สาธิต แจงแนวทางจัดบริการสุขภาพสงขลา หลังถูกถามกระทู้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๙ มกราคม ๒๕๖๖

สาธิต ปิตุเตชะ ชี้แจงแนวทางการจัดบริการสาธารณสุขในจังหวัดสงขลารวมถึงการใช้โรงพยาบาลเดิมเพื่อลดความแออัด พร้อมย้ำความจำเป็นของระบบส่งต่อและโครงการสกายดอกเตอร์เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยระบุว่าการยกระดับเป็นโรงพยาบาลเต็มรูปแบบยังติดข้อจำกัดด้านกำลังคนและงบประมาณ

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อตอบกระทู้ทั่วไปของเพื่อนสมาชิก จากสงขลา คือท่านเจือ ราชสีห์ ก่อนอื่นต้องเรียนว่าผมเข้าใจดีถึงความเป็นผู้แทนของ ท่านเจือ ท่านเจือเป็นผู้แทนมาอย่างยาวนานแล้วก็รับฟังทุกปัญหา แล้วก็สะท้อนปัญหาตาม กลไกก็คือการถามกระทู้ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา ซึ่งผมเคารพและศรัทธาในการทำหน้าที่นี้ครับ แต่อย่างไร ก็ตามด้วยความปรารถนาดีของท่านเจือซึ่งอยากจะให้พี่น้องประชาชนในสงขลาได้เข้าถึง การบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ผมจึงอยากอธิบายในแง่ของหลักการในการ มีหน่วยบริการหรือโรงพยาบาลที่จะให้บริการกับพี่น้องประชาชนในทุกจังหวัด ในส่วนของ ความต้องการของพี่น้องประชาชนในอำเภอเมืองสงขลา เหมือนที่ท่านเจือได้เรียนกับ ที่ประชุมแห่งนี้ครับว่าโรงพยาบาลสงขลาแห่งนี้เป็นโรงพยาบาลเดิมและมีการย้ายไปที่ เกาะยอ ซึ่งห่างจากโรงพยาบาลเดิมประมาณ ๑๒ กิโลเมตร ซึ่งโรงพยาบาลสงขลาที่ย้ายไป ก็เป็นโรงพยาบาลศูนย์ที่มีศักยภาพสูงมาก เป็นโรงพยาบาลในระบบซึ่งมีศักยภาพคาปาซิตี (Capacity) เตียงประมาณ ๕๐๐ เตียง อัตราการครองเตียงขณะนี้ที่โรงพยาบาลสงขลา ก็ประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ จังหวัดสงขลาเรายังมีโรงพยาบาลศูนย์ที่หาดใหญ่ซึ่งอยู่ไกล ออกไป แต่เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญ การจัดแบ่ง การให้บริการ สาธารณสุขในจังหวัดเราก็จะมีโรงพยาบาลชุมชนในแต่ละอำเภอ เราจะมีโหนด (Node) ที่เป็นหัวหน้าโรงพยาบาลชุมชน เราจะมีระบบรีเฟอร์ (Refer) ส่งต่อ แน่นอนที่สุดในแง่ของ ความจำกัดของเราเองของระบบสาธารณสุข นอกจากมีข้อจำกัดเรื่องภาระงบประมาณแล้ว เรามีกรอบอัตราคนทั้งหมอเฉพาะทาง หมอทั่วไป พยาบาล เจ้าหน้าที่ ซึ่งมันมีกรอบเอฟทีอี (FTE) ที่จะต้องวางกำหนดเพื่อให้มีความเหมาะสมกับการให้บริการ หลักคิดในแง่ของการทำ โรงพยาบาลชุมชนอำเภอ โดยเฉพาะอำเภอเมืองเป็นหลักคิดลดความแออัด ซึ่งอันนั้น เป็นความปรารถนาดีของท่านเจือแล้วก็พี่น้องประชาชนที่อยากเห็นภาพ ต้องเรียนว่าขณะนี้ โรงพยาบาลสงขลาเดิมได้มีการจัดรูปแบบการให้บริการอยู่บ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ โอพีดี (OPD) ก็คือการให้บริการแบบคลินิก หรืออีอาร์ (ER) ที่จะพร้อมรับส่งต่อเหมือนที่ ท่านเรียนเมื่อสักครู่ แล้วก็จะทำเป็นพาเลียทีฟ แคร์ (Palliative care) ก็คือผู้ป่วย ประคับประคอง แล้วจะมีการออบเสริฟ (Observe) ๑ วัน ก่อนที่จะดูอาการ แล้วก็อาจจะ ส่งต่อหรือให้กลับบ้าน