ครูมานิตย์ ชี้กม.กองทุนการศึกษากระทบเด็กจน หลังถูกปรับ 7 มาตรา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๕

ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม แสดงความกังวลต่อการแก้ไข พ.ร.บ. เกี่ยวกับกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาที่วุฒิสมาชิกปรับเปลี่ยน 7 มาตราสำคัญ โดยยอมรับด้วยความจำยอมเพื่อไม่ให้กฎหมายล้ม แต่ย้ำว่าจะทบทวนเมื่อพรรคตนได้บริหารประเทศ เนื่องจากเห็นว่าการศึกษาคือโอกาสของเด็กยากจนที่ควรถูกสนับสนุนอย่างแท้จริง

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ผู้แทนพรรคเพื่อไทยจากจังหวัดสุรินทร์ ผมกับท่านดะนัย มะหิพันธ์ ผู้แทนจากจังหวัดอำนาจเจริญ พรรคเพื่อไทยเหมือนกัน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้าน การศึกษาท่านหนึ่ง ท่านมานะ โลหะวณิชย์ ผู้แทนจากชัยภูมิ เรานั่งคุยกันจนตกผลึก แล้วก็มอบหมายให้ผมมาทำหน้าที่แสดงความคิดเห็นกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพราะพวกเรา ทุกคนก็เป็นห่วง ใกล้ปีใหม่แล้วหลายท่านก็อยากเดินทางกลับบ้าน ท่านประธานที่เคารพ จริง ๆ แล้วผมเองก็เป็นกรรมาธิการอยู่ในคณะนี้ แล้วก็อยากนั่งในบรรยากาศแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกับท่านวุฒิสมาชิกว่าท่านคิดอย่างไรกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่ผ่านไปจาก ชั้นกรรมาธิการ แล้วก็ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไป้ึงท่าน ซึ่งเป็นขั้นตอนอีกระดับหนึ่ง ก่อนที่จะส่งให้รัฐบาลนำความทูลเกล้า แล้วท่านก็ไปปรับแก้ไข จริงอยู่ ๒๙ มาตรา ท่านไป ปรับเปลี่ยน ๗ มาตรา ใน ๗ มาตรานี้มันเป็น ๗ มาตราที่เป็นตัวหลักทั้งหมด เราคิดกัน อย่างนี้ท่านประธาน วันนั้นที่เราบอกว่าต้องปลอดทุกอย่าง เพราะเรามองว่าเด็กไทย ส่วนใหญ่เกิดมาเป็นคนที่ยากจน เป็นคนที่ด้อยโอกาส ผมก็คนหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มนี้ ท่านประธานเองก็เป็นคนหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มนี้เท่าที่ผมอ่านหนังสือที่ท่านประธานแจก เราก็เลยอยากเห็นโอกาส เพราะเรายังไม่เคยเห็นใครที่จะให้โอกาสกับเด็กไทยที่ยากจนที่มี ความต่างกันที่เขาเรียกว่าเหลื่อมล้ำอย่างแท้จริง เราก็มาเห็นแค่กองทุนนี้แหละที่จะสร้าง โอกาสให้เด็กได้กับเด็กจน ๆ เราก็เลยมานั่งคิด แล้วเราก็เห็นปัญหาว่าที่ผ่านมาก็ต้องขอบคุณ ท่านชวนแหละท่านเป็นนายกรัฐมนตรีวันนั้นท่านทำกองทุนนี้มา แต่ที่ผ่านมากับกองทุนนี้ โดนฟ้อง โดนยึด โดนปรับ ท่านประธานเมื่อวานฆ่าตัวตายคนหนึ่ง ท่านประธานติดตามสื่อดู กับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ไม่มีเงินส่ง รับแต่หนังสือทวงหนี้ ๆ หาทางออกไม่ได้ ผูกคอตาย ผมจำจังหวัดไม่ได้ นี่คือปัญหาที่เราเห็น แต่เราก็ได้ทำ เราบอกว่าเราลดดอกเบี้ย คือไม่เก็บดอกเบี้ย ไม่มีเงินค่าปรับ เราให้ทุกอย่างเพื่อเห็นอนาคตของเขา แต่เมื่อวุฒิสมาชิก มาเปลี่ยนแปลงใน ๗ มาตราจากดอกเบี้ยไม่เก็บเลย ให้เหลือไม่เกิน ๑ บาทต่อปี หรือเบี้ยปรับ ไม่เกิน ๐.