ภราดร ปริศนานันทกุล หารือปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง โดยเฉพาะจังหวัดอ่างทอง สิงห์บุรี และพระนครศรีอยุธยา ตั้งข้อสังเกตถึงการบริหารจัดการน้ำที่อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างเป็นธรรมและทันท่วงที ทั้งในด้านการชดเชยความเสียหายจริงและเร่งฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ผมขอเสนอญัตติด้วยปากเปล่าเป็นญัตติเร่งด่วน เรื่อง ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง ในช่วง ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา เมื่อเช้านี้ผมได้มีโอกาสหารือกับท่านประธานสภาเกี่ยวกับปัญหา เรื่องของอุทกภัยที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ของจังหวัดอ่างทอง แต่ด้วยเวลาที่มีอยู่ อย่างจำกัด มีเพียงแค่ ๒ นาที ผมไม่สามารถที่จะพูดถึงที่ไปที่มา ผมไม่สามารถที่จะลงถึง รายละเอียดและสาเหตุที่แท้จริงว่าเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้มันเกิดขึ้นมีที่มาที่ไปอย่างไร ผมจึงจำเป็นที่จะต้องใช้เวลาของสภาแห่งนี้เสนอญัตติด่วนเพื่อที่จะให้สภาร่วมกันพิจารณา และส่งไปให้กับทางรัฐบาลพิจารณาต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดการผิดพลาดในการบริหารจัดการ อย่างเช่นในครั้งนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต ผมเริ่มต้นแบบนี้ครับ เริ่มต้นของสาเหตุของอุทกภัย น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่หนักหนาสาหัสมากในปีนี้มีอยู่ ๓ จังหวัด ก็คือ จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แน่นอนที่สุดว่าสาเหตุหลักใหญ่ อันดับที่ ๑ หนีไม่พ้นหรอกครับว่าปีนี้น้ำเยอะมาก ปีนี้มีฝนตกเป็นจำนวนมาก มากกว่า ค่าเฉลี่ยที่ผ่านมาในทุก ๆ ปี อันนี้ไม่ปฏิเสธครับ แต่ว่าครั้งนี้ถ้าหากว่าพูดถึงกันแต่เฉพาะใน จังหวัดอ่างทอง ผมเชื่อว่าครั้งนี้เราประสบปัญหาที่หนักหนาสาหัสมากที่สุดในประวัติศาสตร์ มากกว่าครั้งเมื่อปี ๒๕๔๙ น้ำท่วมใหญ่และมากกว่าครั้งมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในปี ๒๕๕๔ เหตุผลเมื่อสักครู่บอกไปแล้วว่าปีนี้น้ำมาก น้ำเยอะ อันนี้ไม่ติดใจครับ แต่เหตุผลต่อมา ที่ผมคิดว่าผมติดตามสถานการณ์ตั้งแต่ช่วงที่มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น ในช่วงแรก ๆ ผมมั่นใจว่าการบริหารจัดการของ สทนช. โดยคณะกรรมการที่เรียกว่า กอนช. โดยมี เลขาธิการของ สทนช. เป็นเลขานุการของคณะกรรมการชุดนี้ โดยมีหน่วยงานหลายภาคส่วน เข้าไปมีส่วนร่วมกับคณะกรรมการชุดนี้ ด้วยการดูสถิติ ด้วยการดูตัวเลขที่ทาง กอนช. บริหาร จัดการในช่วง ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา ผมมีความมั่นใจว่าถ้าท่านบริหารได้ดีกว่านี้พื้นที่ ๓ จังหวัด ที่ว่าคือจังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง และจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจะไม่ท่วมรุนแรงมาก ขนาดนี้ ที่ผมบอกอย่างนี้เพราะอะไรครับ ผมเริ่มต้นอย่างนี้ครับ น้ำเหนือก่อนที่จะมาลงที่ แม่น้ำเจ้าพระยา ก็อย่างที่เราทราบกันครับ ปิง วัง ยม น่าน มารวมกันที่เจ้าพระยาที่จังหวัด นครสวรรค์ น้ำมีมากครับ ผมไม่ปฏิเสธ แต่ว่าใต้จังหวัดนครสวรรค์ลงมามีเขื่อนที่เรียกว่า เขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่จังหวัดชัยนาท การบริหารจัดการเขื่อนเจ้าพระยานี้เราจะสังเกตได้เลยว่าวิกฤติจะเกิดขึ้นตามจุดต่าง ๆ ทั้งที่จังหวัดสิงห์บุรี ที่จังหวัดอ่างทอง ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มันจะมีเกณฑ์บอกเลยว่า ถ้าที่เขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำมาที่ ๒,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรที่บางบาลได้รับผลกระทบแล้ว ปล่อยน้ำมาที่ ๒,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรที่โผงเผง ที่ป่าโมกจะได้รับผลกระทบแล้ว ปล่อยน้ำมาที่ ๒,๕๐๐ ลูกบาศก์เมตรที่อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทองได้รับผลกระทบ ปล่อยน้ำมาที่ ๒,๗๐๐ ลูกบาศก์เมตรที่จังหวัดสิงห์บุรีจะได้รับผลกระทบ นี่คือตัวเลขที่เป็น ตัวชี้วัดว่าเมื่อปล่อยน้ำที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาปริมาณเท่าไร พื้นที่ไหนจะได้รับผลกระทบบ้าง เหนือเขื่อนเจ้าพระยาจะมีแม่น้ำอยู่ ๒ สาย มีการบริหารจัดการน้ำทางฝั่งตะวันตกกับ ตะวันออก ทางฝั่งตะวันตกจะมีแม่น้ำอยู่ ๒ สายที่รับน้ำก่อนที่จะเข้าเขื่อนเจ้าพระยา ก็คือ ที่ประตูพลเทพซึ่งจะเป็นต้นทางของแม่น้ำท่าจีน แล้วก็ที่ประตูบรมธาตุซึ่งจะเป็นต้นทางของ แม่น้ำน้อย ในขณะที่ฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยาหรือฝั่งตะวันออก ฝั่งตะวันออกจะมีคลองอยู่ ๒ คลอง ชื่อคลองชัยนาท-ป่าสัก อันนี้จะมีประตูมโนรมย์เป็นต้นทาง แล้วอีกคลองหนึ่ง จะเรียกว่าคลองชัยนาท-อยุธยา อันนี้จะมีประตูมหาราชเป็นต้นทาง การบริหารน้ำ ๒ ฝั่งของ แม่น้ำเจ้าพระยาตรงนี้มีความสำคัญมากครับท่านประธาน อย่างที่ผมบอกจะมีตัวชี้วัด ที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาว่าปริมาณเท่าไร พื้นที่ไหนจะได้รับผลกระทบ พื้นที่กรุงเทพมหานคร จะได้รับผลกระทบเมื่อท้ายเขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำที่ประมาณ ๓,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที เพราะฉะนั้นการควบคุมปริมาณน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจะพยายามควบคุม ไม่ให้เกิน ๓,๐๐๐-๓,๕๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับกรุงเทพมหานคร ไม่ให้ส่งผลกระทบกับจังหวัดนนทบุรี เพราะฉะนั้น ๔ ช่องทางด้านซ้าย ด้านขวาที่ผมบอก ท่านประธานเมื่อสักครู่จึงเป็นช่องทางที่จะใช้ระบายน้ำเพื่อแบ่งปันน้ำไม่ให้ลงไปที่ใต้เขื่อน เจ้าพระยามากกว่า ๓,๐๐๐-๓,๕๐๐ ลูกบาศก์เมตร ก็แบ่งเป็น ๒ ข้างทางครับ ทุกปีก็จะ บริหารจัดการแบบนี้ ซ้าย ขวาจะต้องแบ่งให้มีปริมาณที่สมดุลกัน แบ่งไปขวาคือแบ่งไปทาง ฝั่งตะวันออกมากก็ไม่ได้ แบ่งไปทางฝั่งตะวันออกมากเกินไปจังหวัดลพบุรีของท่าน ส.ส. มัลลิกา ของท่าน ส.ส. เกียรติ อยู่ด้านหลังผม ก็จะประสบกับปัญหาน้ำท่วมอย่างรุนแรง เช่นเดียวกัน แบ่งไปทางซ้ายหรือฝั่งตะวันตกมากก็ไม่ได้ เพราะจังหวัดชัยนาท จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็จะได้รับผลกระทบมาก อย่างเช่นปีนี้ ปีนี้ผมเล่าให้ท่านประธานฟัง ผมขออภัย ผมเพิ่งทราบว่าวันนี้จะมีญัตติด่วน เรื่องน้ำท่วม ผมไม่สามารถที่จะเตรียมสไลด์ (Slide) เตรียมข้อมูลสถิติการบริหารจัดการน้ำ ในช่วง ๒ เดือนที่ผ่านมาให้ท่านประธานได้เห็นได้ แต่ผมเฝ้าติดตามครับ แล้วผมเห็นตัวเลข ที่ผิดปกติของการบริหารจัดการน้ำของ กอนช. นำทีมโดย สทนช. และกรมชลประทาน ผิดปกติอย่างไร ผมพูดถึงฝั่งตะวันตก แม่น้ำท่าจีนกับแม่น้ำน้อย แม่น้ำท่าจีนกับแม่น้ำน้อย ความสามารถในการรับน้ำเต็มที่ หรือภาษาชลประทานเขาเรียกว่าคิวแม็กซ์ (Qmax) คิวแม็กซ์ (Qmax) ของ ๒ แม่น้ำนี้อยู่ที่ประมาณ ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที วันที่น้ำมากที่สุด ทั้ง ๒ แม่น้ำนี้รับน้ำอยู่ที่ประมาณ ๒๐๐-๒๒๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นั่นหมายความว่า เกินปริมาณความจุสูงสุดที่ลำน้ำจะรับได้ ไม่เพียงเท่านั้นครับ ผมเล่าให้ท่านประธานฟัง ในส่วนของแม่น้ำน้อย ในส่วนของแม่น้ำน้อย ปลายทางของแม่น้ำน้อยจะไปลงที่คลองโผงเผง และไปสุดท้ายที่แม่น้ำเจ้าพระยา วันที่น้ำสูงสุดน้ำไม่ไหลจากแม่น้ำน้อยลงแม่น้ำเจ้าพระยา ลงไม่ได้ เพราะแม่น้ำเจ้าพระยามีความสูงมากกว่าแม่น้ำน้อย นั่นหมายความว่ามีน้ำไหล ย้อนกลับเข้ามาในระบบ เข้ามาในลำน้ำน้อยอีกประมาณ ๑๕๐-๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมกับปริมาณที่ปล่อยเข้ามาที่ประตูบรมธาตุที่จังหวัดชัยนาทอีก ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตร เท่ากับขณะนี้ลำน้ำน้อยจุน้ำที่ ๓๕๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีแล้ว ไม่เพียงเท่านี้ครับ วันร้ายคืนร้ายที่จังหวัดสิงห์บุรีมีจุดขาดจากแม่น้ำเจ้าพระยาลงมาเติมในทุ่ง ซึ่งลงมาที่ แม่น้ำน้อยอีกถึง ๙ จุด ถึง ๑๑ จุด ตรงนี้รวม