพายุโนรูเข้าจริง ๆ และมีการระบายน้ำออกจริง ๆ โดยหนังสือจากสำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานครได้ชี้แจง แล้วว่าเพียง ๕ เดือน มวลน้ำมหาศาลที่ไหลผ่านตรงนั้น ส่วนการปล่อยลงตามแม่น้ำลำคลอง ในข้อ ๔ ที่ถามมาถ้าผมเข้าใจไม่ผิดคือพยายามจะสื่อสารว่าสำนักการระบายน้ำปล่อยออก ตามคลองต่าง ๆ และจะเข้าในวังหอย วังกุ้ง พี่น้องประชาชนได้อย่างไร ซึ่งอันนี้แน่นอนว่า มันล้นคลองท่านประธานครับ มันไปทั้งถนน มันไปทั้งตามบ้านทั้งตามอะไรต่าง ๆ ซึ่งอันนี้ ก็อยากให้รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ แล้วหันหน้าเข้าหากัน แล้วก็ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ซึ่งผม เชื่อว่าท่านรัฐมนตรีนริศมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง แต่ว่า ในกระบวนการต่าง ๆ ของข้าราชการไม่ว่าจะเป็นในกรม ปภ. เอง หรือว่าหน่วยงานต่าง ๆ เองก็ดี ในวันนั้นที่ประชุมก็มีเงื่อนไขมากมายที่จะให้พี่น้องประชาชนมานำเสนอหรือว่ามาหา ข้อมูลประกอบ ซึ่งหลาย ๆ ฝ่ายก็ทำในส่วนตัวเองก็คือกรุงเทพมหานครก็ทำในส่วน กรุงเทพมหานคร ประมงก็ทำในส่วนของประมง แล้วเผอิญพอมาเจอกันที่ ปภ. ปภ. ก็คอยที่ จะลิสต์ (List) รายการว่าอันไหนไม่ถูก อันไหนไม่ถูก อันไหนไม่ถูก จนอย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่า ก็คือมันจะครบเดดไลน์ (Deadline) ครับท่านประธาน คือถ้าเกิดประกาศเกินวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์นี่ ถ้าพูดตรงไปตรงมาเลยคือชาวบ้านไม่ได้สตางค์ ๒๑ กุมภาพันธ์นี้จะครบ ๙๐ วัน ผมก็เลยมีความเร่งด่วนที่อยากจะขอความกรุณาจากท่านรัฐมนตรีได้ช่วยเร่ง พิจารณาแก้ไขในเรื่องนี้ ในคำถามแรกที่ท่านตอบมาผมประทับใจ แล้วก็รับรู้ได้ถึงความ ตั้งใจจริงของทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการว่าต้องการที่อยากแก้ไขปัญหาตรงนี้จริง ๆ แต่ว่า ในคำถามที่ ๒ นี้ก็คืออยากจะสอบถามในเอกสารที่ส่งมาให้ของ ปภ. ทั้ง ๕ ข้อนี้ เป็นรายละเอียดปลีกย่อยทั้งหมด อย่างไรก็ตามอยากให้กรม ปภ. กลับไปพิจารณาใหม่ แล้วก็หาทางออกให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ขอบคุณท่านประธานมากครับ