สุทิน คลังแสง หารือเรื่องการขายที่ดินให้กับต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขายที่ดินให้กับชาวต่างชาติ และมองว่าอาจจะทำให้คนไทยอ่อนแอและไม่มีความมั่นคงทางการเงิน
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม สุทิน คลังแสง พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดมหาสารคาม ขอถามคำถามที่ ๓ ในคำถามที่ ๓ นี้จะเป็นข้อกังวลของพี่น้องประชาชนที่เป็นข้อกังวลหลัก หลักก็คือเกรงว่า ถ้ารัฐบาลปล่อยไปเช่นนี้ ด้วยความคิดความเชื่อแล้วก็ภูมิปัญญาที่ทุกคนพิจารณา เชื่อว่าจะเกิด ความไม่มั่นคงในเรื่องของทรัพย์สินทางสังคม แล้วก็ความมั่นคงของคนไทยเองในอนาคต ผมเรียนว่าโดยส่วนตัวนะ ผมไม่คิดว่าจะมีใครคิดขายชาติหรอก ท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี ท่านรัฐมนตรีก็ตาม ผมไม่เชื่อว่าท่านคิดจะขายชาติ แต่มันจะเป็นไปโดยบังเอิญหรือทางอ้อม ด้วยภูมิปัญญาที่ไม่ถึง ด้วยการคาดการณ์ที่ผิดพลาด มันจะเป็นไปโดยที่เราจะมาเสียใจ ภายหลังว่าเราขายชาติโดยไม่ได้เจตนาเท่านั้นแหละ ที่เป็นเช่นนั้นผมขอยกตัวอย่างว่า เรื่องอย่างนี้แม้จะอ้างว่าเคยเกิดในหลายประเทศ หลายประเทศเคยทำ ข้อผิดพลาดข้อนี้แหละ ที่จะทำให้เกิดปัญหาตามมา ก็คือว่าเราอ้างต่างชาติ แต่เราไม่ได้ดูเปรียบเทียบว่าต่างชาติ กับเราเป็นอย่างไร หลายประเทศมีคนพูดว่าคนไทยไปซื้อที่ดินอังกฤษ สหรัฐอเมริกาก็มี ใช่ แต่มันจะมีปัญหาต่างกันที่ว่าประชาชนของเราโดยศักยภาพ โดยความเข้มแข็ง หรือโดย โครงสร้างเศรษฐกิจของไทยมันเข้มแข็งสู้ต่างชาตินั้นหรือไม่ ถ้าเราเข้มแข็งพอ คือศักยภาพคนไทยเข้มแข็งพอ โครงสร้างของเราแข็งพอ ใครก็มาซื้อไม่ได้ ใครก็มาทำลายโครงสร้างเราไม่ได้หรอกครับ คนไทยไม่ตกเป็นทาสแน่นอน แต่ถ้าเราอ่อนแอกว่า โดยตัวศักยภาพคน โครงสร้างอ่อนแอกว่าต่างประเทศ ตรงนั้นละอันตราย ไม่มีคนอังกฤษ หรือไม่มีคนยุโรปชาติไหนที่จะยอมเป็นนอมินี (Nominee) ให้คนไทย ท่านจำไว้นะครับ ไม่มีฝรั่งยอมเป็นนอมินี (Nominee) ให้คนไทย แล้วซื้อที่ดินแทนคนไทยหรอก แต่คนไทยเรานี้ ต้องยอมรับว่าคนไทยเรายอมเป็นนอมินี (Nominee) ให้ต่างชาติเยอะ นี่คือความอ่อนแอ ของเราในเชิงบุคคล ในเชิงปัจเจก และในเชิงโครงสร้าง ถ้าข้อแตกต่างอย่างนี้แล้วเราจะไป คิดว่าเขาทำได้เราก็ทำ อังกฤษทำ เราทำจะเป็นอะไร ญี่ปุ่นทำ เกาหลีทำ สิงคโปร์ทำ เราทำได้คิดผิด คนไทยไม่ได้เลยครับ เพราะเราอ่อนแอกว่า ตอนนี้ต้องคุ้มครองคนไทย มาตรการเราต้องคุ้มครอง แต่คนชาติเขาเขาต่อเลย แล้วข้อสำคัญที่สุดชาติเหล่านั้น มีการเฉลี่ยการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม ไม่มีความเหลื่อมล้ำ ใครจะไปซื้อก็ซื้อ แต่มัน ไม่กระทบประชาชนเขาหรอก เขามีที่ดินในมือพอเพียงกันทุกคน แต่คนไทยนี้ไม่ใช่ คนไม่มี ไม่มีเยอะเลย ถ้าเรายังปล่อยมาตรการแบบนี้มันจะยิ่งเกิดความเหลื่อมล้ำมหาศาล ถ้าไม่มี มาตรการที่ดี นี่ประการที่ ๑ ประการต่อมา ท่านอย่าไปคิดว่ารัฐบาลก่อนปี ๒๕๔๒ กับปี ๒๕๔๕ ทำแล้วไม่มีปัญหา แล้วชุดนี้ทำก็น่าจะไม่มีปัญหา ไม่ใช่นะ ในยุคนั้น ท่านครับ บริบทต่างกัน ๒๐ ปีที่ผ่านมา วันนั้นจบลงด้วยการไม่มีต่างชาติมาซื้อหรอก ไม่ได้ขายชาติเลย และไม่ได้เสียเลย เพียง ๗-๘ ราย แต่คราวนี้บริบทเปลี่ยนไปเยอะ เยอะอะไรครับ ท่านเห็นไหมครับอาคารชุดที่ท่านประกาศขาย ที่ท่านให้ต่างชาติซื้อ วันนี้ซื้อกันมากเลย ท่านประธานครับ ยอดโอนพรวด ๆ นั่นคือแนวโน้มต่างชาติอยากจะมาเอาถือครองที่ดิน ในประเทศไทยเกิดขึ้นแล้ว ๒. สังคมผู้สูงอายุ วันนี้ผู้สูงอายุจากต่างชาติถูกส่งออกมาเพื่ออยู่ ประเทศที่ ๒ ที่ ๓ เขาเล็งมาหลายประเทศ เพราะฉะนั้นโอกาสที่เขาอยากได้ที่ดินของไทย มีเยอะ เพราะฉะนั้นมันจะไม่เหมือนรัฐบาลปี ๒๕๔๒ ปี ๒๕๔๕ แล้ว ความต้องการที่ดินไทย มันจะมากขึ้น ในขณะที่คนวันนั้นเข้มแข็ง วันนี้คนของเราอ่อนแอ อันนี้เสี่ยงนะครับ อันตรายมาก ผมจึงอยากเรียนถามทางรัฐบาลว่าท่านได้คำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้หรือไม่ ว่าในขณะที่ศักยภาพ คนไทย โครงสร้างเศรษฐกิจเราเป็นแบบนี้ แล้วดีมานด์ (Demand) หรือความต้องการที่ดิน ของคนในโลกทิศทางมันมาแบบนี้ท่านมีมาตรการอย่างไรจะเอาอยู่ ท่านมีมาตรการอย่างไร จะปกป้องคนไทย ซึ่งวันนี้ส่วนใหญ่อ่อนแอลงกว่าเมื่อก่อน ถ้าท่านไม่มีมาตรการที่ดีพอ อย่างที่ทุกคนวิตก เงิน ๔๐ ล้านบาทของคนต่างชาติน้อยมาก เกิดเขารวมกันมาสัก ๑๐๐ คน ๑,๐๐๐ คนมันก็จะกี่ไร่ และในที่สุดคนไทยลูกหลานไทยวันนี้ทางอ้อมก็จะได้ซื้อที่ดิน ที่แพงขึ้น เข้าไม่ถึงที่ดิน แล้วสิ่งที่จะเกิดก็คือความมั่นคงในชีวิตคนไทยเอง ความมั่นคงของ ประเทศเองจะมีปัญหา อยากทราบมาตรการเหล่านี้ ๑. ท่านตระหนักหรือไม่ วิเคราะห์ หรือไม่ ๒. มีมาตรการอะไร เรียนเชิญครับ