ๆ กันรับน้ำเข้ามาอีก ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที ท่านประธานลองคิดดูครับ เมื่อสักครู่นี้ ๓๕๐ ลูกบาศก์เมตรแล้ว บวกไปอีก ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตร ๕๕๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แล้วปล่อยต่อเนื่องกันแบบนี้ทุกวัน เป็นเวลาต่อเนื่องกัน ๗ วัน ถึง ๑๐ วัน ท่านประธานคิดว่าน้ำจะไปไหนละครับ ผมยกตัวอย่างขวดใบนี้ ขวดใบนี้จุได้ ๕๐๐ ซีซี (cc) แต่ท่านประธานใส่น้ำลงไป ๑,๐๐๐ ซีซี (cc) ใส่ลงไป ๒,๐๐๐ ซีซี (cc) แล้วไม่ใช่ใส่แค่วันเดียว ใส่ซ้ำ เต็มแล้วก็ใส่ซ้ำ เต็มแล้วก็ใส่ซ้ำ น้ำไปไหน น้ำมันก็ออกข้าง ๆ หมด เช่นเดียวกันกับลำน้ำน้อย ท่านใส่เข้ามาความจุของเขามีแค่ ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตร ท่านใส่เข้ามา ๕๕๐ ลูกบาศก์เมตร เป็นเวลา ๑๐ วัน น้ำไปไหนครับ มันก็อยู่ในนั้นครับ อยู่ในพื้นที่ลำน้ำน้อยนั่นละครับ ไม่ไปไหนครับ มันจึงเป็นสาเหตุว่าวันนี้ เพราะอะไรจังหวัดอ่างทองมันถึงได้ท่วมจนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ถามว่าการบริหาร จัดการแบบนี้ใช้ได้ไหม มีอยู่ ๒ อย่างเท่านั้นเองกับการบริหารจัดการแบบนี้ คือ ๑. ท่านไม่รู้ ว่ามันมีปัญหาเกิดขึ้น คือท่านคิดว่าท่านปล่อยน้ำเข้ามาที่ปากทางที่ ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที นั่นคือเต็มความจุของลำน้ำ ข้อสันนิษฐานของผมคือท่านไม่รู้ว่าน้ำมันไหลย้อนกลับ จากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาอีก ๑๕๐ ลูกบาศก์เมตร และท่านไม่รู้ว่าน้ำพังมาจากที่จังหวัด สิงห์บุรีอีก ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ข้อสันนิษฐานที่ ๑ คือท่านไม่รู้ ข้อสันนิษฐานที่ ๒ คือท่านตั้งใจ ตั้งใจอย่างไร ผมก็บอกว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอกที่ กอนช. จะไม่รู้ถึงสถานการณ์ ที่มันเกิดขึ้น ท่านรู้ครับ เพราะใน กอนช. มีทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและอยู่ในพื้นที่ด้วย เมื่อท่านรู้ แต่ท่านก็ยังไม่ลดน้ำที่ปล่อยเข้ามาด้านต้นที่จังหวัดชัยนาทที่ประตูบรมธาตุ เพราะฉะนั้นข้อสันนิษฐานแรกที่ผมบอกว่าท่านไม่รู้มันเป็นไปไม่ได้ มันจึงเกิดขึ้นเป็นข้อ สันนิษฐานที่ ๒ คือท่านตั้งใจครับ ท่านตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ ผมบอกท่านครับว่ามันผิดพลาด อย่างไร นี่ผมเล่าให้ฟังฝั่งตะวันตก ผมเล่าให้ท่านฟังฝั่งตะวันออก ฝั่งตะวันออกเมื่อครู่นี้ ผมบอกแล้วว่าถ้าปล่อยน้ำมากไป มันจะไปกระทบจังหวัดเพื่อนสมาชิกผม คือท่านมัลลิกากับ ท่านเกียรติ ผมไม่ได้ตั้งใจว่าจะให้จังหวัดลพบุรีน้ำท่วมแทนบ้านผมที่จังหวัดอ่างทอง ที่จังหวัด