ประทีป ธนกิจเจริญ ชี้แจงและตอบข้อซักถามเกี่ยวกับร่างธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 3 โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชัดเจนในเนื้อหา กระบวนการ และการปฏิบัติ พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพในการลดความเหลื่อมล้ำและการเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชน ก่อนเสนอกรอบแนวคิด ยุทธศาสตร์ และมาตรการ 32 รายการ รวมถึงคำนิยามร่วม เพื่อผลักดันให้เกิดระบบสุขภาพที่เป็นธรรมและยั่งยืน พร้อมขอรับข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจากที่ประชุมเพื่อทบทวนให้สมบูรณ์ก่อนประกาศใช้
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพอย่างสูง และเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรผู้ทรงเกียรติผ่านทางท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ จะขออนุญาตเรียนตามสิ่งที่ทางท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรผู้ทรงเกียรติทั้ง ๑๐ ท่านได้กรุณาให้ข้อชี้แนะ รวมทั้งจะขออนุญาตชี้แจงสรุปสั้น ๆ และหลังจากนั้นก็คงเป็นไปตามที่ทางท่านประธานเป็นช่วงของการที่จะขอเรียนหารือเรื่องนี้ กับทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อนะครับ
คือโดยสรุปท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทั้ง ๑๐ ท่าน ได้กรุณา ให้ข้อคิดเห็นในภาพรวมของธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. .... ข้อที่ ๑ ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องใหญ่เป็นเรื่องสำคัญต่อทั้งประเทศและต่อ ประชาชน ข้อที่ ๒ ในเอกสารที่นำเสนอต่อสภานั้นยังไม่ได้แซมกระบวนการที่มาที่ไป และข้อมูลที่ชัดเจนพอ ข้อที่ ๓ ไม่เห็นความชัดเจนในทางปฏิบัติ ข้อที่ ๔ ไม่ได้แก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชน เช่นปัญหาเรื่องความไม่เท่าเทียม หรือปัญหาเรื่องการเข้าถึง ระบบบริการสุขภาพที่ยังคงเป็นปัญหาอยู่ และข้อที่ ๕ เอกสารที่นำเสนอต่อทางสภานี้ ยังไม่ชัดเจน ยังไม่สมบูรณ์ ทั้ง ๕ ข้อนี้ผมขออนุญาตที่จะนำเสนอภาพรวม คือเนื่องจาก ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. .... เป็นเครื่องมือภายใต้ พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ตามมาตรา ๔๖ ที่กำหนดให้คณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติ ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ขณะนี้ท่านได้มอบให้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีคือท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธาน ให้เป็นผู้ทำขึ้นเพื่อใช้เป็น กรอบและแนวทางการกำหนดนโยบายยุทธศาสตร์ และการดำเนินงานด้านสุขภาพของ ประเทศ เพื่อใช้เป็นกรอบและแนวทางในการกำหนดนโยบายยุทธศาสตร์และการดำเนินงาน ด้านสุขภาพของประเทศ หรือพูดแบบเข้าใจง่าย ๆ ก็คือเพื่อเป็นเข็มทิศของระบบสุขภาพ ส่วนในแง่รายละเอียดของการปฏิบัตินั้นจะต้องผ่านไปตามหน่วยงานต่าง ๆ เพราะว่า ในพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้กำหนดว่าถ้าธรรมนูญว่าด้วยระบบ สุขภาพแห่งชาติได้ถูกประกาศใช้แล้ว ให้มีผลผูกพันต่อหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะใช้ไปดำเนินการ ตามอำนาจหน้าที่ต่อนะครับ ฉะนั้นในกระบวนการของการดำเนินการของการจัดทำร่างธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพ แห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. .... ทางคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจึงได้ตั้งคณะกรรมการ จัดทำธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. ..... ซึ่งมีดอกเตอร์สุวิทย์ เมษินทรีย์ เป็นประธาน และมีกรรมการประกอบด้วยภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามาร่วม ได้มีการดำเนินการ มาตั้งแต่เดือนธันวาคม ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา มีการดำเนินการมาเป็นเวลาปีเศษ ๆ โดยผ่าน กระบวนการการมีส่วนร่วมต่าง ๆ ด้วยการยึดหลักว่า การยกร่างธรรมนูญฉบับใหม่นี้จะต้อง ใช้หลักการทางวิชาการ การมีส่วนร่วมและการสื่อสารสังคมอย่างต่อเนื่อง จึงมีการจัด กระบวนการฟังความเห็นของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งที่เป็นกลุ่มเฉพาะและในภาพรวมหลาย สิบครั้งตลอดเวลา ๑-๒ ปี จนกระทั่งมีการยกร่างและผ่านการเห็นชอบของคณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคมของปีนี้ และหลังจากนั้นก็เข้าสู่ที่ประชุมของ คณะรัฐมนตรีตามที่ทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ทราบกันแล้วเมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยเนื้อหาสำคัญของตัวธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. .... มีสาระสำคัญทั้งหมด ๔ ส่วน
อันที่ ๑ เป็นการประมวลสถานการณ์และปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพในระยะ ๕ ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นการประมวลทั้งภาพใหญ่ของระดับโลกลงมาจนกระทั่งปัญหาที่เรา เจออยู่ในระบบสุขภาพ แล้วก็สอดคล้องกับทิศทางของการประมวลผลของทางการจัดทำ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ ของทางสภาพัฒน์
อันที่ ๒ กำหนดกรอบแนวคิดปรัชญาและเป้าหมายร่วมของระบบสุขภาพ ว่าใน ๕ ปีข้างหน้าเราตั้งเป้าหมายจะเดินหน้าไปอย่างไร
อันที่ ๓ เป็นรายละเอียดมาตรการสำคัญสู่เป้าหมายระบบสุขภาพ ที่พึงประสงค์ ซึ่งมีทั้งหมดอยู่ ๓๒ มาตรการ
และสุดท้าย เป็นเรื่องของคำนิยามต่าง ๆ เพื่อให้หน่วยงานและภาคส่วนอื่น ๆ ได้มีความเข้าใจตรงกันว่าภายใต้ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติที่มีการระบุเป็นกรอบ ทิศทางต่าง ๆ นั้น มีคำนิยามหรือมีคำศัพท์ต่าง ๆ ให้เข้าใจตรงกันคืออะไร โดยเรา มีเป้าหมาย ๕ ปี คือต้องการให้เห็นว่าระบบสุขภาพที่เป็นธรรม ซึ่งมีมิติสุขภาพทั้งทางกาย ทางจิต ทางปัญญาและทางสังคม และมีแนวทางการดำเนินการใหญ่ ๆ อยู่ ๓ ส่วนคือ
๑. การพัฒนากระบวนการการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในตลอดช่วงเวลา ของการที่เรามีธรรมนูญในการประกาศใช้
๒. การทำสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศหรือกลไกต่าง ๆ ให้เอื้อต่อการ มีสุขภาพที่ดี ซึ่งก็จะทำผ่านหน่วยงานต่าง ๆ
๓. การให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ในทุกกลุ่มวัย และทุกระดับ ทั้งหมดนี้ก็เป็นการดำเนินการภายใต้เนื้อหา ซึ่งในเอกสารที่ส่งมอบให้กับ ทางสภาอาจจะสรุปรวบรัดไปหน่อย แต่ความเป็นจริงแล้วเราจะมีเอกสารข้อมูลต่าง ๆ ตลอดกระบวนการดำเนินการทั้งปี
ซึ่งทั้งหมดนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติซึ่งเป็น ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติที่ได้กรุณาให้ข้อคิดเห็น ให้ข้อชี้แนะ รวมทั้งเรื่องของ กระบวนการจัดทำเอกสาร ซึ่งในส่วนของเอกสารนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพ แห่งชาติจะรับไปดำเนินการแก้ไขใหม่อีกครั้ง และถ้าเกิดทางสภาจะให้โอกาส ทางสำนักงาน ก็จะนำเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อขอคำชี้แนะเพิ่มเติมจากทางสภาใหม่อีกครั้งหนึ่งครับ