เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เสนอร่างพระราชบัญญัติปรับสถานะมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ให้เป็นนิติบุคคลในกำกับของรัฐ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารและการพัฒนาการศึกษาคุณภาพสูงในภาคใต้ชายแดน โดยกำหนดให้มีสภามหาวิทยาลัยเป็นองค์กรบริหารสูงสุด โครงสร้างการบริหารที่ชัดเจน รวมถึงระบบการเงิน การตรวจสอบ และการประกันคุณภาพการศึกษาอย่างรอบด้าน พร้อมทั้งกำกับให้กระทรวงการอุดมศึกษาดูแลเพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาลและสนับสนุนการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน จึงขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณารับหลักการร่างกฎหมายนี้ต่อไป
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. .... โดยมีหลักการ และเหตุผลดังนี้
หลักการ ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
เหตุผล โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการบริหารมหาวิทยาลัยนราธิวาส ราชนครินทร์ ให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการ แต่อยู่ในกำกับของรัฐ เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการที่เป็นอิสระ มีความคล่องตัว มีธรรมาภิบาล สามารถ จัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาอย่างมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ เพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ รวมทั้งสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และการปฏิรูปอุดมศึกษา ตลอดจนให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคใต้ชายแดนของประเทศ จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกทุกท่านครับ ร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. .... มีสาระสำคัญดังต่อไปนี้
๑. มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์มีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็น หน่วยงานในกำกับของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ แผ่นดิน กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และไม่เป็น รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายอื่น โดยรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแล โดยทั่วไปซึ่งกิจการของมหาวิทยาลัยให้เป็นตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย โดยเรื่องที่ มหาวิทยาลัยจะต้องเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีตามพระราชบัญญัตินี้ให้รัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ
๒. กำหนดให้มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์เป็นสถาบันทางวิชาการ ที่ให้ความรู้ความชำนาญในการปฏิบัติเกี่ยวข้องกับวิชาชีพและวิชาชีพชั้นสูง มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างองค์ความรู้ สร้างสังคมพหุวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้และสร้างกระบวนการเรียนรู้ ที่ก่อให้เกิดปัญญา ให้การศึกษาและผลิตบัณฑิต ส่งเสริมการวิจัยและสร้างนวัตกรรม ประยุกต์และพัฒนาวิชาการและวิชาชีพที่เน้นความชำนาญในการปฏิบัติจริงและให้บริการ วิชาการแก่ท้องถิ่นและสังคม ทำนุบำรุงศิลปะ วัฒนธรรม กีฬา เพื่อพัฒนาสังคม พหุวัฒนธรรมให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข มีสันติ มีดุลยภาพ ทั้งมีส่วนในการพัฒนาจังหวัด ภาคใต้ชายแดนอย่างจริงจัง และให้มหาวิทยาลัยมีปณิธานให้บัณฑิตของมหาวิทยาลัยเป็น ผู้รักถิ่นฐาน มีจริยธรรม ภูมิใจในชาติ รอบรู้ทางวิชาการ เชี่ยวชาญวิชาชีพ มีจิตสำนึก ที่รับผิดชอบต่อส่วนรวม เป็นที่พึ่งของผู้อื่นได้ และเป็นแบบอย่างที่ดีงาม
๓. กำหนดให้กิจการของมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ไม่อยู่ภายใต้ บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานและกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ แต่พนักงานมหาวิทยาลัยต้องได้รับการคุ้มครองและประโยชน์ตอบแทนไม่น้อยกว่าที่กำหนด ไว้ในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน
๔. กำหนดให้มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์มีความคล่องตัวในการแบ่ง ส่วนงานออกเป็นสำนักอธิการบดี คณะ สถาบัน และวิทยาลัย หรืออาจจะให้มีหน่วยงาน ที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์เป็นส่วนงานของ มหาวิทยาลัยได้
๕. กำหนดให้รายได้ของมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ไม่เป็นรายได้ ที่ต้องนำส่งคลัง เป็นรายได้แผ่นดินตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง กฎหมายว่าด้วยวินัย การเงินการคลังของรัฐ หรือกฎหมายอื่น รวมทั้งบรรดาอสังหาริมทรัพย์ที่มหาวิทยาลัยได้มา โดยมีผู้อุทิศให้ หรือซื้อด้วยเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย หรือแลกเปลี่ยนกับทรัพย์สินของ มหาวิทยาลัย ไม่ถือเป็นที่ราชพัสดุ ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัย
๖. กำหนดให้มีสภามหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์เป็นองค์กรบริหารสูงสุด ของมหาวิทยาลัย การดำเนินการต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย ทั้งด้านการบริหารงานบุคคล การเงิน และวิชาการ โดยนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย มีวาระดำรง ตำแหน่งคราวละ ๔ ปี และจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้งหรือได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ และมีอธิการบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดและรับผิดชอบการบริหารงานของ มหาวิทยาลัย และจะให้มีรองอธิการบดีหรือผู้ช่วยอธิการบดี หรือจะมีทั้งรองอธิการบดี และผู้ช่วยอธิการบดีตามจำนวนที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด ทั้งนี้ การบริหารมหาวิทยาลัย ระดับสถาบันจะดำเนินการในรูปแบบคณะกรรมการ เช่น สภาที่ปรึกษามหาวิทยาลัย สภาวิชาการ สภาคณาจารย์และพนักงาน คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย คณะกรรมการ อุทธรณ์และร้องทุกข์ คณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคล คณะกรรมการบริหารการเงิน และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย เป็นต้น
๗. กำหนดให้มีการประกันคุณภาพการศึกษา การประเมินส่วนงาน การประเมินหลักสูตรการศึกษา การเรียน การสอน และการวัดผลตามหลักสูตร การประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของอธิการบดีและหัวหน้าส่วนงานและผู้ปฏิบัติงาน ในมหาวิทยาลัย
๘. กำหนดให้มหาวิทยาลัยวางและรักษาไว้ซึ่งระบบบัญชีอันถูกต้อง จัดให้มี ระบบการตรวจสอบภายใน จัดทำรายงานการเงินส่งผู้สอบบัญชี โดยให้สำนักงาน การตรวจสอบเงินแผ่นดินหรือบุคคลภายนอกซึ่งมหาวิทยาลัยแต่งตั้งด้วยความเห็นชอบของ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของมหาวิทยาลัย และให้อธิการบดีและ รองอธิการบดีเป็นผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ ป้องกันและการปราบปรามทุจริต
๙. กำหนดบทเฉพาะการเพื่อรองรับกิจการทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สิน งบประมาณและรายได้ของมหาวิทยาลัย ผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ ผู้ดำรงตำแหน่งบริหาร และผู้ดำรงตำแหน่งอื่น ๆ รวมทั้งบุคลากรในมหาวิทยาลัย ตลอดจนส่วนราชการหรือ ส่วนงานภายในตามกฎหมายเดิมเพื่อให้การบริหารงานของมหาวิทยาลัยสามารถดำเนิน ต่อไปได้ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากมหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ อีกทั้งกำหนดหลักเกณฑ์การปรับเปลี่ยนสถานภาพข้าราชการของมหาวิทยาลัยและลูกจ้าง ของส่วนราชการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างมหาวิทยาลัยและสถานะของบุคคล ดังกล่าว
คณะรัฐมนตรีหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภาผู้แทนราษฎรจะกรุณารับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัตินี้ไว้พิจารณา ขอบพระคุณครับ