พิสิฐ ลี้อาธรรม ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับภาวะหนี้สาธารณะที่สูงเกิน 10 ล้านล้านบาทและสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีที่เกิน 60% พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการการคลังอย่างมีวินัย ลดการขาดดุลงบประมาณ ตรวจสอบการกู้ยืมของรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะหน่วยงานที่มีปัญหาความสามารถในการชำระหนี้ และเสนอให้ปรับยุทธศาสตร์การลงทุนด้านพลังงานและน้ำประปาให้สอดคล้องกับความต้องการจริง โดยเน้นการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และพัฒนาน้ำบาดาลในพื้นที่ชนบท พร้อมเร่งพัฒนาตลาดรองสำหรับพันธบัตรออมทรัพย์เพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้ประชาชน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นก็ขอขอบคุณทางสำนักบริหารหนี้สาธารณะที่ได้จัดทำรายงานตามมาตรา ๑๗ ของ พ.ร.บ. หนี้สาธารณะแล้วก็มีข้อมูลมาให้ดูอย่างมากมายด้วยกัน ซึ่งกระผมก็ขออนุญาต ตั้งข้อสังเกตบางประการนะครับ ซึ่งตัวเลขที่ท่านแสดงก็ให้เห็นว่าปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ที่ผ่านไปนั้นหนี้ของเราก็มีเกินกว่า ๑๐ ล้านล้านบาทในครั้งแรก แล้วก็สัดส่วนของหนี้ ต่อจีดีพี (GDP) ก็เกินกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) แล้วก็ในส่วนของการก่อหนี้ของรัฐบาล ก็ปรากฏว่าท่านก็ได้กู้เงินทั้งหมดรวมกันก็เกินกว่า ๑ ล้านล้านบาท นั่นก็สะท้อนให้เห็นว่า ณ เวลานี้รัฐบาลมีการขาดดุลที่สูงมาก งบประมาณปี ๒๕๖๕ เรา เราตั้งเป้าที่จะขาดดุล ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท่านก็กู้เกือบเต็ม ก็เท่ากับว่าการเป็นหนี้เราก็มีมากขึ้นตามสัดส่วน ตามจำนวนหนี้ แล้วก็มีการใช้เงินจากเรื่องโควิด (COVID) อีก ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นวงเงินขาดดุล ๑ ล้านล้านบาท ก็น่าจะเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงที่เกิด วิกฤติของโควิด (COVID) ในโอกาสข้างหน้าเราต้องวางแผนการคลังในระยะปานกลาง อย่าให้มีการขาดดุลมากอย่างนี้ แล้วก็ต้องพยายามดูแลให้เกิดความสมดุลในที่สุดเพื่อจะ ไม่ให้หนี้บานออกไปเพราะว่าปัญหาหนี้รัฐบาลเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศต่าง ๆ ที่ประสบ ปัญหาเรื่องของความไม่เชื่อมั่นในตลาดทุน เพราะฉะนั้นอันนี้ก็คือเรื่องที่เราต้องคอยดูแลกัน ในส่วนของการกู้เงินที่ท่านได้ดูแลให้กับรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ๑๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นส่วนของการลงทุนแท้ ๆ ประมาณ ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ว่าเป็นเรื่องที่ท่านใช้คำว่า เสริมสภาพคล่อง ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งก็มีหน่วยงานต่าง ๆ ที่เข้ามา เช่น การท่าอากาศยานก็คงจะเป็นปัญหาจากโควิด (COVID) ที่ทำให้การท่าอากาศยานก็คงจะ มีปัญหาขาดเงิน อันนี้ก็คงจะใช้คำว่า สภาพคล่อง ได้นะครับ แต่ว่าบางหน่วยงานที่เรา ก็เห็นว่ามีการกู้เงินซ้ำซาก แล้วก็ไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ ไม่มีความสามารถในเรื่อง ของการดูแลให้ผลดำเนินงานเป็นบวก ก็คืออย่างเช่น ขสมก. หรือการรถไฟ หรือ รฟม. ก็ตาม ผมคิดว่าตรงนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่เป็นประเด็นที่ผมก็เคยตั้งข้อสังเกตมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็อยากเห็นกระทรวงการคลังมีบทบาทในการผลักดันให้เกิดการดูแลเรื่องนี้มีการ ปรับเปลี่ยนเพื่อจะไม่ให้ปัญหานี้มันพอกเป็นดินพอกหางหมูไปตลอด ซึ่งก็คงจะเป็น ภาระของชนรุ่นหลังต่อไปที่เขาคงจะว่ากล่าวรุ่นเราได้แน่นอนว่าเราไม่ดูแล ในการก่อหนี้ ส่วนหนึ่งที่ท่านทำก็เป็นเรื่องของไฟฟ้า ประปา ไฟฟ้าเมื่อสักครู่ก็ได้มีการชี้แจงไป พอสมควรแล้ว ผมก็เป็นห่วงเหมือนกันว่าถ้าเรายังลงทุนแบบเดิม ๆ อยู่ก็คือทำเรื่องสายส่ง ทำเรื่องการซื้อไฟฟ้าจากเพื่อนบ้าน ทีนี้การที่เราพยายามจะส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าจาก แสงอาทิตย์ ซึ่งไม่ต้องใช้สายส่งมากนักต่อไปเราจะดูแลกันอย่างไร เพราะฉะนั้นเวลาที่ท่าน กู้เงินให้กับการไฟฟ้าช่วยถามประเด็นนี้หน่อยว่าได้มีการปรับในเรื่องนี้อย่างไร ในเรื่องของ การประปา ผมก็เห็นการประปาโดยเฉพาะประปาภูมิภาคพยายามจะลงทุนขยายงาน แต่ปัญหาเรื่องของการประปาในหมู่ประชาชนยังคงได้รับน้ำสะอาดที่ไม่พอเพียง แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งตามหมู่บ้านต่าง ๆ น้ำประปาก็ยังคงเป็นน้ำผิวดินที่ไม่สะอาด ผมอยากจะให้ท่านลองปรึกษากันดูว่าเราสมควรจะส่งเสริมให้มีการใช้ประปาหมู่บ้านจาก น้ำบาดาล ซึ่งเรามีน้ำบาดาลอยู่เหลือเฟือ สามารถจะใช้เงินกู้เพื่อให้ท้องถิ่นพัฒนาน้ำบาดาล ให้เกิดขึ้นได้อย่างไรเพื่อจะได้ให้เราเป็นไปตามเป้าหมายของเอสดีจี (SDGs) ของ สหประชาชาติ ในช่วงปี ๒๐๓๐ ประชาชนจะต้องมีน้ำสะอาดใช้อย่างทั่วถึง เพราะฉะนั้น ของเราเองประชาชนในชนบทต่าง ๆ ยังมีน้ำที่ไม่สะอาดอยู่ ก็อยากจะให้ท่านลองพิจารณาดู ในส่วนของรายงานที่ท่านทำมาข้อมูลต่าง ๆ ยังเป็นข้อมูลดิบ อยากจะให้ท่านในครั้งต่อไปลองทำเป็นข้อมูลที่ให้เห็นว่าหนี้ของประเทศไทยของรัฐบาลไทย มีโปรไฟล์ (Profile) อย่างไรในอนาคต มีภาระหนี้เป็นดอกเบี้ยขณะนี้ปีละ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ต่อไปถ้าดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นมันอาจจะเพิ่มเป็นเท่าไร น่าจะต้องมีข้อมูลพวกนี้ให้โปร่งใส โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในเรื่องของการก่อหนี้จากประชาชนก็คือการออกพันธบัตรรัฐบาลออมทรัพย์นี่ ผมเห็นด้วยกับที่ท่านพยายามจะทำ แต่ว่าอยากจะให้ท่านดูแลเรื่องของตลาดรองเวลาที่ ประชาชนผู้ถือตราสารพันธบัตรออมทรัพย์อยากจะขายคืน ณ เวลานี้ผมได้รับทราบว่า ยากมากมีข้อจำกัดพอสมควร ระบบการเปลี่ยนมือยังไม่เอื้อต่อการถือครองเท่าไร เพราะฉะนั้นควรจะต้องดูแลเรื่องของการพัฒนาตลาดรองให้มากขึ้น แล้วก็สุดท้ายขอบคุณ ที่ทาง สบน. สำนักบริหารหนี้สาธารณะในปีนี้ไม่ได้มีการกู้เงินต่างประเทศ ยกเว้น กรณีเดียวคือเรื่องของเจบิก (JBIC) ที่กู้ กับเรื่องของโควิด (COVID) แต่ว่าส่วนที่เหลือ ท่านก็ระมัดระวังไม่กู้เงินต่างประเทศ ขอบพระคุณมากครับ สวัสดีครับ