สามารถ เสนอมาตรการรับมือปัญหายาเสพติด ทั้งชายแดน-ออนไลน์-เรือนจำ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๕

สามารถ เจนชัยจิตรวนิช ชี้แจงผลการดำเนินงานของกรรมาธิการวิสามัญเกี่ยวกับยาเสพติด พร้อมเสนอมาตรการหลายด้านทั้งการสกัดกั้นตามชายแดนและชายฝั่ง การติดตั้งกล้องวงจรปิดคุณภาพสูง การควบคุมแพลตฟอร์มออนไลน์ การบังคับใช้กฎหมายคอมพิวเตอร์อย่างเข้มงวด การเก็บข้อมูลบิ๊กดาตา การตรวจพัสดุด้วยเครื่องเอกซเรย์ การยึดทรัพย์ผู้กระทำผิด การเสริมบทบาทชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน การเปลี่ยนแนวคิดการจัดการจากผู้กระทำผิดเป็นผู้ป่วย การปรับระบบคัดกรอง บำบัด ฟื้นฟู การมีส่วนร่วมของชุมชนและสถานศึกษา รวมถึงการบำบัดฟื้นฟูในเรือนจำผ่านความร่วมมือระหว่างกรมราชทัณฑ์ กระทรวงสาธารณสุข และ ป.ป.ส. พร้อมเรียกร้องการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช กรรมาธิการ

ต้องกราบขอบคุณท่านประธานสภา แล้วก็ท่านประธานกรรมาธิการครับ กระผม นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ในฐานะกรรมาธิการ และที่ปรึกษากรรมาธิการครับ วันนี้ได้รับมอบหมายจากท่าน พลตำรวจเอก ยงยุทธ ในฐานะ ประธานกรรมาธิการให้มาชี้แจงในเรื่องเกี่ยวกับกรรมาธิการวิสามัญยาเสพติด ในเรื่องของ การปราบปรามยาเสพติดนั้นต้องนำเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ผมมั่นใจว่า ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านได้รับฟังปัญหายาเสพติดมาจากพ่อแม่พี่น้องประชาชน จึงได้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา วันนี้กรรมาธิการวิสามัญได้ทำรายงานเรื่องนี้เสร็จสิ้น แต่อย่างว่าครับ กรรมาธิการทำเสร็จแล้วมันไม่ได้อัปเดต (Update) บางเรื่องอาจจะ ไม่ทันท่วงทีกับในยุคปัจจุบัน สิ่งสำคัญที่สุดที่อยากจะนำเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในเรื่องของการป้องกันและปราบปราม ในรายงานนี้บอกไว้อย่างชัดเจนครับ ซึ่งอยู่ในมือ ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน การปราบปรามยาเสพติดนั้นเราเห็นมานานแล้ว มันแก้ไม่ได้ เนื่องจากอะไรครับ เนื่องจากประเทศไทยนั้นเป็นประเทศที่มีชายขอบที่ติดกับ เพื่อนบ้าน โดยเพื่อนบ้านนั้นมีวัตถุประสงค์ในการผลิตยาเสพติด ประเทศไทยนั้นเป็น ประเทศเดียวที่จะเดินทางด้วยรถยนต์ ไปประเทศมาเลเซียต้องผ่านประเทศไทย ฉะนั้น ในกรรมาธิการก็เลยเสนอแนะว่าเราคงจะต้องมีการควบคุมแหล่งผลิตยาเสพติดนอกประเทศ อย่างที่นำเรียนวันนี้ชายแดนฝั่งตะวันตกนั้น จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดตาก ติดประเทศ เพื่อนบ้านคือพม่า แม้แต่จังหวัดเชียงรายก็ติดครับ สามเหลี่ยมทองคำก็เป็นแหล่ง ฉะนั้น ในกรรมาธิการก็บอกว่าเราควรเพิ่มมาตรการสกัดกั้น ตามชายแดนหรือแนวชายฝั่งตลอด ลำน้ำโขง แล้วก็ต้องมีมาตรการที่เข้มข้นในเรื่องของศุลกากร เพื่อที่จะต้องไม่ให้ประเทศไทยนั้น เป็นศูนย์กลางเครือข่ายยาเสพติดหรือที่เราเรียกว่าฮับ (Hub) นั่นก็คือสิ่งที่กรรมาธิการเสนอ ในข้อแรกครับ

ในข้อที่ ๒ การป้องกันยาเสพติดตามแนวชายแดน ต้องยอมรับว่าภาครัฐนั้น จัดสรรงบประมาณมาก ในกรรมาธิการก็เลยบอกว่าควรจะเสนอครับ ควรจะเสนอให้มีการ ติดกล้องวงจรปิดซีซีทีวี (CCTV) ที่มีประสิทธิภาพสูงให้แก่หน่วยงานในพื้นที่ เพราะอย่าง ในพื้นที่รับผิดชอบของฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบเป็นกล้องวงจรที่มีคุณภาพสูง ก็สามารถที่ จะช่วยสกัดกั้นการนำเข้ายาเสพติดได้ อย่างที่กรมเจ้าท่าเขามีกล้องวงจรปิดที่สามารถ ซูม (Zoom) ได้ถึง ๒๐๐ เท่า ถ้าเราเอาเครื่องมือเหล่านั้นมาสนับสนุนตามแนวชายแดน ให้มีอุปกรณ์ที่ทันสมัยก็จะช่วยกันสกัดกั้นยาเสพติดหรือสารตั้งต้นของยาเสพติดได้ครับ

