คมกฤช ตันตระวาณิชย์ ระบุที่มาของเงินอุดหนุนค่าไฟว่าเป็นส่วนเกินจากการไฟฟ้าที่โอนผ่านกองทุนพัฒนาไฟฟ้า โดยชี้แจงว่าสำนักงาน กกพ. ไม่มีอำนาจนำเงินดังกล่าวมาใช้จ่ายและอธิบายโครงสร้างคณะกรรมการ กกพ. ที่เน้นผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลให้เป็นธรรมตามนโยบายรัฐ พร้อมทั้งยืนยันบทบาทในการประเมินอัตราค่าบริการไฟฟ้าไอพีเอส (IPS) และชี้แจงว่าประชาชนสามารถติดตั้งโซลาร์เซลล์ใช้เองได้โดยไม่กระทบต่อระบบจำหน่ายหลัก
เรียนท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านครับ ขออนุญาตตอบคำถามเป็นรายข้อไปเลยนะครับ
อันแรก ของท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ พรรคก้าวไกล ถามเรื่องของเงินอุดหนุนของค่าไฟ ผมจะขอเรียนตอบนิดหนึ่งก่อนว่าสำหรับเงินอุดหนุนตัวนี้ มันเป็นเงินที่ส่วนเกินที่มาจาก ๓ การไฟฟ้าที่ กกพ. กำกับอยู่ ถ้าโดยรวมก็คือการไฟฟ้า นครหลวงซึ่งอยู่ในกรุงเทพฯ ก็จะมีรายได้มากกว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคซึ่งขยายพื้นที่ไปที่ ต่างจังหวัด และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยก็มีรายได้มากกว่า เพราะฉะนั้น ตามนโยบายของการมีอัตราค่าไฟค่าเดียวกันทั่วประเทศก็เลยต้องมีการนำเงินส่วนเกินของ การไฟฟ้านครหลวง โอนให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โอนให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยกลไกตาม พ.ร.บ. เขาจะมีการโอนเงินตรงนี้ผ่านกองทุน พัฒนาไฟฟ้าในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แล้วก็โอนให้เลย ก็ทำให้กลไกเกิดมีอัตราค่าไฟฟ้าอัตรา เดียวกันทั่วประเทศ ต้องเรียนว่าเงินจำนวนนี้ไม่ได้เป็นเงินที่สำนักงานสามารถนำมาใช้ได้ เป็นเงินที่เราโอนไปเพื่อให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งขยายพื้นที่ไปในเขตต่างจังหวัดไกล ๆ ให้ประชาชนได้ใช้ เขาลงทุนเยอะ เพราะฉะนั้นผลตอบแทนเขาน้อย ก็ต้องเอาเงินส่วนเกิน จากการไฟฟ้านครหลวงในกรุงเทพฯ เข้ามาชดเชยกันไป แล้วอันนี้เราก็พยายามกำกับกลไก ให้ผลตอบแทนของทั้ง ๓ การไฟฟ้าเป็นไปตามที่กระทรวงการคลังกำหนด อันนี้ใน คำถามแรกก็เป็นเงินจำนวนนั้นจริง จำนวนค่อนข้างเยอะหน่อย เพราะว่าเงินมันมีการโอน ชดเชยกันจำนวนเยอะ แต่ว่าเป็นเงินที่สำนักงาน กกพ. ไม่สามารถนำมาใช้ได้