สิงห์บุรี ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่ใช่ครับ แต่การบริหารจัดการมันต้องสมดุล มันต้อง แบ่งน้ำให้เท่ากัน ๒ ฝั่ง ไม่ใช่ออกไปฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ท่านเชื่อไหมครับ วันที่ปล่อยน้ำเข้ามาที่ แม่น้ำท่าจีนกับแม่น้ำน้อย ท่านปล่อยวันหนึ่ง ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ฝั่งตะวันออก ท่านปล่อยน้ำเข้าที่ประตูบรมธาตุ ๑๑ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ต่างกัน ๒๐ เท่าครับ ท่านเอาไว้ทำอะไรครับ ท่านไม่รู้จักการบริหารจัดการให้มันเท่าเทียมหรือครับ ผมถาม ท่านมัลลิกาครับ ท่านมัลลิกาบอกว่ามันก็ท่วม ผมก็เข้าใจครับว่ามันท่วม แต่มันมีบางส่วน ที่สามารถที่จะแบ่งปันไปได้ ท่านมัลลิกาก็พูดเองว่าอำเภอท่าวุ้ง ในทุ่งท่าวุ้ง ยังมีพื้นที่ ที่สามารถที่จะรับน้ำได้อีกมากมายมหาศาล เดี๋ยวท่านมัลลิกาก็คงจะมาอภิปรายต่อจากผม นี่คือสิ่งที่ผมชี้ให้เห็นว่าการบริหารจัดการของ กอนช. มันผิดพลาดใช่หรือไม่ และผมถาม ดัง ๆ ไปหลายครั้งหลายหน ไม่ได้คำตอบใด ๆ ทั้งสิ้นจาก กอนช. ผมจึงต้องมาเสนอเป็นญัตติ และถามท่านประธานในวันนี้ เพื่อถึงรัฐบาลให้มาบริหารจัดการใหม่ในปีหน้า เราบริหาร จัดการแบบนี้ไม่ได้ครับ จังหวัดอ่างทองไม่ใช่พื้นที่รับน้ำ จังหวัดสิงห์บุรีไม่ใช่พื้นที่รับน้ำ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาไม่ใช่พื้นที่รับน้ำครับ นี่คือการบริหารจัดการที่ผิดพลาดหรือไม่ ของ กอนช. ท่านอ้างกับผมบอกว่าที่ประตูระบายน้ำโคกกระเทียมที่จังหวัดลพบุรีและที่ ประตูน้ำเริงรางที่ปีที่แล้วมีปัญหา ท่านอ้างบอกว่าทั้ง ๒ ประตูมีปัญหา ผมเข้าใจได้ครับ ผมเข้าใจได้ แล้วผมย้ำอีกครั้งว่าผมไม่ได้ตั้งใจที่จะให้จังหวัดลพบุรีน้ำท่วมเหมือนกับบ้านผม ไม่ได้ตั้งใจครับ แล้วไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น ท่านบอกว่าทางประตูระบายน้ำโคกกระเทียม กับประตูระบายน้ำเริงรางมีปัญหา แต่ระหว่างประตูมโนรมย์ถึงประตูระบายน้ำโคกกระเทียม ระยะทางเป็น ๘๐-๑๐๐ กิโลเมตร ท่านไม่เติมน้ำเข้าไปด้านบนละครับ มันมีพื้นที่ทุ่ง ที่ท่านมัลลิกาบอกเมื่อสักครู่ ทุ่งแถวอำเภอท่าวุ้งก็สามารถที่จะผันไปได้ แต่ท่านไม่ผันไปครับ เพราะฉะนั้นผมจึงตั้งเป็นข้อสันนิษฐานว่าท่านตั้งใจหรือไม่ที่จะต้องหาพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เป็นพื้นที่ซวยรับน้ำครับ ผมบอกท่านประธานว่าในระยะยาวถ้าหากว่าบริหารจัดการกันอยู่แบบนี้ มันก็ท่วมแบบนี้ทุกปีละครับ เพียงแต่ว่าจะไปท่วมที่ไหนเท่านั้นเอง เพียงแต่ว่าปีนี้จะไปซวย ที่จังหวัดไหนเท่านั้นเอง ปีที่แล้วจังหวัดลพบุรีโดนผลกระทบ ปีที่แล้วจังหวัดอ่างทอง