ปดิพัทธ์ จี้รัฐบาลจัดวอร์รูมเตือนภัยพร้อมดาวเทียม แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

ปดิพัทธ์ สันติภาดา แถลงญัตติด่วนเรื่องน้ำท่วมและน้ำแล้ง โดยวิพากษ์วิจารณ์ประสิทธิภาพของรัฐบาลในการบริหารจัดการน้ำที่ไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และเรียกร้องให้มีวอร์รูมเตือนภัยล่วงหน้าพร้อมระบบดาวเทียมเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากและการเยียวยาที่ล่าช้า

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกล ขอแถลงเปิดญัตติด้วยวาจาในประเด็นเดียวกันคือเรื่องของปัญหาน้ำท่วม แล้วก็ เรื่องมาตรการการเยียวยาที่เราจำเป็นต้องส่งเสียงของสภาผู้แทนราษฎรให้กับคณะรัฐบาล ได้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ในการที่จะเยียวยาพี่น้องเกษตรกร พี่น้องประชาชนที่จังหวัด พิษณุโลก แล้วก็ทั่วประเทศอีก ๕๙ จังหวัด ซึ่งตอนนี้เป็นสถานการณ์น้ำท่วมที่รุนแรง ต่อเนื่องยาวนาน ในวันที่เราคุยกันอยู่นี้พี่น้องที่จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสุพรรณบุรี แล้วก็อีกหลายพื้นที่น้ำท่วม ๒ เดือนแล้วครับ ๒ เดือนเต็ม ๆ แล้ว แล้วบางที่มากกว่า ๒ เดือนด้วยซ้ำไป วันที่ ๒๘ กันยายน ถึง ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ๕๙ จังหวัด ๓๕๓ อำเภอ ๑,๘๗๙ ตำบล ประชาชนได้รับผลกระทบในอุทกภัยครั้งนี้ ๕๒๘,๐๐๐ ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต ๑๒ ราย แล้วผมไม่อยากเห็นว่าพวกเขาถูกลืมไป ที่จังหวัดศรีสะเกษ ๓ ราย จังหวัดเพชรบูรณ์ ๒ ราย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑ ราย แล้วก็ จังหวัดสิงห์บุรีอีก ๖ ราย ผมขอแสดงความเสียใจให้กับทุกครอบครัวที่สูญเสียด้วย สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ครั้งนี้มันหนักกว่าปี ๒๕๖๒ หลายเท่า แต่กลับไม่เห็นท่าที ของรัฐบาลที่เอาจริงเอาจังและเยียวยาผู้ประสบภัยที่มีประสิทธิภาพขึ้นเลย ถ้าเราเจอน้ำท่วม นาน ๆ ครั้ง ๑๐ ปีเจอครั้งหนึ่งเราพอจะเข้าใจได้ แต่นี่ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ จนถึงปี ๒๕๖๕ น้ำท่วมทุกปี แต่มาตรการในการเยียวยา มาตรการในการแก้ไขกลับเหมือนเดิม แล้วเราก็ต้อง มาฟังนโยบายขายฝันของนายกรัฐมนตรีว่าความมั่นคงทางน้ำเป็นนโยบายเร่งด่วนของ รัฐบาล ท่านประธานครับ เราเห็นท่าทีของรัฐบาลที่ไปเยี่ยมน้ำท่วม แต่จริง ๆ สิ่งที่พี่น้อง ประชาชนต้องการก็คือวอร์รูม (War Room) ตั้งแต่มีสัญญาณการเตือนของมรสุมต่าง ๆ มันควรจะต้องมีวอร์รูม (War Room) ที่จะจัดการพื้นที่น้ำท่วมที่ซ้ำซากได้แล้ว มันยังเกิด ภาพแบบเดียวกันกับทุกปีก็คือขนของหนีน้ำไม่ทัน