สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๕

สฤษดิ์ บุตรเนียร หารือเรื่องการแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เพื่อให้ไม่มีดอกเบี้ย ไม่มีค่าปรับ และลดค่าผู้ค้ำประกัน

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นก็ต้องขอร่วมอภิปราย แล้วก็ให้ความคิดความเห็น ในเรื่องของพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษานี้มีอายุมาเกือบ ๓๐ ปีแล้ว ก็เกิดจากนโยบายที่ดี ๆ จากท่านชวน หลีกภัย ก็เป็นนโยบายที่ให้โอกาสลดความเหลื่อมล้ำที่จะให้เกิดความเสมอภาค เป็นเจตนารมณ์ ที่ดีสำหรับเยาวชนของชาติ แต่เหตุการณ์นี้มันผ่านมาตั้งเกือบ ๓๐ ปีแล้ว เพราะฉะนั้น ทางพรรคภูมิใจไทยที่นำโดยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ได้นำเสนอที่จะแก้ไขพระราชบัญญัตินี้ ใหู้้กต้องและให้เป็นความทันสมัยกับเหตุการณ์ ณ ปัจจุบันนี้ โดยที่ไม่ให้มีดอกเบี้ย ไม่มีค่าปรับ แล้วก็ลด ปลดผู้ค้ำประกัน ซึ่งตรงดอกเบี้ยยังไม่เท่าไรครับ แต่เบี้ยปรับเป็น มหาโหดทีเดียว้ึงร้อยละ ๑๘ ต่อปี เป็นความเดือดร้อนอย่างมหันต์ และที่ลูกหนี้ ต้องใช้หนี้กัน บางครั้งู้กฟ้อง้ึงฟ้องล้มละลายเป็นจำนวนมากก็เนื่องจากเบี้ยปรับมหาโหด นี่แหละครับ ท่านอนุทินได้เสนอเข้าสู่สภาแล้ว สภาผู้แทนราษฎรก็เห็นชอบแล้วไม่ให้มีดอกเบี้ย ผ่านวาระที่ ๒ วาระที่ ๓ ไป ไม่มีดอกเบี้ย ไม่มีเบี้ยปรับ ปลดผู้ค้ำประกัน ก็จะมีพรรค ส่วนใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันตามที่เรานำเสนอไปทั้งหมดครับ แต่ขณะเดียวกันบัดนี้เราส่งไปที่วุฒิสภา วุฒิสภาก็มีการแก้ไขลงมาว่าต้องมีเงินเพิ่ม หรือเบี้ยปรับไม่เกิน ๐.๕ ดอกเบี้ยไม่เกิน ๑ เปอร์เซ็นต์ ท่านครับ การที่ผ่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรไป สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้คลุกคลีอยู่กับพื้นที่ รู้้ึงความเดือดร้อน ความทุกข์ยาก ความเจ็บปวดของประชาชนอย่างดี ทางท่านสมาชิกวุฒิสภาก็อาจจะเห็นว่า เงินค่าปรับดอกเบี้ยนั้น หรือกองทุนหมุนเวียนมันต้องมีหมุนกลับสิครับ และท่านคิดสิว่า คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงลูกมากว่าจะมากู้กองทุนอายุ ๑๕-๑๘ ปีกว่าจะได้กู้เงิน เขาเลี้ยงมาอย่าง ทะนุ้นอม ้าไม่ยากจนไม่ลำบากขัดสนจริง ๆ คงไม่เข้าสู่วงจรของการกู้เงินหรอกครับ พ่อแม่ทุกคนรักลูก บางครั้งก็กระเสือกกระสนทำไร่ทำนาส่งลูก แต่ด้วยความคับแค้น นี่แหละครับ ดังนั้นตามที่ท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ก็ได้อธิบายในพรรคภูมิใจไทยไปแล้ว ้ึงความเดือดร้อนของประชาชนตรงนี้ หรือแม้แต่ท่านมานิตย์ สังข์พุ่ม ขอเอ่ยนาม ที่ท่านได้ พรรณนา้ึงความเจ็บปวดที่ประชาชนต้องได้รับอย่างดีแล้ว รัฐบาลเองก็เหมือนกัน คุณพ่อคุณแม่ให้ทุนการศึกษากับลูกมาโดยตลอดก็เพื่อจะมาพัฒนาประเทศ และประเทศชาติละครับ การที่กองทุนจะบกพร่องไปบ้าง กู้มาได้สารพัดกู้ แต่ทำไมจะกู้ เพื่อกองทุนการศึกษานี่ไม่ได้บ้างหรือ แต่ขณะเดียวกันกฎหมายนี้ก็กลับมาที่สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่ง พรรคภูมิใจไทยก็ไม่เห็นด้วยหรอก แต่ว่า้าเกิดไม่ให้มัน ผ่านไปก่อน เด็กนักเรียนเอย ผู้ค้ำประกันละจะทำอย่างไร การตั้งคณะกรรมาธิการร่วม มันต้องใช้เวลา ผมจึงเห็นสมควรว่าอย่างไร ๆ ก็คงไม่คัดค้านหรอก เพราะประโยชน์อันนี้ ก็ตกอยู่กับประชาชน นักเรียน ผู้ปกครองที่เดือดร้อนอยู่ทุกวันนี้ และทุกวันนี้ประชาชน เดือดร้อนกันอย่างมาก ทั้งบริบทของประเทศชาติ การทำมาหากิน เงินเฟ้อ วันนี้รัฐบาลเอง โดยพรรคภูมิใจไทยก็ได้ให้คำมั่นต่อประชาชนว่า้าวันหนึ่งผ่านท่านประธานสภาที่เคารพ ในนามของพรรคภูมิใจไทย เราเสนอว่า้าได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งหนึ่งเราจะพยายาม เสนอให้มีการแก้ไขไม่ให้มีดอกเบี้ย ไม่ให้มีเบี้ยปรับ เพราะคนเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า มากที่สุดแล้วเท่าที่เป็นไปได้ ประเทศชาติเป็นคนรับประโยชน์จากการที่พ่อแม่สร้างเยาวชน สร้างบุตรหลานขึ้นมาเพื่อมารับใช้ประเทศชาติ ประเทศชาติจะไม่เห็นคุณค่าตรงนี้เลยหรือ ที่จะพัฒนาต่อยอด เพราะสุดท้ายโดยเฉพาะวันนี้เราเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย เราต้องการแรงงาน เราต้องการผู้จะมาพัฒนาประเทศชาติเพื่อสร้างภาษี สร้างรายได้ ได้วนรอบกลับมาสู่ในการ ที่จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ คนทุกคนอายุความก็ยิ่งสั้นควรจะต้องกลับมาเรียนรู้ใหม่เพื่อพัฒนา ประเทศ นำความรู้เพื่อที่จะต่อยอด ดังนั้นประเทศชาติควรจะมอง้ึงตรงนี้ ไม่ใช่เพียงแต่ มองว่าคุ้ม ไม่คุ้ม เหมือนธนาคาร เก็บดอกเบี้ย เก็บเบี้ยปรับ จะเอามาทำไมละครับ เราต้องการสร้างให้นักเรียนทุกคน หรือเยาวชนทุกคนเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ ้าคนปลอดหนี้ ก็จะได้มาสร้างฐานของครอบครัวเจริญรุ่งเรือง สร้างเยาวชนลูกหลานต่อไปเพื่อประโยชน์ กับประเทศชาติ เราควรจะมอง้ึงคุณค่าของคนมากกว่าเงินดอกเบี้ยเล็ก ๆ น้อย ๆ ครับ ขอกราบขอบพระคุณมากครับ