ส่วนที่ ๒ ก็เป็นเงินที่การไฟฟ้าโอนเข้ามาเพื่อใช้สนับสนุนคนใช้ไฟฟรี ๕๐ หน่วยตามนโยบายรัฐบาล อันนี้ก็เป็นอีกก้อนหนึ่งซึ่งเป็นเงินที่เก็บเอาไว้ เป็นเข้ากองทุน สำหรับนโยบาย ๕๐ หน่วยไฟฟรี อันนี้ก็เป็นเงินอีกก้อนหนึ่ง เงินในก้อนนี้ก็เช่นเดียวกันครับ เป็นเงินที่ทางสำนักงานไม่ได้เอาไปใช้ แต่เป็นเงินที่เวลาการไฟฟ้าคิดบิล (Bill) คิดอะไร ในรอบปี เขาก็จะคิดว่าเงินจำนวนนี้มีจำนวนเท่าไร และเขาก็จะมาเบิกจากกองทุนนี้เข้ามา อันนี้ ก็เป็นเงินอีกก้อนหนึ่ง เพราะฉะนั้นตัวเลขอาจจะดูค่อนข้างเยอะ แต่ว่าเป็นตัวเลขที่เป็นจริง ที่มาจากการไฟฟ้า แล้วก็ทางสำนักงาน กกพ. เองก็ไม่ได้นำเงินตัวนี้ไปใช้เลย ถัดมานอกจาก เงินตรงนี้แล้วก็ยังเป็นส่วนของที่บอกว่าโควิด (COVID) เป็นส่วนของที่บอกว่าประสิทธิภาพ ของกองทุนมีอยู่ข้อหนึ่งว่าประสิทธิภาพไม่ค่อยดี จริง ๆ ต้องเรียนว่าในส่วนนั้นก็เป็นตัวเลข ตามนั้นจริง และเป็นตัวเลขที่ประเมินจริง แต่ต้องเรียนว่าในปี ๒๕๖๓ เป็นปีที่เกิดโควิด (COVID) ดังนั้นโครงการในพื้นที่ และกองทุนประเมินพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าทั่วประเทศไทย ช่วงนั้นกิจกรรมต่าง ๆ ก็มีการประชาคมน้อยลง มีการทำโครงการต่าง ๆ น้อยลง เพราะฉะนั้นตัวเลขการเบิกจ่ายเหล่านี้ก็น้อยลงตามช่วงสถานการณ์โควิด (COVID) แต่ช่วง หลัง ๆ ก็มีการเร่งดำเนินการขึ้นในเรื่องของเอาเงินไปใช้จ่ายสนับสนุนในกิจกรรม ที่เป็นสาธารณสุขก็ดำเนินการเร่งมากขึ้น ก็ต้องเรียนว่ากิจกรรมที่น้อยลงเนื่องจาก สถานการณ์โควิด (COVID) และมีเรื่องของการปรับปรุงระเบียบต่าง ๆ ชุมชนอาจจะไม่ค่อย เข้าใจ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าหลัก ๆ แล้วมาจากสถานการณ์โควิด (COVID) ถามว่าเงิน ส่วนนี้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องเอฟที (Ft) หรือเปล่า เป็นคนละส่วนกันเลย เพราะว่าส่วนนี้ เป็นเงินชดเชยรายได้ของการไฟฟ้า แต่เรื่องของเอฟที (Ft) เป็นเรื่องของเงินที่มาจากค่าไฟฟ้า ผันแปร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการใช้เชื้อเพลิง เชื้อเพลิงในปัจจุบันราคามันเปลี่ยนแปลง ไปค่อนข้างเยอะก็เลยทำให้เงินที่เป็นเรื่องของเอฟที (Ft) เป็นคนละตัวกับเงินที่กล่าวถึง สำหรับคำถามของพรรคก้าวไกลในข้อ ๒ นะครับ
ถัดมาเป็นเรื่องของพรรคเพื่อไทยเรื่องของค่าไฟแพง แล้วก็จะสามารถลด ค่าไฟเท่าให้กับปี ๒๕๕๖ ได้ไหม แล้วก็สำรองไฟต่าง ๆ การกำกับค่าไฟ ต้องเรียนว่าของ กฟภ. เองเราดูแลกิจการพลังงาน เราไม่ได้เป็นผู้ออกนโยบาย ในภาคไฟฟ้าเราจะมี ๓ ส่วน ๑. ก็คือในภาคนโยบาย แล้วก็ภาคกำกับ แล้วก็ภาคการดำเนินการ คือทางโอเพอเรเตอร์ (Operator) ทั้งหลาย คือการไฟฟ้าแล้วก็ผู้ประกอบการ กกพ. เองเป็นคนที่ทำให้เกิด ความเป็นธรรมในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้ไฟ ผู้ได้รับใบอนุญาตต่าง ๆ อันนี้ก็คือ โดยหลักก่อน แต่ว่าทาง กกพ. เองไม่สามารถที่จะรับซื้อไฟเข้ามาในระบบได้ด้วยตัว กกพ. เอง คือต้องมีนโยบายมากำหนดก่อนเราถึงจะซื้อไฟเข้ามาได้ นโยบายถ้าเป็นกิจการที่อยู่ใน ประเทศนโยบายก็กำหนดมาว่าจะให้ซื้อไฟประเภทไหน อย่างไร และ กกพ. ก็จะนำมา ดำเนินการออกกฎ ออกระเบียบรับซื้อ แต่สำหรับโครงการที่อยู่ในต่างประเทศ อันนั้นทาง ทางนโยบายก็ได้ดำเนินการสั่งตรงให้การไฟฟ้าซึ่งเป็นคู่สัญญา แล้วก็เป็นหน่วยงานที่อยู่ ภายใต้นโยบายดำเนินการรับซื้อได้เลย เพราะฉะนั้นไฟที่เข้ามาอยู่ในระบบก็จะมี ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งที่มาจากต่างประเทศตามที่นโยบายกำหนดมาให้ผู้ประกอบการคือการไฟฟ้าเป็นคน รับซื้อมา กับอีกส่วนหนึ่งก็คือไฟที่มาจากการรับซื้อตามนโยบายที่ กกพ. เป็นคนดำเนินการ
สำหรับในเรื่องของเอฟที (Ft) เรื่องของไฟสำรอง ต้องเรียนเรื่องของ ไฟสำรองก่อน ไฟสำรองมันก็จะมีการซื้อไฟฟ้าอยู่ ๒-๓ อย่าง แบ่งเป็นกลุ่ม ๆ ได้ ก็คือ กลุ่มแรกเป็นกลุ่มที่ซื้อไฟฟ้า แล้วก็สามารถสั่งเดินเครื่องได้ เพื่อสนับสนุนความมั่นคงของ ระบบ หรือในทางเทคนิคก็เขารียกว่าซื้อคาปาซิตี (Capacity) หรือความมั่นคง อันนั้น หมายถึงว่าเราจะเรียกโรงไฟฟ้าประเภทนั้นได้ตลอดเวลา เขาต้องทำเครื่องให้พร้อมที่จะเดิน กับอีกส่วนหนึ่งก็คือเป็นโรงไฟฟ้า ซึ่งเราจะจ่ายเงินเมื่อมีพลังงานเข้ามา โรงไฟฟ้าส่วนนี้ เราไม่สามารถเรียกได้ตลอดเวลา เช่น โรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ ก็คือเขาพร้อมที่จะเดินเครื่อง จ่ายไฟเข้ามาแล้วก็คิดตามหน่วย มันก็จะเป็นแบบ ๒ กลุ่ม ในระบบไฟฟ้าโดยรวมมันก็ต้องมี ทั้ง ๒ ส่วนพร้อมกัน ดังนั้นโรงไฟฟ้าที่เรียกได้ ที่มีความสามารถในการเดินเครื่องตลอดเวลา เราก็ต้องมีเรื่องของความพร้อมจ่าย เพราะฉะนั้นก็จะมีโรงไฟฟ้าที่เป็นหลักที่เป็นตัวค้ำระบบอยู่ แล้วก็โรงไฟฟ้าที่จ่ายพลังงาน เข้ามา