เราพูดกันอยู่ในปี ๒๐๒๑ แต่ว่ายังมีปัญหาเดียวกันกับอีกหลายสิบปีที่ผ่านมา ก็คือประชาชนไม่รู้ว่าน้ำจะมาเมื่อไร เราเคยเสนอไปแล้วนะครับ พรรคก้าวไกลเสนอให้ใช้ระบบดาวเทียม เพื่อที่เราสามารถ เตือนภัยพี่น้องประชาชนได้ แล้วก็ไม่ต้องรอจนถึงขั้นต้องใช้วิทยุทรานซิสเตอร์ด้วย ก็คือว่า เตือนภัยก่อนน้ำมา แล้วก็สามารถที่จะขนของได้ สามารถที่จะเก็บทรัพย์สินได้ แต่นี่ปี ๒๐๒๑ รัฐบาลก็ยังทำเหมือนเดิม แล้วก็เป็นการไปเยียวยาที่ล่าช้าแบบที่ท่านภราดรพูดไป ไม่เห็นทีท่าของรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมชลประทาน ว่านโยบายในแต่ละปีมันจะมีความพร้อมมากขึ้นได้อย่างไรในเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม แล้วก็เดี๋ยวต้นปีหน้าเราก็ต้องมาตั้งญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องอะไรทราบไหมครับท่านประธาน น้ำแล้งครับ เราวนเวียนอยู่อย่างนี้ครับ ผมเป็นผู้แทนใหม่ปีแรกนี้ครับ แต่ ๔ ปีนี้ ปลายปี พูดเรื่องน้ำท่วม ต้นปีพูดเรื่องน้ำแล้ง พูดอย่างนี้มา ๔ ปีแล้ว แล้วแบบนี้ รัฐบาลแบบนี้ กับงบประมาณเป็นแสนแสนล้านที่เราถมไปทุกปี ประชาชนตั้งคำถามว่าเอาไปทำอะไร ท่านประธานครับ พี่น้องชาววังทอง ชาวพรหมพิราม ชาวบางระกำ เขาฝากผมมาตามหา ท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัยว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน ตอนนี้พี่น้องที่อื่นที่อีสานกับที่ภาคกลางเจอน้ำท่วม แต่พี่น้องที่จังหวัดพิษณุโลกน้ำลดแล้วครับ น้ำลดแต่หนี้ผุด เพราะว่าพวกเขาเจอแต่หนี้ เต็มไปหมด ๒ เดือน เดือนกว่า ๆ ที่เขาไม่มีรายได้ ที่นาของเขาพังพินาศหมด สวนมะม่วง พังหมด ได้รับเงินเยียวยาเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ตอนนี้หนี้มหาศาลตามติดพวกเขาไป เราย้อนกลับไปดูพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ ปี ๒๕๖๑ มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ กำหนดให้ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติจัดทำนโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ เพื่อจะสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ทีนี้ผมอ่านเป้าหมายนี้อีกทีว่าเป้าหมายตอนปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ยุทธศาสตร์ชาติที่พวกท่านฝัน พูดถึงเรื่องเป้าหมายการจัดการน้ำอย่างไร ผมโค้ด (Code) คำต่อคำเลยนะครับ ทุกหมู่บ้านมีน้ำสะอาดอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการผลิตมั่นคง ความเสียหายจากอุทกภัยลดลง คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน การบริหารจัดการน้ำ อย่างยั่งยืนภายใต้การพัฒนาอย่างสมดุล โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ผมอ่านแล้ว น้ำตาจะไหล มันเหมือนกับผมไปขึ้นรถไฟที่หัวลำโพง แล้วก็มีป้ายเขียนไว้ว่าเราจะเป็นผู้นำ ของระบบการขนส่งทางราง คือเขียนอย่างนี้ แต่ว่า ๔ ปีนี้เราเห็นแต่ความไร้ประสิทธิภาพ ของการบริหารจัดการน้ำ เอาทีละเรื่องเลยนี่ ทุกหมู่บ้านมีน้ำสะอาดอุปโภคบริโภค ผมหารือ ในสภานี้ ๔ รอบ ๕ รอบ เปิดน้ำก๊อกที่จังหวัดพิษณุโลกออกมาเป็นโคลนนะครับ อย่าว่าแต่ เอามาอุปโภคเลย เอามาซักผ้ายังไม่ได้เลย คนพิษณุโลกเขาไม่ใส่เสื้อขาวกันครับ มันหมอง แล้วก็โยนความรับผิดชอบนี้ไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่โดนบอนไซ (Bonsai) ที่ไม่มี งบประมาณ ที่มีแต่ข้อจำกัดในการบริหารจัดการทรัพยากร อย่างน้อย ๆ ที่เทศบาลนคร พิษณุโลก ที่เทศบาลอรัญญิก ที่ตำบลบึงพระ ที่ตำบลวัดจันทร์ เรื่องร้องเรียนยังมาถึงผม ไม่หยุด ว่าพวกเขาใช้ชีวิตกับน้ำประปาที่เป็นโคลน แล้วอย่างนี้แผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี มันคืออะไร ทำมา ๔ ปียังเป็นโคลนอยู่ ปรับแผนไหมครับ ไม่อย่างนั้นก็ต้องปรับคนที่อยู่ใน แผนออกแล้ว เพราะคุณทำแบบนี้ต่อไปได้เรื่อย ๆ ประชาชนของเราไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย แล้วงบประมาณที่สภาแห่งนี้อนุมัติไปแสนแสนล้านบาทต่อปี ที่เกี่ยวข้องกับการบริหาร จัดการน้ำ คุณประวิตรนั่งคุม สทนช. นี่คือคำถามที่ประชาชนถามว่าภาษีที่เขาเสียไปครับ ตอบแทนกลับมาด้วยน้ำประปาขุ่นข้นเป็นโคลน แล้วมันไม่ตรงกับยุทธศาสตร์ที่ท่านวางเลย น้ำประปามั่นคงทุกหมู่บ้าน นี่กล้าเขียนมากนะครับ อันต่อมาเขียนบอกว่า น้ำเพื่อการผลิต มั่นคง แต่ภัยแล้งก็กลายเป็นเรื่องที่ผู้แทนราษฎรของเราพูดเยอะที่สุดเรื่องหนึ่ง ผมถามผู้แทน ทุกคนในห้องนี้ได้เลยว่าตอนฤดูทำนาต้นปีหน้าหรือว่าปลายปีนี้ พี่น้องประชาชนยังมาหา ท่านในปัญหาน้ำแล้งอยู่หรือเปล่า ผมได้ยินผู้แทนราษฎรทุกคนพูดเรื่องน้ำแล้งเหมือนเดิมเลยครับ นิยายซ้ำซาก แล้วอย่างนี้ แผนยุทธศาสตร์มันต้องมีความชัดเจนว่าถ้าทำตามแผนไม่ได้คณะรัฐมนตรีและกรม กระทรวงต่าง ๆ ผู้บริหารต่าง ๆ ที่รับผิดชอบจะรับผิดชอบอย่างไร ถ้าอย่างนั้นผมเขียน แผนอะไรก็ได้นะครับ แต่ผมทำไม่ได้ผมก็ไม่ต้องมีความรับผิดชอบ ผมก็ลอยตัว ถึงเวลาก็ให้ ส.