อนุพงษ์ เผ่าจินดา ชี้แจงสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดจากร่องมรสุมและพายุหลายลูกติดต่อกัน ประกอบกับปริมาณฝนสะสมที่สูงกว่าค่าปกติและขีดความสามารถของอ่างเก็บน้ำที่จำกัด ส่งผลให้ลุ่มน้ำชี-มูลได้รับผลกระทบหนัก โดยเฉพาะในจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมเสนอทั้งมาตรการช่วยเหลือประชาชนในระยะทันทีและแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อบรรเทาอุทกภัยในระยะยาว
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผมขอเรียนตามลำดับ
ในเรื่องแรก คือเรื่องของสถานการณ์อุทกภัยในภาพรวมของประเทศ ขออนุญาตที่จะต้องเกริ่นก่อนว่าในปีนี้อย่างที่ทราบแล้วว่าเป็นปีที่เขาเรียกว่าลานีญา ก็จะมี ฝนผิดปกติมาก่อนมานาน แล้วก็ตกมากมาก่อน จากสถิติที่มีตั้งแต่เดือนมกราคม ตั้งแต่ ฤดูร้อนเลย เดือนมกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายนนี้ก็มีปริมาณฝนมากกว่าปกติ ค่าเฉลี่ยปกติในคาบ ๓๐ ปี ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึง ๔๐๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ในเดือนมีนาคม ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ในเดือนเมษายนมีกว่า ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสรุปหมายความว่าเรามีฝน ตั้งแต่ก่อนเข้าฤดูฝน ก่อนฤดูฝนก็มีฝนในพื้นที่แล้ว แล้วต่อมาปรากฏว่ามีทั้งร่องมรสุม แล้วก็ มีเรื่องของดีเปรสชัน (Depression) เข้ามา เอาความกดอากาศต่ำเข้ามา เรื่องของร่องมรสุม ก็ขอเรียนให้ท่านเข้าใจสักเล็กน้อยว่า เมื่อมีพายุหมุนฤดูร้อนเข้ามา อาจจะมีความรุนแรงของ พายุ แต่ปริมาณฝนตกแล้วมันจะเคลื่อนที่ไปยังพื้นที่อื่น มันจะไม่แช่อยู่ที่เดิม เพราะพายุหมุน จะมีการเคลื่อนที่ แต่ร่องมรสุมหย่อมความกดอากาศมันจะแช่อยู่ที่เดิม เพราะฉะนั้นถ้ามีร่อง มรสุมเข้ามามันก็จะมีผลต่างกัน คือจะมีฝนเป็นพื้นที่ ถ้าลงไปพื้นที่ไหนตรงนั้นก็จะมีฝนหนัก เรามาดูว่าในช่วงที่ผ่านมานั้นตลอดตั้งแต่เดือนสิงหาคมต้นเดือนก็จะมีร่องมรสุมเข้ามา พาดผ่านทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่วันที่ ๒-๑๐ อันนั้นเป็นห้วงเวลาที่ ๑ ต่อมาในวันที่ ๑๑-๑๒ ต่อเนื่องถึงวันที่ ๑๓ ก็มีพายุมู่หลาน (Mulan) ซึ่งมีผลต่อประเทศ เพื่อนบ้านเราตอนบน ก็มีผลต่อประเทศไทยทางด้านตอนเหนือเช่นเดียวกันต่อเนื่องมา ต่อมาก็มีร่องมรสุมเข้ามาในช่วงวันที่ ๒๐ เว้น ๖-๗ วัน แล้วก็จะมีร่องมรสุมเข้ามาทาง ภาคเหนือวันที่ ๒๐-๒๒ ต่อจากนั้นในช่วงวันที่ ๒๔-๒๖ ก็จะมีพายุดีเปรสชัน (Depression) หมาอ๊อน (MA-ON) เข้ามาทางประเทศลาว ก็ส่งผลต่อทางตอนเหนือของเรามีฝนเช่นเดียวกัน แล้วมีร่องมรสุมต่อเนื่องมาในต้นเดือนกันยายน วันที่ ๕-๙ ก็มีร่องมรสุมพาดผ่านของทาง ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต่อมาก็มีร่องมรสุมเข้ามาอีกในช่วงกลางเดือน กันยายนวันที่ ๑๗-๒๑ เข้ามา ก็ทำให้เกิดฝนในประเทศไทย รวมแล้วขณะนี้มีร่องมรสุม ที่ผมเรียนแล้วว่าแช่อยู่ในประเทศไทยประมาณ ๖ ครั้งด้วยกัน