เพราะฉะนั้นใน ๒ ส่วนนี้ก็จะต้องเรียกว่าสนับสนุนซึ่งกันและกัน โรงไฟฟ้าที่จ่าย พลังงานอย่างเดียวอาจจะมีราคาถูกกว่าในเรื่องของพลังงาน แต่ว่าโรงไฟฟ้าอีกกลุ่มหนึ่ง ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มของเรียกว่าคอมบายน์ ไซเคิล (Combine Cycle) ก็อาจจะมีราคา จริง ๆ ราคาปกติก็จะไม่แพงเท่าไร แต่ช่วงนี้ราคาแก๊สแพง เพราะฉะนั้นโรงพวกนี้ก็จะราคา รวมกันแล้วก็จะแพงอยู่ แต่ว่าโดยหลัก ๆ ทั่วไปถ้าสภาวะปกติราคาจะถูกกว่าโรงไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน เพราะฉะนั้นระบบก็จะมีทั้ง ๒ ส่วนพร้อมกัน ระบบเราเริ่มเปลี่ยนจาก ระบบที่มีโรงไฟฟ้าหลักไปสู่ระบบที่มีโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเล็ก ๆ มากขึ้น เพราะฉะนั้น ระบบก็จะมีการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา แล้วก็จะเริ่มมีการลด เขาเรียกว่าเพิ่มพลังงาน หมุนเวียนเข้ามาในส่วนหนึ่ง แล้วก็กำลังที่เป็นกำลังความสามารถในการค้ำระบบก็คือ คาพาซิตี (Capacity) ก็จะต้องมีอยู่ส่วนหนึ่งเช่นกัน แต่การมีพลังงานหมุนเวียนเข้ามา ค่อนข้างเยอะโรงไฟฟ้าที่ค้ำระบบอยู่ก็จะจ่ายพลังงานออกมาน้อยลง ซึ่งอันนี้เป็นภาพรวม ของการทำในทางเทคนิคเขาเรียกเจเนอเรชัน มิกซ์ (Generation mix) ให้เกิดความสมดุล พอดี ซึ่งจะเป็นอยู่ในเรื่องของการกำหนดนโยบายเป็นหลักว่าจะให้มีโรงไฟฟ้าประเภทไหน เท่าไร แล้วก็ความเหมาะสมทั้งทางด้านราคาแล้วก็พลังงานสีเขียวที่กล่าวถึง ในส่วนนี้ก็เป็น เรื่องของการกำหนดในระยะยาว ส่วนในระยะสั้นเราก็มีการบริหารจัดการว่าในช่วงสั้น ๆ อันไหนที่มีราคาถูก ราคาดี ราคาที่มั่นคงเราก็จะเลือกตรงนั้นเข้ามาเป็นลำดับ อย่างใน สถานะปัจจุบันราคาเชื้อเพลิงแก๊สก็มีราคาค่อนข้างสูงเราก็พยายามที่จะหาโรงประเภทอื่น เข้ามาแทนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพลังน้ำ พลังงานหมุนเวียนอะไรต่าง ๆ เข้ามาเสริมความ มั่นคง เสริมพลังงานให้ประเทศเรามีไฟฟ้าใช้ตลอดเวลา หรือแม้แต่โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เอง เราก็เปลี่ยนเชื้อเพลิงจากแก๊สมาเป็นน้ำมันในราคาที่ถูกกว่าครับ