ว. ๒๕๐ คนมาโหวตผมเป็นนายกรัฐมนตรีต่อ แบบนี้จะเขียนแผนไปทำไม พื้นที่รับน้ำ อย่างเช่น บางระกำโมเดลเป็นพื้นที่รับน้ำที่ซ้ำซาก เป็น ๑ ในเครื่องมือและการบริหารจัดการ ของลุ่มแม่น้ำยม น่าน ตอนปี ๒๕๖๑ ไปทำข่าวกันใหญ่โตเลย เปิดด้วยความภูมิใจของ บางระกำโมเดล ๓๘๐,๐๐๐ ไร่ พอเก็บเกี่ยวเสร็จก็เตรียมเป็นพื้นที่รับน้ำ ผันน้ำจาก หลายจังหวัดเข้าทุ่งบางระกำ ทีนี้ตอนปี ๒๕๖๑ ก็มีการขายฝันกันว่าไม่ต้องทำนาในช่วงนั้น แล้วก็จะมีการจ้างงานจากกรมชลประทานให้เป็นเจ้าหน้าที่ในการช่วยบริหารจัดการน้ำ หรือให้เปลี่ยนอาชีพช่วงนั้นไปเป็นการทำประมง ท่านประธานคุ้น ๆ ไหมที่นายกรัฐมนตรี ชอบบอกว่าน้ำท่วมแล้วไล่ให้ไปจับปลา แต่ตอนนี้ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ ถ้าบางระกำโมเดล มันดีจริงพี่น้องที่อำเภอบางบาลไม่ระทมทุกข์แบบนี้หรอกครับ ตอนนี้อำเภอบางบาล จังหวัด พระนครศรีอยุธยากลายเป็นพื้นที่รับน้ำแทนคนกรุงเทพมหานคร จากข่าวนะครับ นายกเทศมนตรีตำบลบางบาลพูดไว้บอกว่า อำเภอบางบาลในฐานะผู้เสียสละเป็นทุ่งรับน้ำ เป็นแก้มลิงของคนทั้งชาติ (กรุงเทพมหานคร) พอทุกคนรอด ลิงก็อ้วกแตกออกมา เก็บน้ำ ไว้ใช้เพื่อประโยชน์ในพื้นที่ตัวเองไม่ได้เลย คนอำเภอบางบาลจึงอยู่ในภาวะไม่เกินก็ขาด เราเป็นแก้มลิงของประเทศ แต่ไม่ได้เป็นแก้มลิงเพื่อตัวเอง เจ็บปวดไหมครับ คือคนอำเภอ บางระกำรับน้ำเพื่อไม่ให้ภาคกลางท่วม แต่คนอำเภอบางระกำเจอน้ำแล้งทันทีหลังจากน้ำลด คนอำเภอบางบาลรับน้ำเพื่อไม่ให้กรุงเทพมหานครท่วม แต่ปรากฏว่าคนอำเภอบางบาลก็ยัง เจอน้ำแล้ง และน้ำท่วมก็ยังเป็นการท่วมที่ไร้การเหลียวแลจากรัฐบาล นี่เขาเรียกพื้นที่ รับกรรมครับ ไม่ใช่พื้นที่รับน้ำ ถ้าบางระกำโมเดลมันดีจริง บางบาลมันดีจริง ส.ส. ทุกคน ก็ต้องรีบขอใช่ครับ เอาพื้นที่ตัวเองไปเป็นที่รับน้ำ แต่นี่ไม่มีใครครับ มันโยนกรรม โยนภาระ ไปให้พี่น้องประชาชนที่ต้องรับน้ำแทนเพื่อไม่ให้เมืองท่วม เพื่อไม่ให้พื้นที่อื่นท่วม แล้วส่วนใหญ่ คนเหล่านี้ก็จะยากจน คนเหล่านี้ก็จะไม่มีสิทธิไม่มีเสียง เพราะพวกเขาถูกมองว่าเป็นพื้นที่ รับน้ำ รอบนี้อำเภอบางบาลรวมถึงจังหวัดอ่างทองแล้วก็หลายที่ด้วยเจอมรสุมเพิ่ม ทำให้ ทุ่งเชียงราก ทุ่งฝั่งซ้ายของคลองชัยนาท-ป่าสัก ทุ่งท่าวุ้ง ทุ่งบางกุ่ม ทุ่งบางกุ้ง ทุ่งป่าโมก ทุ่งผักไห่ ทุ่งเจ้าเจ็ด ทุ่งบางบาล-บ้านแพน ล้นทะลักเลยครับ แล้วอาจจะเกิดกับคนเมืองด้วย ตั้งแต่จังหวัดปทุมธานีที่มีนิคมอุตสาหกรรมมากมาย ท่านประธานครับ เราคุ้นเคยกับภาพน้ำ ที่ท่วมพื้นที่เกษตรกร อันนั้นปัญหาก็หนักเรื้อรังอยู่แล้ว แต่ปีนี้เราเจอปัญหาน้ำท่วมเมือง เพราะอะไร เพราะผังเมืองทั้งหมดมันผิดพลาดอย่างไรครับ ที่จังหวัดพิษณุโลก ตำบลต่าง ๆ ที่มันคอนเนก (Connect) กัน ปรากฏว่าการบริหารจัดการน้ำที่เคยมีทุ่งธรรมชาติในการผันน้ำ ตอนนี้โดนถมที่หมดแล้ว ตอนนี้ถมที่สร้างคอนโด สร้างบ้านจัดสรร ในนามของความเจริญ ปรากฏว่าในนามของความเจริญมันมีบางพื้นที่กลายเป็นพื้นที่รับกรรม อย่างเช่นที่ซอย ประชาอุทิศ ๕ อย่างเช่นที่หมู่บ้านนาโพธิ์แดง ตำบลบึงพระ จมนะครับ ฝนตกนับกันได้เลย ชั่วโมงเดียวน้ำท่วมเข้าบ้านเรียบร้อยแล้ว หลายคนเป็นคนแก่ หลายคนเป็นคนพิการ หลายคนเป็นคนที่ไม่มีต้นทุนอะไร ไม่มีปัญญาจะถมที่ คนรวยถมที่สูงปรี๊ดเลย แม้จะมี พ.