โดนผลกระทบเหมือนกัน ปีนี้จังหวัดอ่างทองออก ๒ เด้ง ปีนี้โดนด้วย ปีที่แล้วก็โดนหนัก ปีนี้ก็หนักอีก ปีหน้าก็ยังไม่รู้ว่าหวยจะไปออกที่ไหนถ้ายังบริหารจัดการแบบนี้ ผมเสนอเป็น แบบนี้ได้ไหมครับ เสนอท่านประธานผ่านไปถึงทางรัฐบาลว่าถ้าเป็นไปได้มันจำเป็นที่จะต้อง หาที่อยู่ให้น้ำ น้ำมาจำนวนมหาศาลแต่ไม่มีที่อยู่ให้เขามันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะบริหาร จัดการน้ำไม่ให้พื้นที่ไหนท่วมเลย มันต้องหาที่รับน้ำครับ ที่รับน้ำคืออะไร ก็พื้นที่ชาวบ้าน นี่ละครับ เป็นไปได้ไหมที่จะออกเป็นนโยบายเช่าพื้นที่รับน้ำของชาวบ้าน เราออกกติกาเลย หรือเราออกประกาศล่วงหน้าไปเลยว่าพื้นที่ไหนบ้างที่จะเป็นพื้นที่ให้รัฐบาลเช่าเพื่อที่จะ เก็บน้ำเอาไว้ในฤดูน้ำหลาก คือเช่าพื้นที่ทำแก้มลิงนั่นละพูดง่าย ๆ เช่าพื้นที่ทำแก้มลิง เพื่อเก็บน้ำในพื้นที่ที่เขาเต็มใจจะให้น้ำอยู่ แล้วจ่ายเงินชดเชยเขาไปเป็นค่าเช่าที่เก็บน้ำ แต่ละปีผมว่าใช้เงินน้อยกว่าเงินเยียวยาที่รัฐบาลจะเอามาเยียวยาเสียอีก อันนี้เป็นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ เรื่องการเยียวยาผมไม่พูดยาวมากนักเพราะว่าท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เมื่อสักครู่นี้ได้อภิปรายในรายละเอียดเรียบร้อยหมดแล้ว ผมเพียงแต่จะย้ำ อีกครั้งว่าการชดเชยในส่วนของบ้านเรือนที่เสียหายหรือชดเชยไร่นาที่เสียหายมันต้องเป็นไป แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่ใช่ชดเชยแบบไหว้เจ้า แบบไหว้เจ้าก็หมายความว่าเอาละถือว่า ชดเชยแล้ว ๕๐๐ บาท น้ำท่วม ๓ เดือนได้ ๕๐๐ บาทถือว่าชดเชยแล้ว ถือว่าเยียวยาเขาแล้ว แบบนี้เรียกไหว้เจ้า มันต้องไปดูว่าเขาเสียหายจริงเท่าไร ตู้ เตียง โต๊ะ เครื่องมือทำมาหากิน เตาแก๊ส หม้อหุงต้มลอยไปกับน้ำหมดเสียหายทั้งหมดแบบนี้จะต้องชดเชยให้เขา อย่างไร ต้องชดเชยตามจริง เขาเสียหายเท่าไรต้องชดเชยให้เขาตามนั้น รถมอเตอร์ไซค์เขาเสีย รถยนต์เขาเสีย ชดเชยค่าประตูให้เขา ๕๐๐ บาท ผมว่ามันไม่เหมาะสม อันนี้เป็นสิ่งที่ผม เรียกร้องไปถึงรัฐบาลที่ต้องช่วยเยียวยาให้เร่งด่วนที่สุด ความเร่งด่วนเป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ที่จะต้องเรียกร้องเช่นเดียวกัน เพราะอะไรครับ เพราะว่าเขาเดือดร้อนวันนี้ครับท่านประธาน เขาเดือดร้อนมาเมื่อ ๒ เดือนที่แล้ว วันนี้เขาจำเป็นที่จะต้องมีเงินในกระเป๋าเพื่อไปจับจ่าย ใช้สอยเพราะทำมาหากินก็ทำไม่ได้ บ้านก็เข้าอยู่ไม่ได้ ต้องมีเงินในกระเป๋าให้เขาไปจับจ่าย ใช้สอยในช่วงนี้หรือให้มีโอกาสไปทำอาชีพในช่วงนี้ แต่การชดเชยหลังจากที่สำรวจแล้ว หลังจากที่พิจารณาผ่านชั้นที่ ๑ ชั้นที่ ๒ ชั้นที่ ๓ ชั้นที่ ๔ ไปแล้ว อีก ๒ เดือนไม่รู้จะได้เงิน หรือเปล่าครับ ความล่าช้าของการเยียวยาคือการไม่เยียวยาครับ เพราะฉะนั้นต้องเร่งรัด การเยียวยาให้เร็วที่สุด
