สงวน พงษ์มณี ท้วงการรายงานผลใช้จ่ายเงินกู้ที่ล่าช้าและตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เหมาะสมในการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างแบบไม่เปิดแข่งขัน ความโปร่งใสของราคากลาง และการเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้เงิน พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงการคลังชี้แจงโดยเร่งด่วนเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเร่งบรรจุวาระเพื่อป้องกันปัญหาการกำกับดูแลที่ล่าช้าต่อไป
ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทยจังหวัดลำพูน ผมขออนุญาตร่วมศึกษางานกับทางผู้มาชี้แจง เพราะว่า งานแบบนี้คงไม่ใช่งานสุดท้ายที่ท่านจะทำ หมายความว่าอย่างไรครับ กระบวนการตาม กฎหมายกู้เงินถ้าเราไม่ได้มองเห็นว่ากระบวนการให้ใช้เงิน ซึ่งเกิดก่อนการกู้เขียนไว้อย่างไร เรามาอ่านตรงนี้ที่ท่านรายงานก็เหมือนว่าเรามาตรวจงานแทน สตง. คือเป็นเรื่องตัวเลข ต่าง ๆ ซึ่งผมจะไม่แตะต้องตรงนั้น ผมพูดเสร็จเพื่อเป็นกรอบความคิดว่ามีคำถามว่าการทำ แบบที่ทำมานี้มันทำตามกฎหมายหรือเปล่า เอาเรื่องแรกก่อน เรื่องกฎหมายกู้เงินทั้ง ๒ ฉบับ บังคับให้ทางกระทรวงการคลังได้มาชี้แจงว่าจ่ายเงินไปอย่างไรบ้างในรอบปีงบประมาณ โดยเขียนเป็นคำสั่งว่าให้มารายงาน ๖๐ วันหลังจากปีงบประมาณ ก็หมายความว่า ปีงบประมาณเริ่มต้นที่ตุลาคม พฤศจิกายน ๒ เดือน เดือนนี้เลยเข้ามาอีก ๑ เดือนกว่าแล้ว เป็นธันวาคม พฤศจิกายน มกราคม กุมภาพันธ์ไปจนถึงตุลาคม ตุลาคม พฤศจิกายน ๒ เดือนแล้ว ตอนนี้เดือนธันวาคม เรื่องนี้ผมจะสื่อสารไปยังท่านประธานว่าเมื่อกฎหมาย มีคำสั่งให้องค์กรตามรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง กระทรวงการคลังมารายงานหลังนี้ การรายงาน มันควรจะเป็นหลังนั้นทันที ไม่ต้องให้มีการเลื่อนขึ้นมา ผมได้พูดถึงเรื่องนี้กับประธาน หลายครั้ง แล้วก็ครั้งนี้พอพูดเมื่อก่อนวันนี้ก็บรรจุในวาระ แต่ยังดีที่ผ่านมาแค่ ๒ เดือน แต่ครั้งก่อน ๆ นั้นทำหลังนี้มาก รายงานที่ท่านมาหาหลังจากกำหนดในกฎหมายมาก แล้วมันมีปัญหาอย่างไร มันมีปัญหาตามวัตถุประสงค์ที่พูดไว้ท่านครับ วันนั้นเหตุการณ์ เป็นอย่างนี้ วันนั้นผู้ที่ถูกดำเนินคดีเรื่องแพ่งหรือผู้ที่ไปฟ้องแพ่งผู้อื่นเขาถูกเลื่อนคดี ๘ เดือน ๙ เดือน เขาก็มาร้องที่คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน พวกผมซึ่งอยู่ในคณะกรรมาธิการชุดนั้นก็เชิญมาคุยกัน มันมี คำตอบที่อยากจะเล่าให้ท่านประธานฟังเพื่อว่าสื่อมวลชนหรือว่าทางข้างนอกจะได้รู้บ้าง มีคำตอบจากหน่วยงานกำกับเงิน ทางศาลก็บอกว่าเขาไม่สามารถจะทำได้ เพราะเขาต้องการห้องตัดสินที่มันมีลักษณะป้องกัน เครื่องตรวจสอบเอกสารที่ส่งมาให้เขา ให้มันเกิดความสะดวกสบายและมีความปลอดภัยสำหรับผู้พิพากษา ท่านบอกว่าไม่มีเงินทางนี้ ช่วยเลย เมื่อคุยกันทุกฝ่ายแล้วก็เห็นว่าจำเป็น แต่คำตอบจากตัวแทนสภาพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติตอบว่าอย่างไรครับ บอกว่ากิจการศาลไม่เกี่ยวข้องกับประชาชนใช้ไม่ได้ ตามวัตถุประสงค์นี้ การเยียวยาตรงนี้ทำไม่ได้ ผมพูดเรื่องนี้ทำไม เพื่อบอกท่านว่า ในองคาพยพของประเทศนี้สิทธิการเป็นพลเมืองของคนเท่ากันหมด เมื่อเขาทุกข์ใจเรื่องถูก ฟ้องคดี หรือต้องฟ้องคดีแล้ว เขาก็คือพลเมืองที่ต้องการความช่วยเหลือจากโครงการนั้น ๆ ของรัฐ แต่เมื่อหน่วยกำกับคือสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพูดแบบนั้น ถ้าท่านได้ยินท่านจะพูดอย่างไร เพราะระดับที่มาชี้แจงไม่ใช่ระดับท่าน ผมพูดเรื่องนี้ต้องการ พูดมานานแล้ว เพราะว่ากฎหมายบอกว่าต้องชี้แจงต่อสภา ๖๐ วันหลังปีงบประมาณ ก็เพื่อการนี้แหละ แต่ท่านมาชี้แจงรอบก่อนหลังมาก แต่คราวนี้ยังหลังแค่เดือนกว่า การชี้แจง ต่อสภาไม่ใช่ส่งหนังสือก็เท่ากับชี้แจง ผมคิดว่าการเลื่อนวาระมันต้องสำคัญที่สุดยกขึ้นมาเลย เหมือนเราจะประชุมอาทิตย์หน้า เรื่องที่ส่งมาว่าการโต้แย้งเห็นต่างจาก ส.ว. ท่านก็บรรจุ เข้าไปต้องเป็นแบบนั้นมันต้องเร็ว อันนี้บอกว่าส่งมาแล้วแต่ไม่เรียกสักที หลายเดือนต่อมา มันก็แก้ปัญหาไม่ได้ เลยมีโอกาสก็พูดวันนี้ว่าตรงนี้ผมไม่เห็นด้วย ผมอยากจะพูดเรื่องนี้ ให้เห็นภาพ เสร็จแล้วอีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน ผมทราบว่ามีคนพูดไว้ ขออนุญาตพูดให้ จบ ๓ เรื่องนะครับ
อีกเรื่องหนึ่ง ประกาศภาวะฉุกเฉินวันที่ ๒๖ นะครับท่านประธาน ท่านผู้มา ชี้แจง วันที่ ๒๗ คณะวินิจฉัยข้อขัดแย้งตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างปี ๒๕๖๐ ออกระเบียบด่วน เลยว่าการใช้เงินเพื่อโควิด (COVID) แบบภาคใต้เลย ไม่จำกัดวงเงิน เป็นจัดซื้อจัดจ้าง แบบเฉพาะเจาะจงได้เลย ไม่จำกัดวงเงิน แล้วก็ราคากลางทำอย่างไรบอกหมด วันที่ ๓๑ สำทับเรื่องราคากลางอีก พอเดือนต่อมาพูดถึงเรื่องว่าไม่มารับงาน ไม่มาทำสัญญาตาม มาตรา ๑๐๙ ถ้าผมจำมาตราไม่ผิดนะครับ ก็ถือว่าการทิ้งงานถือว่าไม่ทิ้งงาน ผมพูดเรื่องนี้ เพื่อจะบอกท่านว่าเราเตรียมการใช้เงินแบบภาคใต้ คือประกาศภาวะฉุกเฉินแล้วทำเร็ว ได้หมดไม่ต้องมีการบิดดิง (Bidding) ทำได้เลย กระบวนการใช้เงินแบบนี้มันเลยต้อง มาถูกตรวจสอบโดยสภาอย่างเร่งด่วน ท่านครับทั้ง ๓-๔ อย่างตอนนั้นยังไม่ได้กู้เงิน พอกู้เงิน แบ่งวัตถุประสงค์เป็น ๓ อย่าง ๑. เยียวยาโดยตรง เรื่องโรงพยาบาล เรื่องเครื่องมือเรื่องต่าง ๆ ซื้อได้ทันที อันที่ ๒ ไม่ซื้อได้ทันที เป็นการเยียวยาอันที่ ๓ เป็นเรื่องของการฟื้นฟู ฉบับแรก ๑ ล้านล้านบาท บอกว่าหากเปลี่ยน ๓ เป็น ๑ หรือ ๒ เป็น ๑ ให้อาศัยว่ามีความจำเป็นเร่งด่วน อันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ แต่พอ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วรรคหลังไม่มี วรรคหลังเขียนว่า ถ้าคณะรัฐมนตรีเห็นว่าเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยนเลย พูดเรื่องนี้ทำไมเพื่อบอกว่ามันใช้เงินกัน ง่าย ๆ แบบนี้ จึงมีข้อครหาและจึงมีการต่อสู้โต้แย้งระหว่างบุคลากรทางการแพทย์เกิดขึ้น ท่านจำได้ไหมครับที่ซื้อเครื่องตรวจจมูกคน ระหว่างหน่วยงานหนึ่งจะทำตามระเบียบที่เขียน ขึ้นมาใหม่อีกหน่วยงานหนึ่งต้องการการแข่งขัน ในที่สุดสังคมก็มีความเห็นแตกต่าง ในที่สุด จบอย่างไรครับ จบให้มีการบิดดิง (Bidding) เห็นไหมครับ ผมพูดเรื่องนี้ทำไมเพื่อให้เห็นว่า ไม่ใช่ว่ามีคนเห็นด้วยกับท่านหมด ในองคาพยพของราชการเขาก็ไม่เห็นด้วย ผมพูดเรื่องนี้ ทำไม เพื่อจะบอกว่าโครงการกู้เงินเหล่านี้มันเกิดขึ้นต่อเนื่องไป แต่ถ้าเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบจากรัฐสภาอย่างตรงไปตรงมานี่จะมีประโยชน์กับแผ่นดิน ผมจึงพูดเรื่องนี้เพื่อจะสอบถามท่านว่า ท่านฟังให้ดีนะครับ ถ้าท่านชี้แจงได้ก็ช่วยชี้แจงว่า การเปลี่ยนแปลงโดย ครม. ทั้ง ๒ ฉบับ มีมากน้อยแค่ไหน และอันดับ ๓ ฟื้นฟูมาเป็นอันที่ ๑ มีไหม เปลี่ยนจากอันที่ ๒ ไปเป็นอันที่ ๑ มีไหม เพราะถ้าเร่งด่วน ถ้าไม่เปลี่ยนมันเร่งด่วน ไม่ได้อย่างไรท่านประธาน ผมพูดเรื่องนี้เพราะต้องการให้สภานี้ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อกฎหมาย เขียนว่าคุณต้องมาชี้แจงในเวลานี้ นั่นแสดงว่ากฎหมายต้องการกำกับดูแลอย่างเร่งด่วน อย่างใกล้ชิด แม้เราจะมีคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญไปกำกับ แต่กรรมาธิการวิสามัญก็ไม่ทำ อะไรมาก ไม่ได้มาชี้แจงต่อสภา ไม่ได้ทำอะไรตามกฎหมายนี้เลย พวกคุณเท่านั้นที่มาชี้แจง พวกคุณในที่นี้ผมหมายถึงไม่ใช่ท่านที่มานั่ง หมายถึงกระทรวงการคลัง เพราะกฎหมาย กล่าวถึงกระทรวงการคลัง ผมใช้เวลาสภามาขนาดนี้เพื่อจะชี้แจงว่าการกู้เงินครั้งนี้มันมีการ ออกระเบียบ มันมีการประกาศภาวะฉุกเฉิน และมันมีการซื้อขาย ขอโทษครับมีการจัดซื้อ จัดจ้างโดยไม่มีการแข่งขันราคา ใช้แบบเฉพาะเจาะจงไม่ว่าวงเงินนั้นจะเท่าไร เมื่อท่านได้งาน แล้วไม่มารายงาน ไม่มาทำสัญญาก็ยังไม่ผิดอีก สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นจากกระบวนการคิดของ คน ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ คือส่วนที่ปกครองประเทศโดยระบบความมั่นคงส่วนที่ ๒ คือเป็นคน พยายามจะแก้ปัญหา ท่านที่นั่งข้างบนท่านคือผู้ไปแก้ปัญหา แต่ว่าอุปสรรคที่เกิดขึ้นในทั่วไป มันเกิดขึ้นจากระเบียบที่สร้างขึ้นโดยฝ่ายบริหารครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