สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖

จิราพร สินธุไพร หารือเรื่องการกระทำของเยาวชนคนหนุ่มสาวที่ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อการเมืองไทย โดยเฉพาะกรณีการอดอาหารประท้วงของนางสาวทานตะวัน และนางสาวอรวรรณ ภู่พงษ์ และเรียกร้องให้รัฐบาลและผู้มีอำนาจใช้หัวใจรับฟังข้อเรียกร้องของเยาวชนคนหนุ่มสาว และคืนสิทธิการประกันตัวให้กับพวกเขา

นางสาวจิราพร สินธุไพร ร้อยเอ็ด

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน จิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพคะ ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ ประเทศไทยยังมีการต่อสู้ ระหว่างฝ่ายเสรีประชาธิปไตยกับฝ่ายเผด็จการจนเกิดเหตุการณ์สำคัญที่ต้องจารึกไว้ใน ประวัติศาสตร์อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ พฤษภาคมทมิฬ การต่อสู้ของพี่น้องคนเสื้อแดง หรือแม้กระทั่งการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ของคนหนุ่มสาวในปัจจุบัน ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่าผ่านมากว่า ๙๐ ปีประเทศไทยยังไม่เป็น ประชาธิปไตยเต็มใบ กรณีการอดอาหารประท้วงของ นางสาวทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือคุณตะวัน และนางสาวอรวรรณ ภู่พงษ์ หรือคุณแบม เพื่อเรียกร้องสิทธิการประกันตัว ผู้ต้องหาและการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมของประเทศที่เกิดขึ้น เป็นอีกครั้งที่เกิดจาก ผลพวงการที่ประเทศไม่เป็นประชาธิปไตย ถ้าสังคมดีประเทศนี้มีพื้นที่สำหรับการแสดงออก ทางความคิดสำหรับคนทุกเพศทุกวัยก็จะไม่เกิดเหตุการณ์ที่แสดงถึงความคับแค้นของ ประเทศของประชาชนขนาดนี้ ท่านประธานที่เคารพคะ ถึงแม้ดิฉันจะกังวลและห่วงใย อย่างมากต่อแนวทางการต่อสู้ของน้องทั้งสอง แต่ดิฉันเคารพในการตัดสินใจ และขอใช้หัวใจ คารวะต่อความเด็ดเดี่ยวของคุณตะวันและคุณแบม อย่างไรก็ดีดิฉันไม่อยากให้ทั้งสองท่านนี้ ต้องถูกจารึกในประวัติศาสตร์ไทยว่าเป็น ๑ ในวีรชนที่ได้สละชีวิตต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ตามหลักการการปกครองระบอบประชาธิปไตย สิ่งที่เยาวชนคนหนุ่มสาวเรียกร้องมี ๓ ข้อซึ่งมีความเป็นพลวัตตามยุคสมัยตามสถานการณ์ ประเทศ แล้วก็สถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป แม้บางข้อยากจะสำเร็จได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ดิฉันเชื่อว่าหากรัฐบาลและผู้มีอำนาจใช้หัวใจรับฟังข้อเรียกร้องเหล่านั้นท่านจะเข้าใจถึง ความอึดอัดคับแค้นใจอย่างยิ่งของพวกเขาจนต้องสะท้อนออกมาผ่านการต่อสู้ในรูปแบบ ต่าง ๆ กระทั่งยอมใช้ชีวิตตัวเองเพื่อให้เสียงของพวกเขาดังไปถึงรัฐบาลและผู้มีอำนาจ และถึงแม้ว่าท่านจะไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องเหล่านั้น แต่อย่างน้อยมีสิ่งหนึ่งที่เราทุกคน ต้องเห็นตรงกันคือสิทธิการประกันตัว ซึ่งเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน อย่าให้สิทธิดังกล่าว กลายเป็นสิทธิที่ถูกยกเว้นสำหรับผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีทางการเมือง รวมถึงผู้ที่ออกมา เรียกร้องให้มีการแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา ๑๑๒ และมาตรา ๑๑๖ นักเคลื่อนไหว ทางการเมือง นักโทษทางความคิด พวกเขาไม่ใช่อาชญากร ไม่ควรต้องนอนอยู่ในคุก เยาวชน คนหนุ่มสาวคือลูกหลาน คือพลังแห่งอนาคตของประเทศ แค่เห็นต่างทางการเมืองไม่ใช่ศัตรู ไม่ได้เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ ขอให้ผู้มีอำนาจได้คืนสิทธิการประกันตัว คืนอิสรภาพให้กับพวกเขาให้พื้นที่ปลอดภัย ให้พวกเขาได้มีโอกาสพูดคุยแสดงออกทาง ความคิด มีพื้นที่ให้พวกเขาทุกคนได้ร่วมกันสร้างประเทศนี้ไปด้วยกัน ท่านประธานที่เคารพคะ ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามที่จะชูนโยบายที่ดูทันสมัย ดูก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็นนโยบายเศรษฐกิจ ดิจิทัล (Digital) นโยบายซอฟต์เพาเวอร์ (Soft power) นโยบายต่าง ๆ แต่นโยบายเหล่านั้น ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ เพราะว่ารัฐบาลใช้วิธีล้าหลังในการจัดการคนหนุ่มสาว นโยบายเหล่านั้น ล้วนต้องอาศัยพลังความสร้างสรรค์ของคนหนุ่มสาวในการขับเคลื่อน ในเมื่อลูกหลานเยาวชน คนหนุ่มสาว อนาคตของประเทศถูกกดทับทางความคิด วันนี้พวกเขายังต้องนอนอยู่ในคุก แล้วพวกเขาจะกล้ามีความฝัน กล้าแสดงออก กล้าที่จะมีความคิดสร้างสรรค์เพื่อช่วยกัน ขับเคลื่อนประเทศได้อย่างไร แล้วก็ไม่รู้ว่าในอนาคตต้องมีอีกกี่ชีวิตที่ต้องเดินเข้าคุก เพียงเพราะเห็นต่างทางการเมือง ท่านประธานที่เคารพคะ เยาวชนคนหนุ่มสาวพวกเขาเป็น ทั้งปัจจุบัน แล้วก็อนาคตของประเทศ กรณีการอารยะขัดขืนของคุณแบมและคุณตะวัน คือตัวอย่างความคับแค้นใจของคนหนุ่มสาวในปัจจุบัน และแสดงถึงสถานการณ์ ประชาธิปไตยของประเทศที่อยู่ในภาวะวิกฤติ ชีวิตของทั้ง ๒ ท่านกำลังนับถอยหลังอยู่ทุกขณะ ผู้มีอำนาจสามารถลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นโดยคืนสิทธิการประกันตัวซึ่งเป็นสิทธิตาม รัฐธรรมนูญให้คุณแบมและคุณตะวัน และเพื่อนร่วมอุดมการณ์อีก ๑๕ คนทันที อย่าสุมไฟ ให้แรงขึ้น อย่าให้ประชาชนต้องเสื่อมศรัทธาต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศ และที่ สำคัญอย่าเพิกเฉยให้อนาคตของประเทศถูกทำลาย เพียงเพื่ออนาคตทางการเมืองของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาล ขอบคุณค่ะ