ถัดมาเป็นเรื่องของคณะกรรมการ กกพ. กกพ. นี่ก็จะมีคณะกรรมการตาม พ.ร.บ. ประกอบกิจการพลังงาน ก็จะกำหนดไว้เลยว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านแก๊ส ผู้เชี่ยวชาญทางด้านไฟฟ้า ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอื่น ๆ ก็จะรวมอยู่ในนั้น สำหรับกิจการไฟฟ้า และก๊าซธรรมชาติจะมีผู้เชี่ยวชาญประจำอยู่ แม้แต่ในปัจจุบันเราก็มีอดีตผู้ที่เกษียณจาก กฟผ. เข้ามาอยู่ในกรรมการเรา แล้วก็มีผู้ที่เกษียณจาก ปตท. เข้ามาอยู่ในกรรมการเรา เช่นกัน เพราะฉะนั้นก็มั่นใจได้ว่าในกิจการไฟฟ้ากับก๊าซธรรมชาติเป็นกิจการหลัก แล้วเราก็มี คนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเข้ามาอยู่ในเรื่องนี้อยู่แล้ว ส่วนกรรมการท่านอื่น ๆ เรามีทั้งหมด ๗ ท่าน อีก ๕ ท่านที่เหลือก็จะเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านอื่น ๆ ประกอบกันไป แต่ว่าทุกครั้ง กกพ. ทุกรอบทุกสมัยจะต้องมีก๊าซกับไฟฟ้าเป็นตัวหลัก บทบาทของ กกพ. ก็อย่างที่เรียนว่า เรามีเรื่องของการกำกับ กำกับให้เป็นธรรม ส่วนเรื่องนโยบายเป็นเรื่องที่กำหนดภาพรวม ออกมา นโยบายก็จะกำหนดให้มีเรื่องของพลังงานทางเลือกเท่าไร จะซื้อไฟเข้าระบบเท่าไร อันนั้นก็เป็นเรื่องของที่นโยบายกำหนดมา เพราะฉะนั้นไฟในระบบต่าง ๆ จะขึ้นอยู่กับทาง นโยบายเป็นหลัก กกพ. เราจะกำกับให้เป็นไปตามนโยบาย ส่วนเรื่องไฟที่ไม่ได้อยู่ในระบบ ไม่ว่าจะเป็นไฟที่ทำใช้เองไม่ได้ขายเข้าระบบ อันนี้ท่านสามารถดำเนินการได้ อย่างไฟโซลาร์ (Solar) ติดบนหลังคาถ้าเกิดไม่อยากขายจะติดใช้เองทำเองตัวนี้ทำได้ครับแล้วก็อยู่ในการ กำกับ ซึ่งเราก็ไม่ได้มีประเด็นในการกำกับพวกนี้เยอะ เพราะว่ามันไม่ลิงก์ (Link) เกี่ยวมาถึง ราคาในระบบ เพียงแต่ว่าเป็นการทำใช้เอง แล้วก็ในเรื่องของเทศบาล อบต. ก็เข้าใจว่า เทศบาล อบต. ก็มีข้อกำหนดที่ทำไฟฟ้าได้อยู่แล้ว อันนั้นก็คือทางเทศบาล อบต. ถ้าคิดว่า ดำเนินการแล้วทำถูกกว่าระบบอันนั้นก็สามารถทำได้อยู่แล้วครับตาม พ.ร.บ.
ถัดมาเรื่องที่ ๔ เป็นเรื่องของปัญหาโครงสร้างราคาไฟฟ้าเป็นธรรมหรือ ไม่เป็นธรรม โรงไฟฟ้าเดินเครื่องน้อยแล้วก็เป็นเรื่องของแก๊สในอ่าวไทย ต้องเรียนอย่างนี้ครับ ว่าในอดีตเรามีแก๊สธรรมชาติจากหลายแหล่งเข้ามาใช้ มีแก๊สธรรมชาติในอ่าวไทย ส่วนหนึ่ง แก๊สธรรมชาติจากพม่าส่วนหนึ่ง แล้วก็เป็นแอลเอ็นจี (LNG) สัญญาระยะยาวส่วนหนึ่ง เราก็จะมีส่วนที่เหลือเป็นแอลเอ็นจี สปอต (LNG Spot) เข้ามาเป็นระยะสั้น ๆ ส่วนหนึ่ง รวมกันขาเรียกเป็นพูลแก๊ส (Pool gas) ก็ต้องเรียนว่าโดยหลักในอดีตที่ผ่านมาก็มีการเอาแก๊สเข้าโรงแยกแก๊สก่อน