องอาจ คล้ามไพบูลย์ หารือประเด็นการอดอาหารประท้วงของนักศึกษา โดยสนับสนุนข้อเสนอญัตติร่วมฝ่ายค้านและเน้นย้ำความสำคัญของการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม รวมถึงการประกันตัวโดยไม่มีเงื่อนไขและการเคารพสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย พร้อมทั้งชี้ว่ามาตรา ๑๑๒ ถูกใช้มาหลายรัฐบาล และเสนอให้ภาครัฐส่งสัญญาณรับฟัง โดยย้ำว่าการอดอาหารครั้งนี้ไม่ควรนำมาเป็นเงื่อนไขทางการเมือง
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ วันนี้กระผมและพรรคประชาธิปัตย์ เห็นด้วยกับการเสนอญัตติของท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และท่านหัวหน้าพรรค ก้าวไกล ในเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศชาติบ้านเมืองของเราคือการอดอาหารประท้วง ของนักศึกษา ๒ คน คือนางสาวทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน และ นางสาวอรวรรณ ภู่พงษ์ หรือแบม เมื่อวานนี้ในที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ ผมนั่งเป็นประธานในการประชุม ในฐานะเป็นประธาน ส.ส. เราได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณากันในที่ประชุม และใน ที่ประชุมก็เห็นด้วยในกรณีที่ถ้าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะเสนอญัตตินี้ด้วยวาจาต่อที่ประชุม สาเหตุที่เราเห็นด้วยนั้นมีหลายประการครับ แต่ประการที่สำคัญที่สุดก็คือไม่ว่าการตัดสินใจ ของคุณตะวันและคุณแบม หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าน้องตะวันและน้องแบม ตามข้อเรียกร้อง ๓ ข้อที่พวกเราทราบกันดี หลัก ๆ ข้อแรก ก็คือเรื่องการปฏิรูปกระบวนการ ยุติธรรม ข้อ ๒ ก็คือเรื่องการยุติคดีการเมืองกับประชาชน หรือให้สิทธิการประกันตน โดยไม่มีเงื่อนไข โดยเฉพาะที่ไม่มีหลักฐานว่าจะไปยุ่งเหยิงกับคดี หรือการประกันตนที่ เกินกว่าความเหมาะสม เงื่อนไขที่เกินกว่าความเหมาะสม รวมทั้งข้อที่ ๓ ก็คือเรื่องของ มาตรา ๑๑๒ ท่านประธานครับ เราไม่ได้พิจารณาเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่กระผมเห็นว่า ตั้งแต่ข้อเรียกร้องจนกระทั่งถึงวิธีการของการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายตามข้อเรียกร้อง ด้วยการอดอาหารและน้ำเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายนั้น ผมคิดว่าทุกฝ่ายหลังจากที่รับทราบ เรื่องนี้ในสังคมไทยเราก็มีทั้งคนเห็นด้วยกับข้อเรียกร้อง มีทั้งคนไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้อง มีทั้งคนเห็นด้วยกับวิธีการที่จะนำไปสู่บรรลุเป้าหมายตามข้อเรียกร้อง รวมทั้งไม่เห็นด้วย แต่ผมคิดว่าไม่ว่าคนในสังคมนี้จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยในกรณีการอดอาหารประท้วงของ น้องแบมและน้องตะวันก็ตาม ผมคิดว่าเราจะต้องเคารพในสิทธิและเสรีภาพและการตัดสินใจ ตามอุดมการณ์ความเชื่อความคิดที่เขาคิดว่านี่คือหนทางและวิธีการที่จะก่อให้เกิด การเปลี่ยนแปลงตามข้อเรียกร้องที่เขาต้องการ อย่างน้อยที่สุดผมคิดว่าเราต้องเคารพสิทธิ และเสรีภาพของน้องทั้ง ๒ คน เพราะฉะนั้นเมื่อเรามาพิจารณาข้อเรียกร้องนี้แล้ว เรามา พิจารณาการดำเนินการของน้องทั้ง ๒ คนแล้วเราจะเห็นได้ชัดเจนว่ามีอยู่ ๓ ประเด็นที่ผม อยากจะฝากไว้ให้ที่ประชุมนี้