ประเด็นที่ ๓ เรื่องสาธารณประโยชน์ ผมพูดเอาไว้นิดเดียวเพราะว่าเดี๋ยวทาง ส.ส. กรวีร์ก็จะมาพูดประเด็นนี้อีกเช่นเดียวกัน เรื่องการซ่อมแซมถนนหนทางขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่เสียหาย ถนนหนทางของท้องถิ่น ถนนหนทางของทางหลวง ถนนหนทางของทางหลวงชนบท หรือปัจจัยพื้นฐานที่มันเป็นของท้องถิ่น หน่วยงานต้องส่ง หนังสือไปให้กับท้องถิ่นดำเนินการแล้ว ผมเห็นหนังสือของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ทำหนังสือเวียนไปที่ท้องถิ่น ทั่วประเทศแล้วที่ประสบกับปัญหาอุทกภัย แล้วก็เร่งรัดให้ทำมาภายในวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน อันนี้ก็ถือว่าเร็วพอใช้ได้ แต่มันจะดีกว่านี้อีกถ้าท่านให้เขาสำรวจแล้วท่านเร่งรัดในการที่จะ จ่ายเงิน โอนเงินให้กับเขาไปพัฒนาสาธารณประโยชน์เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้าน ผมไปเยี่ยมชาวบ้าน บางบ้านน้ำประปาไม่มีใช้ น้ำท่วม ๒ เดือนไม่มีน้ำใช้ ท่านประธาน ลองนึกดูสิครับเขาอาบน้ำอย่างไร ก็เอาน้ำในคลองนั่นละครับมาอาบ เอาน้ำที่ท่วมนั่นละครับ มาอาบ เพราะฉะนั้นส่วนพวกนี้จำเป็นที่จะต้องเร่งรัด ผมเล่าให้ท่านประธานฟังนิดเดียว เป็นประสบการณ์ของผมตรงเมื่อปีที่แล้ว เมื่อปีที่แล้วน้ำท่วมช่วงเดือนนี้ เดือนตุลาคม พฤศจิกายน ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำหนังสือขอรัฐบาลเพื่อที่จะขอเงินไปซ่อมแซมส่วนที่ มันพังไป ท่านประธานทราบไหมครับ เงินงบฉุกเฉินของรัฐบาล งบกลางส่วนฉุกเฉินของ รัฐบาลอนุมัติไปเดือนกันยายน นั่นหมายความว่าอนุมัติไปเดือนกันยายน อนุมัติไป ๒ วัน น้ำท่วมอีกแล้ว ปีที่แล้วยังไม่ได้ทำเลยครับ ปีนี้ท่วมอีกแล้ว ความล่าช้าของการอนุมัติ งบประมาณหรือการพิจารณามันทำให้เกิดภาระและเกิดความไม่สะดวกแก่พี่น้องประชาชน ผมฝากเป็นประเด็นสุดท้ายกับท่านประธานถึงทางรัฐบาลให้ช่วยเร่งรัดการเยียวยา และการซ่อมแซมสาธารณประโยชน์ให้เป็นไปได้เร็วที่สุด และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ แบบปีที่แล้ว คือกว่าจะซ่อมแซม ระลอกใหม่ก็มาอีกแล้ว นี่คือ ๒-๓ ประเด็นที่ผมใช้เวลา ของสภาแห่งนี้มากพอสมควรเพื่อที่จะเสนอเป็นญัตติด้วยปากเปล่า เพื่อนำเสนอถึงสาเหตุ และการเยียวยา วิธีทางการแก้ไขที่จะเสนอต่อรัฐบาลต่อไป ผมขออภัยท่านประธานครับ วันนี้ผมพูดด้วยความรู้สึกโกรธ มันไม่ใช่ความรู้สึกโกรธของผมหรอกครับ มันเป็นความรู้สึก โกรธของชาวบ้านที่เขาฝากผมมาให้ฝากไปถึงรัฐบาล ผมต้องขออภัยท่านประธานครับ ที่พูดด้วยอารมณ์ที่รุนแรง ขออภัย กราบขอบพระคุณครับ