แล้วก็ที่เหลือ ก็มาส่งเข้าเป็นพูลแก๊ส (Pool gas) ให้สำหรับกิจการไฟฟ้า ต้องเรียนว่าอันนี้เป็นแนวนโยบาย มาตั้งแต่อดีต และเวลาเราดำเนินการคิดค่าไฟ เราก็เดินตามนโยบายที่กำหนดมา กกพ. เอง ไม่ได้เป็นคนจัดสรรทรัพยากร ทรัพยากรอยู่ที่ทางรัฐบาลมีนโยบายรัฐบาลในการจัดสรร แต่เราก็เอาแนวทางที่เขาจัดสรรมาแล้วมาดำเนินการทำค่าไฟ ครั้งล่าสุดก็ตามแนวการ ดำเนินการตามปกติแล้วนี่เราก็จะเอาตรงนี้มาคิดค่าไฟตลอด ในช่วงครั้งสุดท้ายที่ผ่านมา กพช. ซึ่งเป็นนโยบายก็ได้กำหนดมาให้เราว่าแก๊สในอ่าวนี่เนื่องจากว่ามันพร่องไปค่อนข้างเยอะ ในช่วงเปลี่ยนสัมปทาน เพราะฉะนั้นแก๊สในอ่าว ก็เลยทำให้แก๊สรวมในภาพรวมของแก๊สนี่ ราคาแพง ก็ส่งผลให้ค่าไฟมีราคาแพง ดังนั้นเองทางนโยบายก็เลยกำหนดว่าให้เรา นำแก๊สธรรมชาติจากอ่าวไทยที่ราคาถูกกว่ามาคิดค่าไฟให้กับประชาชนโดยให้ค่าไฟ ไม่เกิน ในราคา ๔.๗๒ ตามราคาเดิม ซึ่งเราก็ดำเนินการตามนโยบาย แล้วก็คิดค่าไฟออกมาให้ ก็จะได้ค่าไฟสำหรับกลุ่มบ้านอยู่อาศัยอยู่ในราคา ๔.๗๒ ส่วนที่เหลือก็จะมีแก๊สในอ่าวไทย ไปผสมน้อยลง แล้วก็หมายถึงแก๊สราคาถูกก็น้อยลง แล้วก็จะมีแอลเอ็นจี (LNG) มีอะไร ต่าง ๆ มากขึ้น ก็รวมแล้วก็จะทำให้เอฟที (Ft) ในครั้งสุดท้ายจะแบ่งเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มบ้าน อยู่อาศัย ซึ่งในเอฟที (Ft) ราคาเท่าเดิมปลายปีเลย ตามมติ กพช. ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็น อุตสาหกรรมก็นำแก๊สส่วนที่เหลือไป เอฟที (Ft) ก็ราคาแพงขึ้นมานิดหนึ่ง เพราะฉะนั้น ในส่วนนี้เราทำตามมติ กพช. แล้วก็ดำเนินการสำหรับรอบมกราคมถึงเมษายน ปี ๒๕๖๖ ให้เราทำช่วงรอบหนึ่ง หลังจากนั้นทาง กพช. เขาคงดูในภาพรวมว่าจะคงแนวทางอย่างนี้ ต่อไป หรือว่าจะกลับไปเหมือนเดิม เพราะเข้าใจว่าแก๊สในอ่าวไทยหลังจากที่ทาง ปตท.สผ. เข้าเจาะสำรวจมากขึ้นแล้วนี่ แก๊สในอ่าวไทยก็จะเริ่มมากขึ้นตามลำดับขึ้นไป เดี๋ยวคง ต้องรอดูนโยบายอีกทีหนึ่งว่าในรอบถัด ๆ ไปจะให้เราใช้วิธีเหมือนเดิมหรือว่าจะกลับไปใช้ วิธีเก่าครับ