ในห้วงเวลาต่อเนื่องกัน ในเดือนสิงหาคมและกันยายน และในช่วงปลายเดือนกันยายน วันที่ ๒๘-๓๐ ท่านก็ทราบแล้ว ว่ามีพายุดีเปรสชัน (Depression) โนรู (NORU) แต่ว่าเข้ามาในประเทศไทยก็เป็นดีเปรสชัน (Depression) หย่อมความกดอากาศเข้ามา แต่ว่าอันนี้จะมีผลต่อทางภาคตะวันออก เฉียงเหนือมาก ซึ่งผมจะได้เรียนในลำดับต่อไป เรียนมาสรุปถึงตอนนี้ว่าสรุปแล้วปริมาณฝน สะสมของปีนี้ ถ้าภาคเหนือมากกว่า ๒๒ เปอร์เซ็นต์จากค่าปกติ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ภาคกลาง ๒๖ เปอร์เซ็นต์ ภาพรวมของประเทศ ๒๒ เปอร์เซ็นต์ ที่ผมเรียน เฉพาะภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นเป็นที่มาของปัญหาของเรา ก็เรียนให้ทราบ ก่อนว่าฝนที่มามันจะมี ๒ ลักษณะ แบบหนึ่งตกเป็นพื้นที่ ท่านคงเห็นจำได้ว่ามีจังหวัดระยอง จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดนครนายก อันนี้เขาตกแล้วก็จบของเขาตรงนั้น แต่อีกแบบหนึ่งคือตกแล้วมีผลต่อลุ่มน้ำ ในขณะนี้ก็คือตกมาแล้วในลุ่มน้ำเจ้าพระยากับ ลุ่มน้ำชี-มูล อันนี้ที่มีปัญหาอยู่ ก็ต้องเรียนก่อนว่ารัฐบาลนั้นได้มีกลไกในการที่จะแก้ไขปัญหา มีการจัดตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ มีคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ซึ่งท่าน นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และท่านรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร เป็นรองประธาน แล้วก็ มีการตั้งกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ท่านรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร เป็นประธาน ก็มีการบริหารจัดการน้ำในการที่จะกำหนดมาตรการที่จะเตรียมรองรับฤดูฝนปี ๒๕๖๕ มาตรการดังกล่าวนั้น ผมจะพูดเร็ว ๆ เรื่องของการกำหนดพื้นที่ การบริหารพื้นที่ลุ่มต่ำ การที่จะเตรียมการเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนต่าง ๆ การดำเนินการเรื่อง เกี่ยวกับการระบายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นซ่อมบำรุง แก้ไขปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ำ แก้ไขเรื่อง ผักตบชวา และการเตรียมความพร้อมเครื่องจักรกล เป็นต้น มาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ หน่วยงานต่าง ๆ ก็เอาไปเตรียมการที่จะรองรับฤดูฝนปี ๒๕๖๕ กลับไปดูอีกเรื่องหนึ่งว่าแล้วสิ่งที่มีปัญหากับเราคืออะไร อ่างเก็บน้ำ ก่อนอื่นต้องไปดู อ่างเก็บน้ำก่อน อ่างเก็บน้ำในช่วงก่อนที่จะมีพายุ เรามีอ่างเก็บน้ำใหญ่ ๆ ๓๕ แห่ง มีน้ำที่เกิน ๘๐ เปอร์เซ็นต์อยู่น้อยมาก ๒-๓ แห่งในแต่ละช่วง เดือนพฤษภาคม ๒ แห่ง เดือนมิถุนายน ๓ แห่ง เพราะต่อมาไม่มีเลย เพราะเขาพร่องน้ำ เตรียมรับสถานการณ์ ไปดูผลของเขา เมื่อสิ้นสุดเดือนตุลาคมปรากฏว่าอ่างขนาดใหญ่ของเราทั้งหมด ๓๕ อ่าง มีถึง ๒๓ อ่างที่มีน้ำเกิน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นนัยที่อธิบายได้คือ ๒ เรื่อง ๑. คือปริมาณน้ำ ที่ฝนมาก ๒. เรามีพื้นที่ที่จะกักเก็บน้ำไว้ได้ ท่านจะเห็นว่าเก็บได้เกิน ๘๐ เปอร์เซ็นต์มาก นั่นหมายความว่านัยต่อมาการระบายน้ำไม่ใช่ปัญหาหลักของการแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำ ในปีนี้ ปัญหาหลักของน้ำในปีนี้คือน้ำที่เราเรียกว่าน้ำท่าหรือน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ใต้เขื่อนลงมา เดี๋ยวรายละเอียดคงจะไปพูดแต่ละลุ่มน้ำนะครับ สถานการณ์ที่สำคัญที่เราต้องแก้ไขปัญหา คือน้ำท่าที่ตกท้ายเขื่อนลงมา พื้นที่ที่จะต้องเรียนชี้แจงเป็นพิเศษ ผมจะขอเรียนเฉพาะ ลุ่มน้ำเจ้าพระยากับลุ่มน้ำชี-มูล ภาพของการระบายน้ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ท่านลองดู ในทางกายภาพทางภูมิศาสตร์ว่าเรามีเขื่อนภูมิพลอยู่ที่แม่น้ำปิง เขื่อนกิ่วลมอยู่แม่น้ำวัง ส่วนแม่น้ำยมเราไม่มีอ่างเก็บน้ำอะไรเลย แม่น้ำน่านเราก็เขื่อนพระนามสิริกิติ์เราก็มีอยู่ แต่พอต่ำจากเขื่อนลงมาแล้วเราไม่มีเลย เราไม่มีอะไรเลย เรามีทุ่งบางระกำที่จะหน่วงน้ำได้บ้าง ของแม่น้ำยม เรามีบึงบอระเพ็ดที่จะหน่วงทางแม่น้ำน่านได้บ้าง แต่ศักยภาพก็ไม่มากนัก แม่น้ำปิง วัง ยม น่าน ก็ลงมาที่จังหวัดนครสวรรค์มารวมกับแม่น้ำสะแกกรัง ปริมาณน้ำ ที่ผมบอกมาเจอกับร่องมรสุมนี้เกิดในพื้นที่นี้ทั้งนั้นเลยแล้วก็ลงมา ที่เรียนมาถึงตอนนี้ก็ไม่มี เครื่องมือที่จะไปบริหารจัดการน้ำได้เลย มีน้อยมากอย่างที่ผมเรียนแล้ว น้ำก็มาถึงหน้าเขื่อน เจ้าพระยา ก่อนถึงเขื่อนเจ้าพระยาแล้วกันถึงหน้าเขื่อน เขาก็มีการที่จะผันน้ำออกไป ถามว่า ทำไมต้องผันน้ำออกไป เพราะว่าถ้าเราปล่อยให้น้ำลงมาที่เขื่อนเจ้าพระยามันก็จะมีเกณฑ์ เอาง่าย ๆ ว่าถ้าเกิน ๗๐๐ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเริ่มท่วมขึ้นไป ถ้ามากกว่านั้นขึ้นไปพันกว่า จังหวัดอ่างทองท่วม มากกว่านั้นจังหวัดสิงห์บุรีลงไปถึงจังหวัดชัยนาท ก็จะพื้นที่ริมน้ำ โดยเฉพาะนอกพนังก็จะท่วม เพราะฉะนั้นถ้ามากกว่านั้นมาที่อำเภอบางไทร ถ้าเกิน ๓,๕๐๐ คิวบิกเมตรต่อวินาที กรุงเทพมหานครก็จะมีปัญหาพื้นที่เศรษฐกิจใหญ่ เพราะฉะนั้นเขาก็จะ ควบคุมการบริหารจัดการน้ำโดยเขื่อนชัยนาท เพราะฉะนั้นน้ำที่มาหน้าเขื่อนเขาก็จะผัน ออกซ้ายออกขวา เรื่องของทางด้านฝั่งตะวันตกก็จะมีเรื่องของคลองมะขามเฒ่า อู่ทอง แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำน้อย ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาก็จะมีทางชัยนาท-ป่าสัก ทางชัยนาท-พระนครศรีอยุธยา เขาก็จะผันน้ำต่าง ๆ ลงไปในแหล่งน้ำต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อรักษาการผันน้ำที่เขื่อนชัยนาทหรือเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในระดับที่ไม่ส่งผลกระทบต่อ พี่น้องประชาชน แนวทางเขาทำเช่นนั้น แต่อย่างที่ผมเรียนแล้วว่าปริมาณน้ำมาก แนวทาง สำหรับประเทศไทยในขณะนี้ทุกคนคิดเหมือนกันหมดจะทำอย่างไร จะทำอย่างไรก็ได้ ฝนที่ตก ไม่ว่าจะมีน้ำมากแค่ไหน อย่างไร ต้องไม่เข้าพื้นที่ใครเลย ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย พื้นที่เมือง พื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่อุตสาหกรรม