ร.บ. อะไรมาช่วยเรื่อง พ.ร.บ. ถมดิน ว่าต้องจัดการทางระบายน้ำ แต่ความเป็นจริงท่านประธานก็รู้ว่ามันมีพื้นที่จริง ๆ ที่กลายเป็นพื้นที่รับกรรมในนามของ ความเจริญ จังหวัดภูเก็ตของท่านรังสิมันต์ท่วมเมืองเลยนะครับ แล้วอย่างนี้เราจะไปคิดถึง ความมั่นคงทางน้ำอะไรตามที่รัฐบาล คสช. ขายฝันในปี ๒๕๖๑ แล้วขายฝันต่อในนามของ ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ทำมา ๔ ปี บวกอีก ๘ ปีที่เผาผลาญงบไปทำได้แค่นี้หมดเวลาแล้ว ให้คนที่มีความรู้ความสามารถเขามาทำดีกว่า ท่านประธานครับ เนื่องจากเวทีนี้ไม่ใช่เวที อภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมก็เลยจะไม่ใช้เวทีในการวิพากษ์วิจารณ์มากนัก แต่ผมอยากให้เราคิด จริง ๆ ว่าตอนนี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนจริง ๆ ไล่ยาวลงมาตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ไปถึงภาคใต้ ๕๙ จังหวัดที่น้ำท่วม ถ้ามาตรการเรายังไม่ดีกว่านี้ ทำงานให้มันเร็ว เหมือนออกกฎกระทรวงคราวที่แล้ว ทำงานให้มันเร็วแบบนั้นได้ไหมครับ การเยียวยาน้ำท่วม ขอสปีด (Speed) แบบนั้นเลย นี่ไม่ใช่เกมการเมือง นี่เป็นความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน เพราะฉะนั้นข้อเสนอของพรรคก้าวไกลอยากจะเสนอให้มีหลักเกณฑ์และ มาตรการที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพสำหรับทุ่งรับน้ำโดยเฉพาะ ตอนนี้พี่น้องประชาชน เขาอยากรู้ว่าจะให้เขารับน้ำถึงเมื่อไร มันมีความแอกทีฟ (Active) ไหมครับ มันมีการพูดไหม ว่าน้ำจะต้องลด มีความพยายามที่จะระบายน้ำออกจากทุ่งรับน้ำ ไม่ใช่ไปให้เขารับน้ำอยู่เฉย ๆ แล้วรอเวรกรรม รอฤดูกาลอะไรก็ไม่รู้เดี๋ยวน้ำมันก็ไปเอง ทำกับประชาชนแบบนี้ไม่ได้ คนอำเภอบางระกำ คนอำเภอบางบาลเขาต้องการรู้เลยว่ารับน้ำแล้วเร็วที่สุดที่จะออกไปได้ เมื่อไร กระจายออกไปสิครับ ถ้ามันท่วมอยู่ที่เดียว ที่นั้นมันก็ซวยสิครับ แต่ถ้าเขารับน้ำได้ และระบายออกไปที่อื่น ๆ บ้างเรื่อย ๆ พื้นที่รับน้ำก็จะมีชะตากรรมที่ดีกว่านี้อีกเยอะ ยังไม่ต้องพูดถึงการเยียวยาหรือพื้นที่เช่าเพื่อรับน้ำ เหมือนที่ ส.