ประเด็นแรก ก็คือการอดอาหารและน้ำเพื่อให้บรรลุข้อเรียกร้องนั้น ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครในสังคมนี้อยากเห็นน้องทั้ง ๒ คนต้องเสียชีวิตจากการอดอาหารและน้ำ เพื่อให้บรรลุเงื่อนไข ขณะเดียวกันและผมเชื่อว่าผู้คนในสังคมนี้ก็ช่วยกันคิดค้นวิธีการ ช่วยกัน คิดค้นหาทางออกอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดการเสียชีวิต เพราะชีวิตของใครก็ตาม ไม่ว่าเขาจะมี ความคิดทางการเมือง มีอุดมการณ์อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าเป็นความคิดที่เราต้องเคารพ เป็นการกระทำที่เราต้องเคารพ เพราะฉะนั้นผมจึงมั่นใจว่าในขณะนี้หลาย ๆ ฝ่ายกำลัง ดำเนินการทุกวิถีทางที่จะทำให้ไม่เกิดการเสียชีวิตขึ้น อย่างน้อยที่สุดจะเห็นได้ชัดเจนว่า การเคลื่อนย้ายน้องทั้ง ๒ คนจากโรงพยาบาลในเรือนจำมาอยู่ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติก็เป็นวิธีการหนึ่ง แล้วผมเชื่อว่าในทางการแพทย์ก็มีอีกหลาย ๆ วิธีการ ที่จะต้องดำเนินการเพื่อไม่ให้ต้องสูญเสียชีวิตของน้องทั้ง ๒ คนในครั้งนี้ และทุกอย่าง ก็เป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้อง ทุกอย่างก็เป็นไปตามกระบวนการที่เหมาะสม เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าตรงนี้ไม่น่ามีปัญหา
ประการที่ ๒ ผมคิดว่าการดำเนินการตามข้อเรียกร้องนั้นสามารถดำเนินการ ได้ครับ ในหลายเรื่องหลายประการ ผมอยากจะชี้ให้เห็นได้ง่ายว่า วันนี้รัฐบาลควรที่จะส่ง สัญญาณให้สังคมเห็นว่ารัฐบาลนั้นรับฟังแล้วพร้อมปฏิบัติตามข้อเรียกร้องในบางเรื่อง ที่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ หรือแม้แต่เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานใดก็ตาม ผมคิดว่าหน่วยงานนั้น ๆ สามารถที่จะพิจารณาได้ตามสมควร หรือแม้แต่ข้อเรียกร้อง ซึ่งการดำเนินการต่าง ๆ เกี่ยวกับมาตรา ๑๑๒ โดยเฉพาะการดำเนินคดีในมาตรา ๑๑๒ ผมเห็นว่ารัฐบาลเองก็ดี หรือผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ก็ดี สามารถดำเนินการที่จะทำให้ปัญหา ที่หนักเป็นเบาได้ ผมคิดว่ามาตรา ๑๑๒ นั้นไม่ใช่เป็นมาตราที่เพิ่งใช้ในปัจจุบัน ในยุครัฐบาล ของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เป็นนายกรัฐมนตรี มาตรานี้ได้ถูกใช้มาหลาย ๆ รัฐบาล ที่ผ่านมา ผมอยากจะเรียนว่าในยุครัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งผมมีโอกาส นั่งอยู่ในคณะรัฐมนตรีด้วยนั้น ในช่วงนั้นก็เป็นช่วงเวลาของการขับเคี่ยวกันอย่างหนักระหว่าง สีต่าง ๆ ปรากฏว่าก็มีการใช้มาตรา ๑๑๒ ดำเนินคดีกับบุคคลต่าง ๆ อยู่พอสมควร แต่การ แก้ไขปัญหาในขณะนั้นก็คือมีการตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษากับการบังคับใช้กฎหมาย ตามมาตรา ๑๑๒ ขึ้นมา ทำให้สถานการณ์ก็คลี่คลายไปพอสมควร เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผม อยากจะฝากไว้ในวันนี้ก็คือว่า นอกเหนือจากประการแรกคือการหาทุกวิถีทางในการ ดำเนินการเพื่อไม่ให้น้องทั้ง ๒ คน คือน้องแบม และน้องตะวัน ต้องเสียชีวิต นั่นเป็นประการแรก ซึ่งผมเชื่อว่าทุกฝ่ายกำลังดำเนินการ ประการที่ ๒ ผมคิดว่าการพิจารณาข้อเรียกร้องของ ผู้อดอาหารและน้ำในครั้งนี้ ฝ่ายภาครัฐจะต้องดำเนินการส่งสัญญาณให้เห็นเป็นรูปธรรม ระดับหนึ่ง เพราะต้องยอมรับความจริงว่าในข้อเรียกร้องของน้องครั้งนี้ก็เป็นความจริง ที่สังคมก็ประจักษ์ระดับหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องของการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องที่ สังคมประจักษ์เห็นอยู่แล้ว นั่นเป็นข้อที่ ๒ ข้อที่ ๓ สิ่งที่ผมอยากจะฝากเรียกร้องไว้ว่าวันนี้ หลายท่านพูดบอกว่าไม่อยากให้การอดอาหารครั้งนี้นำไปสู่การขยายผลเป็นเรื่องราว ต่าง ๆ มากมายในทางการเมือง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้ในข้อที่ ๓ ก็คือว่า การอดอาหารของน้องตะวันและน้องแบมครั้งนี้ไม่ควรมีใครก็ตามนำเรื่องการอดอาหาร ของน้องทั้ง ๒ คนมาเป็นเงื่อนไขทางการเมือง เพื่อประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่ง แล้วผม เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน