สุรวาท สนับสนุนยกสถานะม.ในกำกับ ชี้เพิ่มอิสระแต่ห่วงธรรมาภิบาล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๙ มกราคม ๒๕๖๖

สุรวาท ทองบุ หารือร่างพระราชบัญญัติยกฐานะมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ โดยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับองค์ประกอบสภามหาวิทยาลัยที่มีผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกมากเกินไป อาจส่งผลต่อการตัดสินใจที่ขาดความเป็นธรรมและเกิดปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา

รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ และท่านผู้ชี้แจง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่เคารพ อย่างสูง ผมเอง สุรวาท ทองบุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โดยส่วนตัวก็ขอแสดงความยินดีแล้วก็เห็นด้วยที่มีพระราชบัญญัตินี้เข้ามา แล้วก็เป็นการ ยกฐานะหรือยกสถานะของมหาวิทยาลัยจากการเป็นมหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการ เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ซึ่งเราเชื่อว่าอาจจะทำให้การบริหารมีความคล่องตัวและมี อิสระ และนำไปสู่ความก้าวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งมหาวิทยาลัยแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ ชายแดนภาคใต้ ๓ จังหวัด ซึ่งผมทราบจากเพื่อนสมาชิกในแถบนั้นว่าในบริเวณนั้น มีทรัพยากรทุกอย่างนะครับ แต่มีหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพการศึกษา หรือว่ารายได้ สภาพหนี้สินอะไรทั้งหลายเป็นปัญหาอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ อย่างไรก็ตามผมกราบเรียนว่า พระราชบัญญัตินี้แล้วก็จะพบว่ายังไม่พบความแตกต่างโดดเด่นในฐานะที่เป็นร่างที่ขึ้นมาใหม่ ภายใต้สถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนไป ทั้งวิทยาการการเรียนรู้ เทคโนโลยีในการเรียนรู้ มันเปลี่ยนไป แล้วบทบาทท่าทีของมหาวิทยาลัย การจัดการเรียนการสอนจะเปลี่ยนไป อย่างไร แต่ผมเชื่อว่าสามารถที่จะพิจารณาได้ในชั้นกรรมาธิการ ผมมีประเด็นจากที่ดูเร็ว ๆ ที่ อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการที่เสนอร่างนี้เข้ามา ในเรื่องของ หมวด ๒ การดำเนินการ การดำเนินการนี้ในมาตรา ๒๑ ให้มีสภามหาวิทยาลัย ประกอบ ไปด้วย นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน ๑๔ คน อธิการบดี ประธานสภาคณาจารย์และพนักงาน และประธานสภาที่ปรึกษามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวน ๓ คน จากผู้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี ๑ คน คณบดี ๑ คน ผู้อำนวยการ ๒ คน และกรรมการอีก ๓ คน จากการเลือกของคณาจารย์ประจำ ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการทราบดีว่าปัจจุบันนี้มีปัญหาอย่างมาก ในเรื่องของธรรมาภิบาลในมหาวิทยาลัย และมีปัญหาฟ้องร้อง มีคดีความฟ้องร้องกันมาก ระหว่างบุคลากร คณาจารย์ในมหาวิทยาลัยกับสภามหาวิทยาลัยจำนวนมากนะครับ ผมมีข้อสังเกตจากประสบการณ์ที่มาจากมหาวิทยาลัย เราจะพบว่าในสภามหาวิทยาลัย มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ท่านรัฐมนตรีว่าการครับ พวกผมอยู่ในมหาวิทยาลัยในภูมิภาค