แล้วก็อาจจะเป็นคลินิก เอ็นซีดี (Clinic NCD) เพื่อลดความแออัด โมเดล (Model) นี้โรงพยาบาลชุมชนอำเภอเมือง ถ้าเป็นหลายพื้นที่ที่เราไปนำร่องไว้เราจะมี พีซีซี (PCC) ที่อยู่กระจายไปตามเมืองลดความแออัด เพื่อเป็นส่วนแรกรับก่อนที่จะเข้าไปสู่ โรงพยาบาลศูนย์ แนวคิดนี้ก็ดี เพียงแต่ว่าความหมายที่ท่านเจืออยากให้เป็นก็คืออยากให้เป็น โรงพยาบาลเต็มรูปแบบ เป็นเฉพาะทางหรือดูแลรักษาได้เองในโรงพยาบาลแห่งนี้ ต้องเรียนว่า มันยังมีปัญหาในแง่ของกำลังคน ถ้าทำจะต้องแบ่งคนจากสงขลา ทั้งพยาบาล ทั้งเจ้าหน้าที่ ทั้งคุณหมอ ซึ่งถ้าเราไปกำหนดเพื่อให้เป็นหมอเฉพาะทางก็ต้องไปแบ่งจากโรงพยาบาล สงขลาอยู่ดี เพราะฉะนั้นในขณะนี้โรงพยาบาลสงขลาเดิมที่ท่านเจือพูดถึงได้มีการให้บริการ ให้กับพี่น้องประชาชนในหลาย ๆ ส่วนที่เป็นการลดความแออัดของโรงพยาบาลสงขลา อยู่แล้ว การส่งต่อจากโรงพยาบาลสงขลาเดิมไปที่โรงพยาบาลสงขลาศูนย์ที่เกาะยอ มีระยะทาง ๑๒ กิโลเมตรเท่านั้น ถ้าเทียบกับอำเภออื่น ๆ ที่อยู่ไกลก็เป็นระบบส่งต่อ แล้วระบบส่งต่อที่มีรถที่มีความพร้อม อันนี้ก็ถือว่ามีความพร้อมระดับหนึ่ง แต่ถามว่าในอนาคตในเรื่องของการจัดยกระดับขึ้นมาเป็นอำเภอเมืองสงขลา ก็ยกระดับได้ แต่มันคงเป็นโรงพยาบาลประเภทเดียวกันกับโรงพยาบาลชุมชน เป็นการให้บริการ แต่ว่า จะครบทุกด้านคงเป็นไปได้ยาก อันนี้พูดเสียให้ชัดเลยครับ เพราะว่าการจัดระบบ การดูแล ในระบบสาธารณสุข เรื่องคน เรื่องงบประมาณ กระทรวงสาธารณสุขเองเวลาได้รับ งบประมาณไปในเขตสุขภาพต้องไปหารแบ่งกัน สามารถที่จะมีงบประมาณที่จะไปดูแล ให้อาคารสถานที่มันมากขึ้น บางทีก็จะได้รับการบริจาคหรือสนับสนุนจากหลาย ๆ ส่วน เมื่อสักครู่ฟังท่านเจือก็เห็นปัญหาว่าเวลาส่งต่อมีปัญหาเรื่องรถติดหรือการให้บริการที่อาจจะ ทำให้เข้าถึงการรักษาได้ช้า อาจจะเป็นปัญหาในแง่ของการสูญเสีย แต่ผมย้ำว่าผมเดินหน้า โครงการสกายดอกเตอร์ (Sky Doctor) แล้วได้มีการทำการซ้อมในพื้นที่ในจังหวัดสงขลาและ สตูล ซึ่งแม่ทัพภาคที่ ๔ ก็ได้ให้ความร่วมมือ การรีเฟอร์ (Refer) ทางถนนในเมืองใหญ่จะเป็น ปัญหา ผมก็เริ่มไปทำที่สงขลา หาดใหญ่ และเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วผมไปทำที่หมู่เกาะ ในภาคตะวันออก คือเกาะหมาก เกาะช้าง เกาะกูด เพราะว่ากรณีมีคนไข้ฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นกรณีอุบัติเหตุหรือคนไข้สโตรก (Stroke) หัวใจ ถ้าขนส่งหรือรีเฟอร์ (Refer) ไม่ทันจะเกิดการเสียชีวิตได้โดยง่าย ถ้าเราไม่สามารถร่นระยะเวลาให้เข้าถึงการรักษาได้ โดยเร็วและมีเครื่องมือที่มีความพร้อม ที่สงขลามีความพร้อมมากเพราะว่ามีกองทัพ ที่มีเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้งานของกองทัพอยู่ กระทรวงสาธารณสุขก็ไปขอความร่วมมือในการที่ จะใช้เฮลิคอปเตอร์ ซึ่งจะต้องปรับแบบในการที่จะมีทีมหมออีอาร์ (ER) ที่ต้องพร้อมที่จะ ขนส่งคนไข้เข้าไปในเฮลิคอปเตอร์และมีหมอเข้าไปอยู่ในนั้นด้วย ถ้าขนส่งมีจุดจอด เฮลิคอปเตอร์ได้มีความเหมาะสมและมีความปลอดภัยเราจะร่นระยะเวลาการส่งต่อได้อย่าง รวดเร็ว