จิรายุ ห่วงทรัพย์ แสดงความกังวลเกี่ยวกับมาตรา 15 ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการค้ากัญชา และเรียกร้องให้มีการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยในการผลิตและจำหน่าย
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ มาตรา ๑๕ ผมเกิดความกังวลขึ้นมา เนื่องจาก ไปแก้ไขในวรรคสอง จริง ๆ แก้เยอะนะครับ ดูจากการขีดฆ่าแล้วค่อนข้างมาก อย่างนี้ ท่านประธานครับ การขอรับไปอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกระทรวง ซึ่งอันนี้เข้าใจได้ครับ เดี๋ยวท่านจะประกาศทีหลัง แต่พอมาดูบรรทัดสุดท้ายท่านเขียนบอกว่ากฎกระทรวงตามวรรคสองต้องไม่มีผลเป็นการ กีดกันหรือผูกขาดทางการค้า ถ้าเปรียบเทียบกับองค์การอนามัยโลกก็ดี หรือองค์การ การค้าโลก เขาก็จะมีกฎเกณฑ์กันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะดับเบิลยูทีโอ (WTO) เขียนเรื่อง ของการกีดกันทางการค้าไว้โดยเฉพาะธุรกิจซึ่งเกี่ยวข้องกับมวลมนุษยชาติ แต่ที่ผมอยาก จะบอกท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการ ท่านประธานดอกเตอร์ซุปของผมช่วยตอบด้วย นั่นก็คือว่าการที่ท่านไปเขียนเช่นนี้เพื่อนสมาชิกบอกว่าเขียนเช็คเปล่าบ้างล่ะ เขียนโน่นนี่นั่น ก็สุดท้ายแล้วแต่ แต่ในวรรคสุดท้ายกฎกระทรวงตามวรรคสองต้องไม่มีผลกีดกันหรือผูกขาด ทางการค้า หมายความว่าท่านเปิดการค้าแบบเสรี ถ้าเกิดแบบเสรีที่ว่าเป็นธุรกิจอื่น ๆ ผมไม่ได้ติดใจอะไรนะครับ การแข่งขันย่อมเสรีอย่างเป็นธรรม พระราชบัญญัติฮั้วประมูล พระราชบัญญัติในการจัดซื้อจัดจ้างก็เขียนในลักษณะเช่นนี้ไว้ แต่เมื่อมาเป็นกัญชา ซึ่งมันล่อแหลมต่อชีวิตของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมจึงอยากถามประธานซุป ของผมว่าการที่ผู้ประกอบการเขาจะต้องเปิดเสรี ถ้าเป็นธุรกิจกัญชา กัญชง ท่านคุมได้ หรือครับ เมื่อเกิดเสรีเมื่อไร มันก็จะเกิดการแข่งขันทางด้านการค้าแบบปริมาณ คุณภาพ มันจะต่ำนะครับ แข่งกันด้วยปริมาณ แข่งกันด้วยราคา เหมือนที่เขาบอกละครับยาบ้าตอนนี้ เม็ดละไม่ถึง ๑๐ บาท เพราะเขาเวียนเทียนกันขาย เอาของกลางมาขาย เขาว่ากันอย่างนั้น ลักษณะเดียวกันเมื่อเปิดไปดูในพจนานุกรม การกีดกันทางการค้าเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า หมายถึงการที่ผู้ประกอบการธุรกิจกำหนดหรือรักษาระดับการซื้อหรือขายสินค้าหรือบริการ อย่างไม่เป็นธรรมให้กับผู้ประกอบธุรกิจ ท่านประธานกรรมาธิการกัญชาครับ ช่วยตอบ ผมหน่อยเถอะว่าถ้าเอกชนเราไม่กังวลเราเปิดการค้าแบบเสรี ถ้าเกิดท่านไปทำในประเภท สันทนาการหาได้ติดใจไม่ แต่ถ้าเป็นเรื่องของการแพทย์ละครับ ท่านเปิดเสรีในลักษณะเช่นนี้ หน่วยงานของรัฐ สมมุติว่ากรมใดก็แล้วแต่ ผมยกตัวอย่างอย่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีกรมส่งเสริมวิชาการเกษตรอะไรพวกนี้ เขาสามารถควบคุมคุณภาพจนเป็นที่ไว้วางใจ กับพี่น้องประชาชน แต่กลับต้องไปโดนการค้าแบบเสรี บางอย่างมันก็ดีนะครับเสรี แต่บางอย่างมันก็ไม่ดี ผมจึงถามผ่านท่านประธานผ่านไปยังประธานกรรมาธิการบังซุป ของผมว่า ตกลงแล้วถ้าเกิดฝ่ายของรัฐทำคุณภาพได้ดีกว่าเพื่อทางการแพทย์ แล้วสุดท้าย ไปโดนเอกชนก็ดีซึ่งอาจจะเป็นกัญชาสวมเหมือนไม้ที่มีการสวมเข้ามาบ้าง เหมือนวัว หรือสัตว์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศสวมกันเข้ามา ท่านมั่นอกมั่นใจได้อย่างไรว่าท่านจะ สามารถควบคุมผลของมันหรือว่าคุณภาพของมันได้ โดยสรุปท่านประธานครับ ผมเห็นว่า วรรคท้ายนี้ไม่ควรมี จริง ๆ แล้วบางอย่างอะไรที่เป็นหน่วยงานของรัฐ กระทรวงสาธารณสุข ของพี่หนู อนุทิน ชาญวีรกูล ถ้าเกิดเขาสามารถควบคุมได้แล้วตั้งโรงงานผลิตกัญชาเพื่อ ทางการแพทย์ เอาล่ะเราบอกว่ามันไม่ใช่การกีดกัน แต่มันเป็นเพื่อการแพทย์ หมายความว่า เอกชนที่มาผลิตต่าง ๆ ก็ไม่สามารถที่จะแข่งขันกับองค์กรธุรกิจของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับทาง การแพทย์ได้ แต่พอเมื่อท่านเขียนปลายเปิดเช่นนี้ผมว่าอันตรายยิ่ง จริง ๆ แล้วท่าน ไปอยู่ในวรรคสอง เช่นท่านจะเขียนประกาศรายละเอียดแบบนั้นแบบนี้ ข้อบังคับที่จะ กำหนดไว้ในกฎกระทรวงท่านก็สามารถทำได้ แต่พอไปเจอบรรทัดสุดท้ายท่านประธาน ลองอ่านดูสิครับ จบข่าวเลยนะ อีกหน่อยกัญชาก็จะมาจากแหล่งไหนก็ไม่รู้ เพราะเขาค้าขาย กันอย่างเสรี แต่เวลาเราซื้อยาหรือเราไปหาผลิตภัณฑ์ที่มันมีการรับรองเรามั่นใจหน่วยงาน ของรัฐมากกว่าครับ เราจึงมีองค์การอาหารและยาหรือว่า อย. เราจึงมี มอก. สำหรับ ผลิตภัณฑ์มาตรฐานอุตสาหกรรม ผมจึงฝากท่านประธานกรรมาธิการท่านช่วยอธิบายหน่อย ว่าท่านเขียนวรรคนี้มาทำไม แล้วมันเป็นประโยชน์แบบไหน จะเอาแค่เม็ดเงินหรือครับ คุณภาพของกัญชาที่จะต้องแปรรูปไปเป็นสารทางการแพทย์ท่านไม่สามารถทำได้ อันนี้ผม ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขในมาตรา ๑๕ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