สมศักดิ์ เทพสุทิน ชี้แจงกรณีนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก หลบหนีระหว่างขึ้นศาล โดยอธิบายลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่การนำตัวจากเรือนจำ การใช้ห้องน้ำหลายครั้งก่อนหลบหนี ความผิดปกติในการควบคุมตัว และการตั้งข้อสังเกตเรื่องเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ พร้อมระบุอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียด
พอดีมีผู้จด มาให้ผมเป็นอย่างนั้น ต้องขอประทานโทษนะครับ ของ คุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในประเด็นกรณีของ นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก หลบหนีระหว่าง ขึ้นศาลยุติธรรม ต้องเรียนท่านประธานที่เคารพว่า นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก เป็นผู้ต้องหา ระหว่างการพิจารณาคดี และเรือนจำคลองเปรมได้รับ นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก เข้าอยู่ที่ เรือนจำกลางคลองเปรมนี้ตั้งแต่วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๔ นับจากวันนั้นถึงวันนี้เป็นระยะเวลา ๑ ปีกับ ๗ เดือน ก็เป็นส่วนหนึ่งที่มีการออกศาล หมายความว่านำตัวนายประสิทธิ์เข้ามาที่ศาลบ่อยครั้ง เป็นระยะเวลา ได้สอบถามจากเจ้าหน้าที่ ว่าบางสัปดาห์ ๒ ครั้ง เมื่อนับวันเวลาดูแล้วนายประสิทธิ์จะมาที่ศาลประมาณนับเป็นร้อยครั้ง การดำเนินการในวันนั้นต้องเรียนว่านำตัวนายประสิทธิ์จากแดนคุมขังแดน ๑๐ มาสู่แดนกลาง ตรงแดนกลางก็จะต้องมาดำเนินการติดเครื่องพันธนาการ ได้สอบถามดูเครื่องพันธนาการ ของเรือนจำสำหรับนักโทษที่ต้องมีเครื่องพันธนาการในขณะขึ้นศาลนั้นประมาณ ๒๕ ชุด ในจุดนั้นเป็นจุดที่ต้องมีกุญแจหรือการดำเนินการต่าง ๆ และมีเวรยามในการดูแล เป็นยาม ในส่วนกลางคืน ๔ กะ และในตอนเช้าอีก ๑ กะ เป็นยามกลางคืนระยะเวลา ๑๖ ชั่วโมง แต่ก็ไม่ได้เป็นสาระอะไรสำคัญต่าง ๆ เพราะคำถามของท่านอมรัตน์ได้พูดถึงเรื่องเครื่องแบบ และห้องน้ำเฉพาะ การดำเนินการตรงนี้ก็ได้นำผู้ต้องขังออกจากเรือนจำคลองเปรมมาที่ ศาลอาญารัชดาในเวลาประมาณ ๐๙.๐๐ นาฬิกา และนำพามาอยู่ในห้องชั้นล่างของศาล ซึ่งมีห้องน้ำหรือสิ่งที่ห้องควบคุมขังต่าง ๆ เหล่านั้นเป็นห้องเฉพาะของนักโทษอยู่แล้ว แต่นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ไม่ได้ขอใช้ห้องน้ำชั้นล่าง แต่หลังจากนั้นได้นำตัวนายประสิทธิ์ ขึ้นมาที่ชั้น ๙ เพื่อจะนำมาสู่การพิจารณาในห้องการพิจารณา ๙๐๓ แต่ในขณะที่นำขึ้นลิฟต์มา นายประสิทธิ์ก็ขอผู้ที่ควบคุมว่าปวดท้องหนักไม่สามารถที่จะทนต่อไปได้ เจ้าหน้าที่ก็มองเห็นว่า เพิ่งขึ้นมาจากชั้นล่างสุดมาสู่ชั้นการพิจารณาของศาลคือ ๙๐๓ ในชั้น ๙๐๓ เมื่อขอเข้า ห้องน้ำก็ตัดสินใจให้เข้าไปใช้ห้องน้ำของประชาชนหรือผู้คนที่มาศาลที่ไม่ใช่เป็นผู้ต้องขัง ก็เข้าไปครั้งแรก หลังจากนั้นเมื่อเสร็จภารกิจในห้องน้ำก็ได้พานายประสิทธิ์เข้าสู่ ห้องพิจารณา ๙๐๓ ในการดำเนินการหลังจากในห้องพิจารณาเสร็จสิ้น