ซึ่งเราไปทำที่เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล ได้ผลมากครับ ในอนาคตที่ผมวางไว้ในเรื่อง ของการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่องสกายดอกเตอร์ (Sky Doctor) กำลังทำความร่วมมือในพื้นที่อีอีซี (EEC) รวมทั้งในภาคตะวันออก รวมทั้งในภาคใต้ ในสาธารณสุขทางทะเลเพื่อความเชื่อมั่น ให้กับนักท่องเที่ยวเองแล้วก็คนไทยเอง ตรงนี้จะต้องเกิดขึ้นในจังหวัดสงขลา แล้วก็ในพื้นที่ เมืองที่มีความแออัดทางด้านการจราจรทางบก ซึ่งอันนี้ก็เดินหน้าอยู่แล้วในสถาบันการแพทย์ ฉุกเฉินที่เป็นแม่งาน แล้วการขนส่งเมื่อก่อนอาจจะเป็นปัญหาเรื่องการเบิกเงิน แต่ว่ากองทุน การแพทย์ฉุกเฉินสามารถทำได้โดยการจ่ายเป็นรายเคส (Case) นี่คือสิ่งที่ทำให้เกิดขึ้น ในกรณีที่ท่านเจือเห็นปัญหาว่าการขนส่งหรือรีเฟอร์ (Refer) จากโรงพยาบาลหนึ่งไปยัง โรงพยาบาลหนึ่งต้องใช้เวลาในแง่ของทางบก ถ้าเรามีสกายดอกเตอร์ (Sky Doctor) มาช่วย ก็จะทำได้มีประสิทธิภาพ ความจริงทำได้ผลไปแล้วที่ภาคเหนือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่จังหวัดตาก รีเฟอร์ (Refer) โดยสกายดอกเตอร์ (Sky Doctor) จากเฮลิคอปเตอร์จาก กองทัพไปที่เชียงใหม่ก็ดี ไปที่เชียงรายก็ดี โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ ซึ่งท่านเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ น่าจะทราบดี เพราะผมไปซ้อมที่นั่นมาหลายครั้ง เพราะฉะนั้นในเรื่องของการ รีเฟอร์ (Refer) ประสิทธิภาพผมได้เดินหน้าในแง่ของกระทรวงสาธารณสุข ในเรื่องของการ รีเฟอร์ (Refer) เพื่อให้เข้าถึงการรักษาให้ทันกับการสูญเสีย ส่วนเรื่องของการยกระดับของ โรงพยาบาลสงขลาเดิม มีแผนจากเมื่อสักครู่นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา กับ ผอ. โรงพยาบาลสงขลาได้เดินทางมาให้ข้อมูลด้วยตัวเองว่าจริง ๆ พยายามที่จะเอาเงินบำรุงของ โรงพยาบาลสงขลามาปรับปรุงที่นี่เพื่อให้ได้ใช้งานในแง่ของโอพีดี (OPD) ก็ดี เรื่องอีอาร์ (ER) ก็ดี เรื่องพาเลียทีฟ แคร์ (Palliative care) ก็ดี หรือเป็นการออบเสริฟ (Observe) เป็นการ ให้บริการเบื้องต้น เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในความเป็นห่วงแล้วก็ในสภาพปัญหาก็ต้องเรียนว่า เราจะเดินหน้าเพื่อให้ศูนย์สุขภาพสงขลาที่เป็นโรงพยาบาลสงขลาเดิมเป็นหน่วยบริการที่ลด ความแออัดของโรงพยาบาลสงขลาที่เป็นโรงพยาบาลศูนย์ ส่วนในอนาคต ๓-๔ ปีข้างหน้า มีแนวคิดอย่างนี้ครับ ท่านเจือครับ ผมฝากท่านเจือไปด้วยเพื่อจะไปพูดคุยกับท่านผู้ว่า ราชการจังหวัด ที่นั่นมีเรื่องราว ๙๗ ปี อีก ๓ ปีก็จะ ๑๐๐ ปี ถ้าเราทำตรงนั้นบางส่วนให้เป็น แลนด์มาร์ก (Landmark) มีเรื่องราว เป็นแหล่งท่องเที่ยวหรืออะไรก็ตามที่ท่านจะเดินหน้า ในส่วนของจังหวัดสงขลาผมคิดว่าจะทำได้ดี ส่วนศูนย์สุขภาพก็ยังทำ ทำเดินหน้าต่อไป แต่ว่าทำเป็นระบบพีซีซี (PCC) ที่อยู่เป็นกันชนของโรงพยาบาลสงขลา ก็จะเป็นประโยชน์ สูงสุดในการที่จะทำภายใต้ศักยภาพคน ศักยภาพงบประมาณที่มีอยู่ของกระทรวงสาธารณสุข ขณะนี้ครับ ขอขอบพระคุณครับ