รงค์ ตั้งข้อสังเกต พ.ร.บ. นราธิวาสราชนครินทร์ หวั่นโอนทรัพย์สินรัฐแสนล้าน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๙ มกราคม ๒๕๖๖

รงค์ บุญสวยขวัญ ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ โดยมีความกังวลต่อการโอนทรัพย์สินของรัฐมูลค่าสูงโดยไม่มีกลไกกำกับที่ชัดเจน พร้อมตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการได้รับงบประมาณซ้อนจากหลายหน่วยงาน และเสนอให้จัดตั้งสภาที่ปรึกษาที่มีตัวแทนจากทุกภาคส่วน รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้นำศาสนา เพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาลและการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ นครศรีธรรมราช

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครศรีธรรมราช จากพรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. .... ในระยะเวลาที่กำหนด อาจจะเกินนิดหน่อยต้องขออนุญาตท่านประธานไว้ โดยตั้งข้อสังเกตไว้ในวาระรับหลักการ วาระหนึ่ง เพื่อที่จะส่งต่อไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญในวาระสอง สัก ๔ ประเด็นครับ

ประเด็นที่ ๑ การเอามหาวิทยาลัยของราชการไปสู่ในมหาวิทยาลัยในกำกับ ของรัฐ พูดภาษาง่าย ๆ ก็คือว่าเรากำลังยกเอาทรัพย์สินของแผ่นดินที่นราธิวาสราชนครินทร์ ประมาณแสนล้านไปให้กับสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี หรือคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย บริหาร การกำกับที่ว่านี้ไม่ได้มอบไปให้แบบให้อำนาจไปทำอีลุ่ยฉุยแฉก โทษทีนะครับ อาจจะหยาบ แต่พูดให้ตรงไปตรงมาให้ท่านไม่ใช่ใช้อำนาจเกินล้น สภามหาวิทยาลัย กับอธิการบดีจะต้องคิดอยู่เสมอว่าเรากำลังรับผิดชอบทรัพย์สินของแผ่นดินนี้ประมาณ แสนล้าน ผมตีตัวเลขกลม ๆ ให้ท่านไปบริหารแทนรัฐ ท่านจะต้องมีความคิดในเชิง ธรรมาภิบาล ท่านจะต้องคิดในเชิงการทำงานเพื่อประเทศชาติให้มาก อันนี้ตั้งข้อสังเกตไว้

ประเด็นที่ ๒ พอมาดู เรื่องคอร์ ฟังก์ชัน (Core function) ในมาตรา ๑๕ ของมหาวิทยาลัย ถ้าผมเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มหาวิทยาลัย นราธิวาสราชนครินทร์ทำหน้าที่ในการผลิตบัณฑิต วิจัย บริการชุมชน สิ่งเหล่านี้ ในมาตรา ๑๕ ค่อนข้างครอบคลุม แต่ตั้งข้อสังเกตไว้ว่ามีการผลิตบัณฑิตในระดับปริญญา การร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อาจจะก็อปปี (Copy) หรือจะลอกมาจากร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยในกำกับอื่น ๆ ที่เขียนว่าปริญญา แต่ผมคิดว่าถ้าปริญญาอย่างเดียวจะมี ความหมายไหมครับ สมมุติว่าถ้าผมบอกว่าเราจะผลิตปริญญาโท ปริญญาเอก ปริญญาไหม หรือจะเขียนว่าสูงกว่าปริญญาตรี นั่นประการต่อมา อีกประการหนึ่ง ถ้าผมบอกว่า มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ถ้าผมเป็นอาจารย์บอกว่าการวิจัยในมาตรา ๑๕ วิจัยของ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์เขียนบอกว่าศึกษา วิจัย และพัฒนาการมีส่วนร่วมกับชุมชน แสดงว่าต่อไปนี้บุคลากรของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ไม่สามารถจะทำวิจัยชั้นสูง ไม่สามารถที่จะทำ ความเป็นเลิศ หรือเป็นเพียว รีเสิร์ช (Pure Research) ใช่ไหม อันนี้ผมคิดว่า คอร์ ฟังก์ชัน (Core function) หรือภารกิจสำคัญในประเด็นที่ว่าด้วยการวิจัยนี่ตั้งเป็นประเด็นไว้ ตั้งข้อสังเกต

ประเด็นที่ ๓ เวลาพูดถึงการบริหารมหาวิทยาลัยในกำกับเราจะได้ยินคำว่า การประเมิน ๓๖๐ กี่ร้อยองศาก็แล้วแต่ คือการประเมินแบบรอบทิศ การประเมิน มหาวิทยาลัย การประเมินอธิการบดี การประเมินจากคณะกรรมการติดตามและประเมินผล ซึ่งแต่งตั้งจากสภามหาวิทยาลัย ตรงนี้ต้องคิดให้ดีว่าระยะเวลาที่ประเมินกับระยะเวลาของ คณะกรรมการที่เข้าสู่ตำแหน่งระวังให้ดี มันจะสอดรับกันไหม บางเรื่องบางราวมันจะทำให้ คณะกรรมการกับภารกิจที่ทำผลัดกันเกาหลัง ระหว่างตัวผู้บริหาร ตัวอธิการบดีกับ คณะกรรมการต่าง ๆ หรือสภามหาวิทยาลัยกับอธิการบดีที่วาระการดำรงตำแหน่งก็มักจะ เหลื่อมผลัดกันเกาหลังกันอยู่แล้ว ตรงนี้อาจจะเป็นการฮั้วแล้วนำไปสู่ที่บอกว่าเรากำลัง ยกทรัพย์สินแผ่นดินเป็นแสนล้านให้ไปทำอีลุ่ยฉุยแฉกไม่ได้นะครับ นั่นประการต่อมานะครับ