ส. หลายท่านได้พูด จะให้เขา ไปจับปลาเพื่อเอารายได้ มันไม่ได้แบบไปกินมื้อที่ดีที่สุดบนหลังคาบ้าน ให้เขาไปจับปลา เพื่อเขาจะอยู่รอดได้ แล้วลูกเขาต้องเรียนหนังสือ ๒ เดือนนั้นเขาจะส่งลูกไปโรงเรียนอย่างไร ที่น้ำท่วมครับ มีเรือสาธารณะในการบริการเขาหรือเปล่า คนป่วยที่บ้าน จะเอาคนป่วยไป โรงพยาบาลได้อย่างไร มีเรือพยาบาลไปรับหรือเปล่า นี่ชะตากรรมของผู้ที่รับน้ำ โดยที่ไม่รู้ว่า น้ำจะลดเมื่อไร แล้วแต่บุญแต่กรรม แล้วแบบนี้จะมีรัฐบาลไปทำไม พื้นที่รับน้ำจะต้องใช้ใน สถานการณ์ที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น ไม่ใช่ว่าอย่างไรก็ต้องรับ ถ้าอย่างนี้ก็ไม่ได้สิครับ วิถีชีวิต ประชาชน รับน้ำนี่มันเอาไว้สำหรับวิกฤติ แต่ว่าการบริหารจัดการน้ำมันต้องทำให้ไม่มี ที่ไหนเลยกลายเป็นพื้นที่รับน้ำแบบนี้ เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีหลักเกณฑ์ในการผันน้ำเข้าทุ่ง และกำหนดหลักเกณฑ์และเวลาที่ชัดเจน รวมถึงเกณฑ์น้ำสูงสุดที่จะท่วมได้เพื่อให้ชุมชนนั้น สามารถปรับตัวแล้วก็ดำรงชีวิตในระยะยาวได้ เรากำลังพูดถึงความมั่นคงในการดำเนินชีวิต เพราะฉะนั้นเราไปปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นอุบัติเหตุ ให้มันเป็นเหตุฉับพลันไม่ได้ เราต้อง คิดถึงว่าพื้นที่รับน้ำจะใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพระยะยาวได้อย่างไร แล้วถ้ามันต้องรับน้ำจริง ๆ ก็ต้องปรับปรุงบ้านกันให้หมดเลยครับ จะยกใต้ถุนสูงขึ้นมากี่เมตรก็ว่ากันไป รัฐบาลต้อง แอกทีฟ (Active) เรื่องนี้นะครับ ถ้าจะให้พี่น้องอำเภอบางระกำกับอำเภอบางบาลเป็นพื้นที่ รับน้ำ เราต้องการการบริหารที่เห็นหัวคนมากกว่านี้ ต่อมาก็คือรัฐบาลจะต้องปรับปรุงระบบ การระบายน้ำออกจากทุ่งรับน้ำ และกระจายภายในทุ่งรับน้ำให้สมบูรณ์สำหรับช่วงฤดูแล้ง เพื่อลดระยะเวลาการท่วมลง และลดพื้นที่ที่เกิดการขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้งลง รวมถึง ต้องจัดลำดับความสำคัญให้พื้นที่รับน้ำกลายเป็นพื้นที่ที่ได้รับการจัดสรรน้ำในหน้าแล้ง เป็นลำดับต้น ๆ ในเมื่อเขารับน้ำให้เราในหน้าฝนแล้วทำไมต้องให้เขาซวยเจอภัยแล้ง ในหน้าแล้งด้วยครับ มันเป็นตลกร้ายนะครับ เพราะฉะนั้นพวกเขาต้องอยู่ในสมการหรือ อยู่ในลำดับความสำคัญของกรมชลประทาน ว่าอำเภอบางบาลและอำเภอบางระกำจะต้องได้ น้ำทำนาในหน้าแล้ง ไม่ใช่ถึงเวลาพวกเขาก็ต้องมาเรียกร้องขอน้ำไปทำนาอีก สิ่งต่อมานะครับ เรื่องที่เกิดขึ้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เราเจอว่ามันมีโครงการที่เป็น อันตรายต่อพื้นที่รับน้ำ ก็อย่างเช่นการจัดตั้งบ่อขยะของ อบจ. ในพื้นที่ทุ่งบางบาลครับ ตอนนี้น้ำท่วมไปปุ๊บ บ่อขยะท่วม สิ่งสกปรกและสารพิษพุ่งตรงเข้าสู่บ้านเรือนของพี่น้อง ประชาชนและทุ่งรับน้ำทันที เรื่องแบบนี้รัฐบาลคิดแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่คิดก็เรียกประชุม ได้เลยนะครับ ผมย้ำอีกครั้งนะครับ พื้นที่รับน้ำจะต้องไม่ใช่พื้นที่รับกรรม ต่อมาคือข้อเสนอ ในการชดเชยทางเศรษฐกิจ นอกเหนือจากมาตรการในการจัดน้ำและที่ดินในทุ่งรับน้ำแล้ว การชดเชย สมาชิกหลายท่านพูดไปแล้ว เปลี่ยนมาตรการได้แล้วครับ รัฐราชการรวมศูนย์ ที่ใช้กฎ ระเบียบ มากมายมหาศาลของกระทรวงมหาดไทย หรือของกระทรวงต่าง ๆ ทำให้การเบิกเงินเยียวยามันใช้ไม่ได้ แล้วท้องถิ่นก็แย่ไปหมดเลยตอนนี้ เพราะฉะนั้น ข้อเสนอแรกก็คือจะต้องมีการประกันภัยพืชผลสำหรับการทำเกษตรในพื้นที่ทุ่งรับน้ำ นี่คือความเป็นธรรมนะครับ เราประกันให้เขาเลย คนที่ทำนาในพื้นที่รับน้ำมีประกันพืชผล ให้เลย ถ้ามีการท่วมนอกเหนือช่วงเวลาที่กำหนด ตอนนี้เรายังจะเอาเดือนปีเปะ ๆ มากำหนดเงื่อนไขในการประกัน ในการเยียวยา ๑๕ กันยายน ถึง ๓๐ พฤศจิกายน แล้วถ้ามันท่วมก่อนหน้านั้นเบิกไม่ได้นะครับ เรื่องแบบนี้เปลี่ยนได้ไหมครับ ตอนนี้เราพูดถึง ไคลเมต เชนจ์ (Climate change) ผมไปดูในเอกสารของยุทธศาสตร์ชาติบอกทุกอย่าง ต้องคิดถึงการเปลี่ยนแปลงของภาวะอากาศ แต่เรามากำหนดเดือนเปะ ๆ อย่างนี้ อยู่ในระเบียบการเบิกจ่าย แล้วเราจะช่วยพี่น้องประชาชนได้อย่างไร นี่คือรัฐราชการที่ไม่ฟัง ประชาชนหรือเปล่า ไปแก้นะครับ กฎ ระเบียบพวกนี้อย่าให้เป็นอุปสรรคในการเบิกหรือ ในการทำประกันพืชผลของพี่น้องเกษตรกร การผันน้ำเข้าทุ่งในช่วงเวลาที่กำหนด อันนี้ เราพูดถึงการทำโครงการเดิมให้มีประสิทธิภาพขึ้น ๑๕ กันยายน ถึง ๓๐ พฤศจิกายน รัฐบาล ควรต้องจ่ายเงินชดเชยเป็น ๓ ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกก็คือค่าช่วยเหลือค่าครองชีพ จะต้องเพิ่มขึ้น ๓,๐๐๐ บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน แล้วจ่ายทันทีที่ท่วม จ่ายทันทีที่ท่วม ไม่ใช่ท่วมแล้ว ลดแล้ว ค่อยจ่ายย้อนหลัง มันช่วยเขาในการแก้ปัญหาชีวิตของเขาไม่ได้ จะต้องมีการชดเชยค่าเสียโอกาสในการเกษตรครับ ๒ เดือนที่ต้องรับน้ำ เป็น ๒ เดือนที่เขา ไม่มีรายได้ เลิกคิดเรื่องการจับปลาขายได้แล้ว จับปลากินพอได้ แล้วชดเชยไปเลยที่เขาทำนา ทำไร่ไม่ได้ ทำสวนไม่ได้ ๑,๐๐๐ บาทต่อไร่ต่อเดือน ผมว่าเกณฑ์นี้เป็นธรรม แล้วไม่ต้อง มาคิดเรื่องแบบใครเสียหายมาก เสียหายน้อยด้วยครับ คุณอยู่ในพื้นที่รับน้ำเอาไปเลย ค่าเสียโอกาส ต่อมาก็คือค่าชดเชยความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม สมาชิกหลายท่าน ได้พูดไปแล้ว ตอนนี้แค่เครื่องใช้ไฟฟ้าก็เบิกไม่ได้ ผิดระเบียบ ไม่ใช่เป็นการปรับปรุง พวกนี้ต้องจ่ายตามจริง ไม่ว่าจะเป็นบ้าน เป็นพาหนะ หรือว่าเป็นเครื่องใช้ในครัวเรือน จะต้องจ่ายตามจริง และตั้งเกณฑ์ไว้เลยว่าไม่ต่ำกว่าครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท เรื่องพวกนี้ เงินทองเรามี งบกลางก็มีเยอะแยะไปหมด ทำไมไม่ใช้ ทำไมเอาไปใช้เรื่องอื่น เรื่องนี้ ประชาชนต้องการความเป็นธรรม ต่อมาคือเราต้องกระจายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการบริหารจัดการน้ำของตัวเอง เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้อง สนับสนุนงบประมาณสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่รับน้ำ ให้เงินชดเชยเหล่านี้ กลายเป็นกองทุนในการพัฒนาพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่องาน ในระยะยาว เราก็รู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นงบซ่อมถนน ก็ซ่อมมันอยู่นั่นแหละ ก็ต้องคิดหาทาง เลยว่าสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในพื้นที่ที่คุณจะเป็นพื้นที่รับน้ำหน้าตามันจะเป็นอย่างไร ให้ท้องถิ่นเขาตัดสินใจเอง ทำกองทุนให้เขาไป เขาจะทำถนนอย่างไร ทำท่อระบายน้ำ แบบไหน จะทำปรับปรุงบ้านเรือนให้สูงขึ้นอย่างไร หน่วยงานราชการจะต้องมีเรือบริการ พี่น้องประชาชนกี่ลำ เรื่องพวกนี้ท้องถิ่นต้องตัดสินใจเอง ต่อมาก็คือการปรับปรุง เงินกองทุน เหล่านี้ยังสามารถไปใช้ปรับปรุงระบบชลประทานขนาดย่อมในพื้นที่ได้ด้วย เพื่อแก้ปัญหา ภัยแล้งที่จะตามมา เราต้องกระจายออกในเรื่องของโครงการขนาดย่อย ให้ชุมชนของเขา มีส่วนในการพัฒนาโครงการขึ้นมาเอง ต่อมาก็คือการปรับปรุงบ้านเรือนเพื่อลดความเสียหายจากน้ำท่วมในระยะยาว งบซ่อมบ้าน เอามาเป็นงบสร้างบ้านดีกว่าครับ สร้างบ้านให้เขาอยู่ในพื้นที่รับน้ำได้ไปเลย ไม่ใช่ต้องเป็น งบซ่อมทุกปี ๆ แล้วเรื่องแบบนี้มันไม่สามารถทำให้เขามีคุณภาพชีวิตในระยะยาวได้ และประเด็นสุดท้ายครับ สิ่งที่น่าหดหู่ที่สุดคือเมื่อมีอุทกภัยเกิดขึ้น การตั้งศูนย์อพยพ ศูนย์พักพิงไม่มีมาตรฐานเลย ทุกคนไปนอนแออัดกันอย่างน่าอเนจอนาถ บางคนเป็นน้ำกัดเท้า เน่าไปหมด แต่ก็ยังไม่มียาที่เพียงพอ ศูนย์พักพิงที่มีคุณภาพ เพราะเรารู้อยู่แล้ว เราเตรียมการ ได้นี่ครับ น้ำท่วมมันมาทุกปี เพราะฉะนั้นเราก็กำหนดศูนย์พักพิงที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน ไปได้เลย แต่ทุกอย่างเป็นไปตามประชาคมของประชากรในพื้นที่นั้น ว่าเขาอยากใช้ที่ไหน เป็นศูนย์พักพิง แล้วปรับปรุงที่นั่นให้กลายเป็นศูนย์พักพิงที่มีประสิทธิภาพและใช้งานได้ทุกปี เพราะถ้าทุกปีมีน้ำท่วมแล้วต้องไปหาศูนย์พักพิงใหม่ มันก็แปลว่าเราทำงานไม่สอดคล้องกับ สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่เลย เรื่องแบบนี้ผมอยากให้รัฐบาลมีโอกาสได้นำกลับไปพูดคุยกัน แล้วถ้านำข้อเสนอของพรรคก้าวไกลไปทำได้ผมจะขอบคุณมาก แต่ถ้ายังไม่ฟังเสียงของ ประชาชนอีก แล้วยังทำให้การบริหารจัดการน้ำแย่แบบนี้อีก ผมก็คิดว่าเรื่องนี้ประชาชน ตัดสินในการเลือกตั้งรอบหน้าแน่นอนนะครับ ขอบคุณครับ