มหาวิทยาลัยที่ยังได้รับการสนับสนุนอะไรต่าง ๆ เรื่องความพร้อม เรื่องศักยภาพไม่มาก แล้วก็พยายามที่จะพัฒนาอย่างเต็มที่ แต่อย่างไรก็ตามคนที่อยู่ในมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็น คณาจารย์หรือผู้บริหารในมหาวิทยาลัยมีสัดส่วนการเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย ประมาณครึ่งหนึ่ง นอกนั้นก็จะเป็นบุคคลภายนอกอาจจะมากกว่านิด ๆ แล้วก็เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิ จึงเกิดว่าที่มาของผู้ทรงคุณวุฒิเกิดวลีที่เราได้ฟังกันบ่อย ๆ ว่า เป็นสภาเกาหลัง จะเกิดปัญหามากในเรื่องของการแต่งตั้งผู้บริหาร ตั้งแต่อธิการบดี คณบดี หรือผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ เกิดจากการที่ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นส่วนใหญ่ว่าผู้ทรงคุณวุฒิ ใครเอามา ใครพามา แล้วผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกซึ่งจริง ๆ แล้วส่วนตัวผมเห็นว่าเราพอกัน หรือยัง น่าจะพอกันเสียทีว่าการให้ผู้ทรงคุณวุฒิที่ไม่รับรู้ ที่ไม่เข้าใจ ที่ไม่มีข้อมูลที่เพียงพอ เป็นบุคคลภายนอก บางท่านไม่เคยไปไหนเลย มีอย่างเดียวคือเดินทางด้วยเครื่องบิน ไปรับ เครื่องบินเข้าสนามบิน ออกจากสนามบินไปโต๊ะอาหารคือทานอาหาร กลับสนามบิน แล้วกลับไป แล้วก็ไปลงมติในเรื่องสำคัญ ๆ บางครั้งก็ไม่ไปประชุม ในขณะที่คนที่รับผิด รับชอบคุณภาพของการศึกษาเป็นอย่างไร นักศึกษาตกงานไม่เป็นไปตามที่พึงประสงค์ บัณฑิตจบออกมาตกงานกลายเป็นคนที่อยู่ในนั้น แต่กลายเป็นว่าสัดส่วนเขาน้อย แล้วก็ มีส่วนในการที่จะตัดสินใจอะไรน้อยกว่า แล้วผู้ทรงคุณวุฒิเหล่านี้ก็อย่างที่ว่าไปจากส่วนกลาง เป็นส่วนใหญ่ หรือต่างภูมิภาคกัน เวลาจะโหวตเขาบอกว่าจะใช้วิธีไหนก็ใช้วิธีพลายกระซิบ ถ้าสนิทสนมกับใครคนที่มากระซิบลำเอียงหรือเข้าข้างอะไรนี่ก็จะทำให้การตัดสินใจอะไร ทั้งหลาย ในขณะที่ร่างพระราชบัญญัตินี้ผมเห็นข้อหนึ่งที่แปลกแตกต่างแล้วก็น่าสนใจ คือมีสภาที่ปรึกษา ผมคิดว่าสภามหาวิทยาลัยให้เขาเถอะ ให้คนที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ส่วนรับผิดชอบ ผิด ถูก ชั่ว ดีอะไรทั้งหลาย สำเร็จ ไม่สำเร็จ คือคนภายใน กรรมการ สภามหาวิทยาลัยไม่ควรมีผู้ทรงคุณวุฒิที่มากกว่าหรือเท่ากับคนภายใน แล้วก็ทำให้การ ตัดสินใจอะไรไม่เกิดความที่เที่ยงตรงหรือน่าเชื่อถือได้ ขึ้นอยู่ว่าใครลอบบี (Lobby) ใครรับไปเป็นพวกพะเน้าพะนอดูแลจนครบวาระ เวลาไปบางทีก็ไปพักค้างคืนแล้วต้องได้รับ การดูแล การบริการอะไรต่าง ๆ เอาอกเอาใจ เสร็จแล้วก็แบ่งเป็นพวกเป็นพ้อง แล้วก็เกิด ปัญหาอย่างที่ท่านเห็น ทราบว่ามีหลายพันหรือเป็นหมื่นคดีด้วยซ้ำเรื่องของมีคดีความกับ สภามหาวิทยาลัย อันนี้ก็ขอฝากประเด็นตรงนี้ว่าเราจะร่างพระราชบัญญัตินี้อย่างไร ว่าให้ แก้ไขอย่างไรในชั้นกรรมาธิการ ว่าจะทำให้สภามหาวิทยาลัยเป็นสภาที่มีความเที่ยงธรรม รู้ซึ้งถึงบริบท รู้ซึ้งถึงปัญหาแนวทางการแก้ไข และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจริง รับผิดชอบจริง มีบทบาทหน้าที่ในการตัดสินใจทั้งหลายในสภามหาวิทยาลัย ก็ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปทางท่านรัฐมนตรีและกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นครับ ขอบคุณครับ