๕ เรามีความจำเป็นต้องรับ ที่รับไม่ใช่ด้วยเหตุผลอะไรหรอกประธาน เพราะว่า ้าเราไม่รับกฎหมายฉบับนี้ตกแน่นอน เพราะผม้ึงไม่เชื่อบรรยากาศของรัฐบาลโดยการนำ ของท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา เลยว่าท่านจะยุบวันไหน หรือดีไม่ดีท่านก็ อาจจะใช้ความคิดอีกแบบหนึ่ง เพราะคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีมาได้ ๒ ทาง ๑. มาจากการ เลือกตั้ง ๒. มาจากการปฏิวัติ ดูท่าทีท่านก็ยังอยากเป็นอยู่ พอท่านอยากเป็นประเมินแล้ว เลือกตั้งสู้ไม่ได้ พอสู้ไม่ได้ก็ต้องจัดการอีกแบบหนึ่ง้ึงจะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ กฎหมายนี้ก็เลยต้องตก พอต้องตกคนเลยต้องเดือดร้อนต่อ อันนี้ชัดเจน เอาละยังพอ กล้อมแกล้มไป วันนี้รับด้วยความจำยอมทั้ง ๗ ข้อ แต่เมื่อไรพวกผมเป็นรัฐบาล วันนั้นแน่นอนท่านประธานได้ทบทวนกันเรื่องนี้ วันนี้เขาเรียกว่า รับทั้งน้ำตา เพราะเรามีความตั้งใจจริง ๆ ว่าเราจะปลดเปลื้องพันธนาการให้กับเด็กจน ๆ ที่อยู่ในชนบท เด็กจน ๆ ที่อยู่บ้านนอก ที่อยู่ชายขอบได้มีโอกาส เพราะปรัชญา ทางการศึกษานี่นักการศึกษาเขียนกันไว้เยอะแยะ การศึกษาคือโอกาส การศึกษาคือพลัง การศึกษาคือรากฐานของประเทศ แล้วแต่คนจะตั้งคำจำกัดความ แต่ไม่เห็นสักทีหนึ่ง ท่านประธานเห็นไหม วันนี้ประเทศไทยเรามีหนี้สินเท่าไร หนี้สินสาธารณะกู้มาซื้อเรือดำน้ำ กู้มาร้ไฟรางคู่ แต่ยังไม่เคยเห็นกู้มาเพื่อการศึกษา ผมอยากเห็นนายกรัฐมนตรีคนไหนก็ได้ ลองขออนุญาตเงินในสภาแห่งนี้กู้มาเพื่อช่วยเหลือ ส่งเสริมให้เด็กไทยได้มีความเท่าเทียมกัน กับด้านการศึกษา ผมจะเอาผ้าแดงไปปูกราบ แต่ที่เราโหวตกันมา เรายกมือให้ในเรื่อง งบประมาณ ในการของบประมาณประจำปี งบประมาณระหว่างปี กู้เพื่อการต่าง ๆ ทั้งนั้น เหมือนกับใครว่าเมื่อสักครู่กู้มาเพื่อโครงการคนละครึ่ง ก็ไม่ว่าครับ ประชาชนเขาได้ประโยชน์ แต่กู้มาเพื่อการศึกษานี่อยากเห็นจริง ๆ อยากเห็นว่ามาทำการศึกษา จริงอยู่วันนี้ ท่านประธานอาจจะบอกว่าวันนี้เราก็มีโครงการเสมอ คือโครงการเท่าเทียมทางการศึกษา แต่ เงินนิดเดียวท่านประธาน คนละ ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท ใช้ทั้งปีจะบริหารจัดการได้ อย่างไรกับการศึกษาละครับ ผมฝากจริง ๆ ฉะนั้นวันนี้อย่างไรพวกผมก็ต้องรับ แต่้าเวลา ของสภามีเหลือผมคนหนึ่งแหละยืนยัน แล้วจะบอกพรรคเหมือนคราวประชุมเมื่อวานว่า อย่าเพิ่งรับ ตั้งกรรมาธิการร่วมอยากรู้ว่าวุฒิสมาชิกได้เอากฎหมายเราไปกลั่นกรองกับเรื่องนี้ เขาคิดอย่างไร ผมอยากรู้เท่านั้นเอง เพราะที่มาของเขากับที่มาของเรามันต่างกัน เขามาจาก การแต่งตั้ง อันนี้ผมไม่ต้องอธิบาย เรามาจากการเลือกตั้ง กว่าเราจะฟันฝ่ามาได้ นี่อีกไม่กี่เดือน เราก็จะเจอบรรยากาศอย่างนี้อีก วิธีคิด หลักคิด มันต่างกัน แต่ผมไม่ได้ตำหนิอะไรเขามาก เพราะมันเป็นหน้าที่ในการกลั่นกรองกฎหมาย แล้วเขายังได้มีโอกาสทำหน้าที่เกินการ กลั่นกรองกฎหมายอีก นั่นก็คือเลือกนายกรัฐมนตรี อันนี้นอกเหนือจากกฎหมายแต่ไปแปะ แขวนไว้ เดี๋ยวจะว่าผมพูดแล้วไม่อ่านกฎหมาย อ่านอยู่ครับ บทเฉพาะกาลให้เขาได้เลือก ท้ายที่สุดนี้ท่านประธานด้วยความเคารพผมต้องรับ พรรคเพื่อไทยต้องรับ แต่เราเข้าใจปัญหา ทุกอย่างเหมือนกับเราอภิปรายในวาระที่ ๑ ผ่านวาระที่ ๒ ผ่านวาระที่ ๓ ไป ้าเรานำไปใช้ แล้ว้ายังมีปัญหา โอกาสเรากลับมาเป็นรัฐบาลเราแก้แน่นอน ขอบพระคุณครับ