ก็มีแฟนคลับ (Fan club) ของนายประสิทธิ์อยู่หลายคนที่มาเชียร์ (Cheer) หรือมาให้ข้อมูลหรือให้การ สนับสนุนของนายประสิทธิ์ในห้องพิจารณาของศาลซึ่งศาลได้อนุญาตให้เข้าไปตรงนั้น ก็มีคำพูดหลายคำ ซึ่งจากการสอบสวนที่คุณอมรัตน์ได้บอกว่า ๗ วันจะสอบให้เสร็จ ซึ่งวันนี้ จะเป็นวันที่รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ และผมก็ได้รับทราบที่ยังไม่ได้สรุปข้อมูล ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ว่าเพื่อจะมาตอบคำถามกระทู้ของท่าน นายประสิทธิ์ก็มีการพูดคุยผ่านผู้คนที่อยู่ในห้อง พิจารณาตรงนั้น บอกว่าจะมีเพื่อนได้ถูกปล่อยตัว ได้มีเสื้อผ้ามาให้หรือยัง คนที่รับฟังคำสั่ง ตรงนั้นคือคนที่เป็นแฟนคลับ (Fan club) ชื่อคุณสมประสงค์ แล้วหลังจากนั้นก็ออกจาก ห้องพิจารณา ในขณะที่ออกจากห้องพิจารณา นายประสิทธิ์ก็ได้ขอจากผู้คุมว่ามีการปวดท้อง อย่างรุนแรงอีกครั้งหนึ่ง ผู้คุมก็ได้ตัดสินใจนำเอาคุณประสิทธิ์ได้เข้าห้องน้ำเหมือนกับครั้งที่ ขึ้นจากชั้นล่างเมื่อตอน ๙ โมงเช้า ก็เป็นเหตุให้เกิดเหตุการณ์ดังที่คุณอมรัตน์ได้อภิปรายไป เมื่อสักครู่นี้ และในขณะที่นั่งเฝ้าห้องน้ำอยู่ก็มีการเปลี่ยนชุดเสื้อผ้าออกมาทำให้ผู้คุม ที่ติดตามไปนั้นไม่ได้สังเกต ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ว่าเป็นนายประสิทธิ์หรือเปล่า เพราะมีการปลอมแปลงตัวอย่างที่คุณอมรัตน์ แต่ว่าเมื่อผู้คุมสงสัยก็เข้าไปดูห้องดังกล่าวนั้น ก็ไม่พบนายประสิทธิ์จึงเอ๊ะใจแล้วก็วิ่งตามลงมา แต่สิ่งหนึ่งที่ได้ถามว่าไม่ได้แต่งเครื่องแบบ ปกติของข้าราชการของราชทัณฑ์ ต้องเรียนอย่างนี้ว่าเขาแต่งเครื่องแบบปกติแต่ใส่เสื้อคลุม ออกมา ซึ่งได้ตรวจสอบดูจากภาพชัดเจนแล้วก็เป็นดังให้ปากคำของเจ้าหน้าที่ที่ให้ปากคำนั้น คนที่เป็นเจ้าหน้าที่คือข้าราชการประมาณ ซี ๖ หรือระดับชำนาญการพิเศษ ชำนาญการ ชื่อ นายสุวรรณ โคตรพัฒน์ และนายสุวรรณก็ได้ติดตามลงมา เพราะฉะนั้นการแต่ง เครื่องแบบตรงนั้นมันก็เป็นไปได้อย่างที่คุณอมรัตน์ได้พูดว่าแต่งแล้วใส่แจ๊กเก็ต (Jacket) คลุมมามันพรางตัวหรือเปล่า อันนี้ก็ยังเป็นการสอบสวนซึ่งจะสรุปวันนี้ ผมมาเร็วไปก่อน เพราะคำถามนี้ยังไม่ได้รับคำตอบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะยังไม่ได้สรุปในเรื่องของการ ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ยังไม่ได้สรุปส่งอธิบดีอย่างชัดเจน และห้องน้ำผมได้ กราบเรียนท่านประธานไปแล้วเพราะว่าเป็นเหตุการณ์ที่เฉพาะ ผมเรียนอย่างนี้ว่าวันหนึ่ง มีผู้ต้องขังที่ออกศาลเป็นจำนวนมาก และในวันดังกล่าวนี้มีถึง ๙๙ คน มีคนที่ออกศาล ๙๙ คน จึงทำให้การดำเนินการในบางส่วนอาจจะไม่เคร่งครัดเท่าที่ควรจะเป็น เราก็ได้ ทำการสอบสวนทวนความแล้วก็คิดว่าจากการดำเนินการตรงนี้ก็ต้องมีผู้คนที่จะต้อง รับผิดชอบจากการดำเนินการว่าทำไมถึงไม่ละเอียดรอบคอบเคร่งครัดในสิ่งต่าง ๆ เราก็รอ คำตอบอยู่เหมือนกัน ขอขอบคุณครับท่านประธานครับ