ทุกคนไม่ต้องการ หมายความว่าจะให้น้ำอยู่ในร่องน้ำ ของตัวเองเท่านั้น นี่แหละคือปัญหาว่าปริมาณน้ำที่มหาศาลเช่นนี้มันก็ต้องใช้เครื่องมือที่จะ บริหารจัดการโดยผันน้ำไปทางซ้ายทางขวาเท่าที่ความสามารถของร่องน้ำแม่น้ำที่จะมีที่จะ ทำได้นะครับ ปัญหาก็จะเกิดขึ้นมาในพื้นที่ของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ก็คือว่าฝนไม่ได้ตกเฉพาะที่เหนือเขื่อน ในพื้นที่ตรงภาคกลางก็ตกเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นก็จะมีน้ำท่าในพื้นที่นี้เช่นเดียวกัน ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดลพบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรีก็จะมีน้ำเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นน้ำมันจะไปในลำน้ำไม่ได้ ไม่พอ เขื่อนเจ้าพระยาเองก็ปล่อยไปถึง ๓,๐๐๐ กว่า ซึ่งมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนมาก เขื่อนเจ้าพระยาก็สามารถที่จะกักเก็บได้สูงสุดจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๑๗ เมตร ขณะนี้มันเกิน ปกติมัน ๑๗.๕ เมตร เขากักไปถึง ๑๗.๗ เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง มันก็จำเป็นต้องปล่อย เพราะฉะนั้นก็จะมีการปล่อยน้ำ ๑. ออกไปทางข้าง ๒. รักษาที่จะ ไม่ให้ส่งผลกระทบมาก ไปบวกกับน้ำที่ตกในพื้นที่ พอในช่วงที่มันต้องปล่อยสูงสุด เพื่อลดผลกระทบไปยังพื้นที่อื่น ก็มีมาตรการที่จะเอาน้ำเข้าทุ่ง ซึ่งปกติก็ทำทุกปี โดยมีมาตรการที่จะให้เขาเก็บเกี่ยวก่อนประมาณกลางเดือนกันยายน ปลายเดือนนี้ จะสามารถที่จะเอาน้ำเข้าทุ่งได้ แล้วเขาก็เอาน้ำเข้าทุ่ง เพราะฉะนั้นในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบก็จะเป็นพี่น้องประชาชนในเรื่องของที่ทำกิน ไร่นา สาโท แต่ปีนี้มันน้ำมาก ประกอบกับปริมาณน้ำที่มันอยู่ในลำน้ำทั้งหลายมันข้ามพนังกั้นน้ำเป็นจำนวนมาก ก็เลยไป ส่งผลกระทบถึงบ้านเรือนที่อยู่ของพี่น้องประชาชนด้วย นี่คือภาพรวมของลุ่มน้ำเจ้าพระยา อย่างไรก็ตามเราก็สามารถรักษาการระบายน้ำไม่ให้กระทบกระเทือนพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ ของประเทศคือกรุงเทพมหานครได้นะครับ นั่นคือเรื่องของลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้งหมด และการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งทำโดยคณะกรรมการ ก็มีคณะอนุกรรมการในการดำเนินการ ผมเพื่อไม่ให้เสียเวลาคงไม่อธิบายไปถึงตรงนั้นนะครับ
ต่อไปอีกลุ่มน้ำหนึ่งคือลุ่มน้ำชี-มูล ลุ่มน้ำชี-มูลต้องเล่าก่อนว่า ปีนี้ลุ่มน้ำชี-มูล ไม่โดนเหมือนปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา ต่างกันก็คือว่ามรสุมที่เข้ามาแต่ละครั้ง ในช่วงแรก เข้ามาทางจังหวัดอุบลราชธานี แต่พอในช่วงหลัง ๆ ร่อง ลุ่มน้ำชีจะพาดตั้งแต่จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร อันนี้ส่วนของลุ่มน้ำชี ส่วนของลุ่มน้ำมูลตั้งแต่โคราชลงมา จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ ทั้งลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำมูลมาตั้งแต่ต้นทางหมดเลย ใน ๖ หย่อมร่องความกดอากาศแรก ผลเกิด อะไรขึ้นบ้าง ๑. คือฝนที่ตกในพื้นที่ตนเองก็เข้าไปในพื้นที่จังหวัด ส่วนหนึ่งก็อยู่ในลุ่มน้ำชี กับลุ่มน้ำมูลซึ่งเกินความสามารถของลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูลมันก็ล้นตลิ่ง แล้วก็เคลื่อนลงมา เพื่อจะลงไปจังหวัดอุบลราชธานี ปรากฏว่าในร่องสุดท้ายที่เกิดจากโนรู (NORU) ก็เริ่มตั้งแต่ จังหวัดอุบลราชธานีย้อนขึ้นไป แล้วก็ไปสุดที่ข้างบนถึงจังหวัดเพชรบูรณ์โน่นเลย ในส่วนนี้ ก็เลยทำให้ปริมาณน้ำสำทับเข้าไปอีก เพราะฉะนั้นภาวะที่เกิดก็เลยเกิดจากภาวะที่อยู่ใน พื้นที่เต็มทุกจังหวัด แล้วทั้งหมดลงแม่น้ำชีกับแม่น้ำมูลเท่านั้น ถามว่าแม่น้ำชีกับแม่น้ำมูล ทำอะไรได้บ้าง เรามีอ่างพระนามจุฬาภรณ์ความจุน้อย เรามีอ่างอุบลรัตน์ที่ขอนแก่นความจุ ก็ไม่มากนัก ก็มีแค่นั้น ส่วนน้ำที่เหลือนั้นก็ลงไปอยู่ในน้ำ เราไม่มีพื้นที่เก็บกักอย่างอื่นเลย เรามีเขื่อนชะลอน้ำอยู่บ้าง ลักษณะเดียวกับเขื่อนชัยนาทในแม่น้ำชีกับแม่น้ำมูล แต่ก็หน่วงน้ำได้จำกัด น้ำจำนวนมากก็ลงมา ปัญหาหนักก็ไปอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเกินความสามารถของลำน้ำ เพราะฉะนั้นพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีโดยเฉพาะพื้นที่ต่ำ คืออำเภอวารินชำราบก็จะมีปัญหาหนัก นี่คือสถานการณ์น้ำที่ผมขอเรียนทั้งหมดได้คร่าว ๆ ผลขออนุญาตเกินเวลา ผลของมันก็จะมีพื้นที่ประสบอุทกภัยเกือบ ๕๙ จังหวัดของทางน้ำ แต่ของทางกระทรวงมหาดไทย ปภ. เขาสำรวจเขาต้องหมด ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่นี้ ถ้าพื้นที่ใด ประชาชนได้รับความเดือดร้อน คือสรุปแล้วทั้ง ๗๖ จังหวัด บวกกรุงเทพมหานครด้วย มีผลกระทบกับประชาชนทั้งหมด มาตรการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน อธิบายง่าย ๆ ว่าทุกหน่วยราชการจะต้องเร่งที่จะสำรวจ ความเสียหายทั้งหมดเลย แล้วจ่ายตามระเบียบของกระทรวงการคลัง มีทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย เรื่องของเสียชีวิต เรื่องของเครื่องนอน เครื่องมือทำกิน มีเกณฑ์ระเบียบการจ่ายอยู่ แต่ในขณะนี้ทางคณะรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้สำรวจผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมดเลย เพื่อที่จะพิจารณาว่าจะต้องมีการช่วยเหลือเพิ่มพิเศษอย่างไร โดยมีข้อแตกต่างระหว่างพื้นที่ ที่น้ำท่วมขังน้อย นาน ผลกระทบมาก ผลกระทบน้อย กำลังพิจารณาอยู่ ส่วนมาตรการ ที่จะแก้ไขปัญหาในระยะยาวในอนาคตนั้น ท่านคงได้ยินเรื่องแผนโครงการ ๙ โครงการ ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาก็จะมีการสร้างเพื่อพัฒนาพื้นที่ที่ให้น้ำไหลได้ เช่น เรื่องชัยนาท-ป่าสัก ลงไปถึงจังหวัดฉะเชิงเทราเลย ก็จะมีการทำให้น้ำมีช่องทางที่จะไปได้ มีการทำวงแหวน มีการพัฒนาลุ่มน้ำท่าจีนอะไรก็แล้วแต่ ทั้งหมด ๙ โครงการ ทั้งหมดนี้จะแก้ปัญหา ลุ่มน้ำเจ้าพระยา แล้วก็จะแก้ปัญหากรุงเทพมหานครด้วย ผมคงเรียนสั้น ๆ รวบ ๆ นะครับ