ข้อที่ ๓ ที่กรรมาธิการเสนอ ก็คือวันนี้ต้องยอมรับว่ายาเสพติดไม่ได้ขน ไม่ได้ซื้อขายกันปกติครับ มีการซื้อขายผ่านออนไลน์ (Online) มากขึ้น ก็คือใช้แพลตฟอร์ม โซเชียล (Platform Social) นี่ละครับ ทางกรรมาธิการก็บอกว่าก็ต้องควบคุมปัญหา แพลตฟอร์ม (Platform) ต่าง ๆ ให้ได้ โดยมีกฎหมายครับ มาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ปี ๒๕๕๐ ตรงนี้ก็ต้องเอามาบังคับใช้ ให้มากขึ้นครับ ต่อมาครับ ในเรื่องของการเก็บข้อมูลแบบบิ๊กดาตา (Big Data) สิ่งสำคัญที่สุด วันนี้ต้องยอมรับครับว่าอย่างที่ท่านกรรมาธิการท่านคุณหมอเพชรดาวได้พูดไปว่าเรามี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือการปราบปรามยาเสพติดมากมาย แต่การเก็บข้อมูล ในฐานะบิ๊กดาตา (Big Data) ยังไม่เพียงพอ จึงได้มีการเสนอในฐานะกรรมาธิการบอกว่า ควรจะต้องมีการเก็บบิ๊กดาตา (Big Data) ของเบอร์มือถือทุกเบอร์ และศูนย์ปฏิบัติการของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า หรือ ศปก.ตร.สน. จะเป็นคนใช้งานเพื่อความรวดเร็ว และวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อจะได้สกัดกั้นเรื่องของยาเสพติดได้อีกทางหนึ่ง ต่อมาครับจากปัญหา การลักลอบส่งยาเสพติดผ่านระบบโลจิสติกส์ (Logistics) วันนี้ต้องยอมรับว่าประเทศไทยนั้น การซื้อขาย การขนส่งนั้นสะดวกมากมาย เราไม่ได้มีแค่ไปรษณีย์ไทยเหมือนแต่ก่อน หรือเหมือนแต่ในอดีตแล้ว เรามีระบบขนส่งมากกว่า ๑ แห่ง มีเอกชนอีกหลายรายในเรื่อง ของการขนส่ง ฉะนั้นการลักลอบส่งยาเสพติดผ่านโลจิสติกส์ (Logistics) ต่าง ๆ นั้น ก็จะต้อง มีเครื่องเอกซเรย์ (X-ray) คือปัจจุบันนี้เครื่องเอกซเรย์ (X-ray) ไม่ได้มีตามจุดส่งของ ซึ่งก็ไม่สามารถทำให้ผู้รับฝากส่งนั้นตรวจสอบได้ว่าคนที่มาส่งนั้นได้มีการส่งยาเสพติดหรือไม่ อันนี้ก็เป็นข้อเสนอที่ทางกรรมาธิการได้เสนอครับ

อีกเรื่องหนึ่ง ในเรื่องของการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้กระทำ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องยอมรับว่าในเรื่องของปัญหายาเสพติดนั้น เรื่องของเส้นเงิน การค้ายาเสพติดนั้นมีผลมากในเรื่องของการทำให้มีแรงจูงใจ หลายครั้งที่จากผู้เสพยาเสพติด พัฒนาเป็นผู้ค้ารายย่อยและพัฒนาจนเป็นผู้ค้ารายใหญ่ คนเหล่านั้นเขาไม่ได้ติดยา เขาไม่ได้ เสพติดยาเสพติด แต่เขาเสพติดจากรายได้จากการค้ายาเสพติด ทางกรรมาธิการป้องกัน และปราบปรามซึ่งเป็นอนุกรรมาธิการในกรรมาธิการวิสามัญก็ได้เสนอว่าจะต้องให้ ปปง. รวมถึง ป.ป.ส. ซึ่งต้องขอบคุณสภาแห่งนี้ครับ ที่ได้มีการออกกฎหมายประมวลกฎหมาย ยาเสพติดซึ่งให้มีผลย้อนหลังในเรื่องของการยึดทรัพย์ ซึ่งตรงนี้ก็สอดคล้องกับที่กรรมาธิการ ได้เสนอไว้ในรายงานครับ

อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการเสริมพลังให้กับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือชุมชน อย่างที่บอกครับ เรามีชุด ชรบ. ก็คือสิ่งสำคัญที่สุดทำอย่างไรให้ชุด ชรบ. นั้น เขามีองค์ความรู้ มีเครื่องมืออุปกรณ์ที่สามารถปฏิบัติหน้าที่แทนตำรวจได้ในการที่เขาจะต้อง ตรวจตราการเข้าออกของชุมชน การเฝ้าระวังของชุมชนและสามารถดำเนินการในการ ที่จะป้องกันและปราบปรามยาเสพติดได้ครับ นี่ก็เป็นเรื่องที่ได้พิจารณาในเรื่องของการ ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องนำเรียนท่านประธานสภาไปยังท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ก็คือเรื่องของการบำบัด รักษา และฟื้นฟูปัญหายาเสพติด ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นหนึ่ง ในอนุกรรมาธิการที่ท่านประธานกรรมาธิการได้ตั้งขึ้นมา แล้วท่านก็ได้มอบหมายให้มาชี้แจง ก็คือการบำบัด รักษา ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ผมมั่นใจว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่านคงเห็นในเรื่องของคนติดยาเสพติดมากขึ้น เพราะอะไรล่ะครับ เพราะวันนี้ ตัวประมวลกฎหมายยาเสพติดนั้นเขาเปลี่ยนแนวความคิดของคนติดยาเสพติดจากผู้เสพ ยาเสพติดเป็นผู้ป่วยครับ ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดในเรื่องของการเปลี่ยนผ่านจากการปราบปราม ยาเสพติดในแบบเดิมมาเป็นรูปแบบใหม่นั้นก็ต้องเปลี่ยนแนวความคิดครับ สิ่งสำคัญที่สุดในเรื่องของการคัดกรองครับ การคัดกรองบำบัดรักษาฟื้นฟูนั้นต้องจำแนก ผู้ป่วยให้เข้าสู่การบำบัดอย่างเหมาะสม การบำบัดนั้นจะต้องมีสถานรับรองครับ มีการรับรอง ผู้เสพยาเสพติดนั้นเพียงพอและต้องมีความชัดเจน และมีสถานที่ดูแลต้องชัดเจนครับ เมื่อบำบัดครบกระบวนการแล้วต้องมีการติดตาม มีการช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัด โดยให้ ชุมชนและสังคมให้โอกาสบุคคลเหล่านั้นได้พิสูจน์การกระทำเพื่อไม่ให้กลับไปกระทำ ความผิดซ้ำในเรื่องยาเสพติด อย่างที่บอกครับว่าในเรื่องของการบำบัดนั้นไม่ใช่แค่ทำให้เขา หายจากการติดยาเสพติด สังคมต้องให้โอกาสเขาด้วย ในการที่เขาสามารถกลับมามีส่วนร่วม ของคนในชุมชนหรือสามารถกลับมาประกอบอาชีพที่สังคมยอมรับ สิ่งที่กรรมาธิการเสนอ อีกก็คือในเรื่องของการบำบัดครบกระบวนการครับ ที่ผ่านมาท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คงพบและคงเผชิญปัญหาเหล่านี้ ในเรื่องของการบำบัดแล้วกลับมายังไม่หาย ก็กลับไป ติดยาเสพติดซ้ำอีก นั่นก็คือสิ่งที่จะต้องทำให้ครบกระบวนการครบถ้วนครับ ในเรื่องของ การสร้างระบบหรือกลไกในการทำหน้าที่จิตสังคมนะครับ โดยสถานศึกษาทุกแห่ง อย่างที่ ท่านคุณหมอเพชรดาวได้พูดครับว่าในเรื่องของทักษะสมองนั้นมีส่วนสำคัญ ในเรื่องของการ ที่จะช่วยกันบำบัดผู้ป่วยยาเสพติด เพราะถ้าเด็กมีปัญหาครอบครัวไม่สามารถแยกแยะได้ ก็จะสามารถทำให้เด็กนั้นกลับไปติดยาเสพติดได้อีก

อีกเรื่องหนึ่งครับ ในเรื่องของการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในเรือนจำ กรมราชทัณฑ์ควรมีการประสานกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อทำงานร่วมกันในการสังเกต พฤติกรรมของนักโทษผู้ติดยาเสพติด โดยใช้วิธีการรักษาเป็นรายบุคคลและแสวงหา แนวทางการบำบัดฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้ต้องหาต่อไปครับ ซึ่งเรื่องนี้เองกรมราชทัณฑ์ก็ต้อง ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดด้วยในเรื่องของ การวางแผนในการใช้งบประมาณ เพื่อให้การใช้ประมาณนั้นเกิดประสิทธิภาพสูงสุดครับ

แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งครับ ในเรื่องของการบำบัดฟื้นฟูนั้นวันนี้ก็ต้องนำเรียนว่า เรายังขาดช่วงในการที่จะติดตามการดำเนินการในเรื่องของการบำบัดฟื้นฟู ในเรื่องของ อนุกรรมาธิการ เรื่องของการป้องปราม แล้วก็บำบัดฟื้นฟู ก็ดำเนินการเรียบร้อยครับ ขอบคุณ ท่านประธานสภาครับ