ประเด็นต่อมา เรื่องรายได้ ในมาตรา ๑๖ ท่านประธานที่เคารพและ ท่านสมาชิกครับ มหาวิทยาลัยแห่งนี้เขียนก้าวหน้ามากครับรายได้ ว่ารายได้อย่างไร ผมไม่พูดในภารกิจรายจ่ายซึ่งกรรมาธิการวิสามัญและขั้นแปรญัตติก็จะต้องไปพูดกันก็คือว่า รายได้ใน (๓) บอกว่าได้รับเงินอุดหนุนจากศูนย์บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประเด็นของผมก็คือว่าต่อไปนี้มหาวิทยาลัยนราธิวาส ราชนครินทร์นอกเหนือจากมาของบประมาณจากที่สภาอิสระ แต่อิสระต้องมาขอ งบประมาณจากที่นี่ อิสระแต่มาของบประมาณจากที่นี่ เอางบประมาณจากที่นี่ไปทำเป็น บล็อกแกรนต์ (Block grant) เอาไปทำบริหารแบบไม่ต้องไปดูปฏิทินรายจ่ายประจำปี สบาย ๆ แต่มีสิทธิได้ไปของบประมาณจาก ศอ.บต. ซึ่งเป็นองค์กรการบริหารราชการพื้นที่ พิเศษอีก อันนี้แสดงว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ขอเงินองค์กรรัฐได้ ๒ ทาง จากโดยตรงมาที่ สภาแห่งนี้ แล้วก็ไปแทรกอยู่ใน ศอ.บต. ซึ่งก็น่าสนใจถ้าเราจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย นี่ผมตั้งข้อสังเกตไว้ ขออีกนิดเดียวครับท่านประธานครับ เป็นประเด็นสุดท้าย

โครงสร้างความสัมพันธ์ทางอำนาจ ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้มีสถานะพิเศษก็คือ มีสภาที่ปรึกษา สภาที่ปรึกษาของมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ในบทหลักการและ เหตุผลเราจะพูดคำว่าชายแดนใต้ ในบทหลักการและเหตุผล เวลาพูดชายแดนใต้ เราจะหมายรวมถึงอย่างน้อยที่สุด ๓ จังหวัด ๑. นราธิวาส ๒. ปัตตานี ๓. ยะลา แต่ในสภาที่ปรึกษา ให้โควตา (Quota) เฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส คำถามของผม คือชายแดนใต้อีก ๒ จังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดจะว่าอย่างไร อันนี้อาจจะไปออกเป็น ข้อบังคับหรือระเบียบที่จะออกจากสภาต่อไปก็ค่อยว่ากัน แต่ที่สำคัญตั้งข้อสังเกตคือ มี ๑ ผู้ว่าราชการจังหวัด ประการสุดท้ายสำหรับประธานที่ปรึกษาก็คือว่า ๓ จังหวัดชายแดนใต้ เป็นพื้นที่พิเศษครับ คณะกรรมการที่ปรึกษาของมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ความคิดเห็นของผมควรจะมีผู้นำทางศาสนา ๒ ศาสนาเป็นอย่างน้อยครับ คืออิสลามซึ่งเป็น คนส่วนใหญ่ และศาสนาพุทธ สภาที่ปรึกษาไม่มี มีหอการค้า มีประชาสังคม หรือมีคนที่ทำ ประโยชน์อื่น ๆ ถ้าเขาไม่ทำประโยชน์อื่น ๆ ก็จะไม่ได้สิทธิตรงนั้น ประเด็นของผมก็คือเราจะ อิกนอร์ (Ignore) เราจะมองข้าม เราจะเมินเฉยต่อผู้นำทางศาสนาหรือไม่ สิ่งตรงนี้ทั้งหมด ท่านประธานครับ ขออนุญาตจบลงที่ว่าการจัดตั้งองค์กรของรัฐไปเป็นองค์กรในกำกับ ไม่ได้ให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ไม่ได้ให้ทรัพย์สินที่นี่ซึ่งเป็นของรัฐไปทำอีลุ่ยฉุยแฉกโดยการ บริหารที่ไม่มีธรรมาภิบาล ความสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างคณะวิชาไปถึงรองอธิการ ไปถึง อธิการ ไปถึง อว. ควรจะวางหลักเกณฑ์ความสัมพันธ์ทางอำนาจ แล้วไม่ให้มีการผลัดกัน เกาหลัง ไม่ให้มีการใช้อำนาจแบบเกินล้น แล้วไม่ใช่ให้ใช้อำนาจแบบแสดงวิสัยทัศน์ อย่างเต็มที่ เสร็จแล้วมาขอสตางค์ที่นี่ ทั้ง ๆ ที่ประสิทธิภาพในการบริหารของอธิการบดี กับรองอธิการบดีผ่านการเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัยแบบทำปู้ยี่ปู้ยำ อย่างนั้นสภาแห่งนี้ ไม่ปรารถนานะครับ ผมจึงขออำนวยอวยพรและขอรับหลักการให้มหาวิทยาลัยนราธิวาส ราชนครินทร์ได้ไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับและเป็นมหาวิทยาลัยที่พึ่งหวังได้ทั้งคนใน ท้องถิ่นและภูมิภาคในอาเซียนทางอัปเปอร์มาเลเซีย (Upper Malaysia) แล้วเซาท์ ไทยแลนด์ (South Thailand) ขอบคุณครับท่านประธานครับ