ถัดมาเป็นเรื่องของขอขยายเขต แล้วก็เรื่องของการใช้หนี้การไฟฟ้า โซลาร์เซลล์ (Solar cell) ต้องเรียนว่ามีนโยบายเรื่องการขยายเขตอยู่ อันนี้เป็นเรื่องของ การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย เขาจะมีเรื่องของเงินสนับสนุนการขยายเขตว่าเป็นปกติเขาจะให้ เท่าไร ถ้าเป็นกรณีที่ห่างไกลเขาจะให้เท่าไร ตรงนี้เราจะมีงบประมาณอยู่ในจำนวนจำกัด ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายเขาจะไปดูตรงนี้ แล้วก็จะขยายเขตไป ในเรื่องของการใช้หนี้ว่า หนี้ของการไฟฟ้ารอหน่อยได้ไหม อันนี้เราก็แจ้งการไฟฟ้าไปว่าให้ไปประเมินดูให้ดีว่าสถานะ การเงินจะเป็นอย่างไร ก็ให้ทำหนังสือมาให้เรา เพราะฉะนั้นสถานะการเงินถ้าหนี้เขาพอ อยู่ได้ และไม่เป็นประเด็น เราก็จะทำการลดลดค่าไฟเพิ่มเติมให้ แต่ถ้าอยู่ที่ทางตัวการไฟฟ้าเอง แล้วก็ทางตัว ปตท. เองด้วยว่าค่าแก๊สตรงนี้เขาประเมินว่าจะเป็นอย่างไร เขาจะยืนราคาแก๊ส อยู่ตามเดิมอยู่ได้ไหม เพราะฉะนั้นค่าไฟในงวดนี้ งวดมกราคมถึงเมษายนก็ขึ้นอยู่กับการ ประเมินราคาแก๊สของ ปตท. แล้วก็การบริหารจัดการหนี้ของการไฟฟ้าทั้ง ๒ ส่วนประกอบกัน ก็มาประกอบการพิจารณาด้วย แล้วก็มีการถามถึงเรื่องโซลาร์ (Solar) ที่เราซื้ออยู่ ที่เราขาย อยู่ปกติเราก็ให้ประชาชนติดโซลาร์ได้ ถ้าเป็นรูปแบบโซลาร์ (Solar) สำหรับประชาชน ก็สามารถที่จะดำเนินการหาได้ แล้วก็ขายกลับมาในราคา ๒.๒ บาทต่อหน่วย
ถัดไปเป็นเรื่องของไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ทำอย่างไรให้เกษตรนั้นมีพลังงาน ใช้สะดวก อันนี้ก็ต้องเรียนว่าการเกษตรกรรมก็เป็นอีก๑ ยูนิต (Unit) ของผู้ใช้ไฟ ก็มีการ ขยายเขต ขยายอะไรไปตามปกติ แล้วก็มีการถามถึงเรื่องมิเตอร์ว่าเวลามีบ้าน แล้วก็มี หลาย ๆ มิเตอร์มารวมกัน อันนี้ต้องเรียนว่าปกติแล้วทางการไฟฟ้าสามารถให้มิเตอร์ไฟฟ้า ให้กับผู้อยู่อาศัยได้ แต่ว่าต้องมีบ้านเลขที่ ถ้าเป็นบ้านเลขที่ถูกต้องตามกฎหมายการไฟฟ้า ก็จะให้มิเตอร์มา ก็สามารถใช้มิเตอร์ตรงนั้นได้แต่เข้าใจว่าหลาย ๆ บ้านที่ใช้มิเตอร์เดียวกัน ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นบ้านที่ไม่มีบ้านเลขที่ ก็เลยทำให้ต้องรวมมิเตอร์เป็นอันเดียวกัน อันนี้ ต้องดู พิจารณาเป็นกรณี ๆ ไปนะครับ
เรื่องเนต มิเตอริง (Net Metering) ต้องเรียนแบบที่ผมเรียนครับว่าเรามีเรื่อง ของนโยบายในเรื่องการกำกับ เน็ตมิเตอริง (Net Metering) ก็เช่นเดียวกันนะครับว่าถ้าทาง รัฐบาลมีนโยบายเรื่องเน็ตมิเตอริง (Net Metering) อันนี้จะต้องดำเนินการเข้าหารือในทาง กพช. ก่อน เพราะว่าแบบที่เรียนครับว่าทาง กกพ. เองเป็นหน่วยงานกำกับ เราไม่สามารถ ที่จะซื้อไฟ เพราะว่าทุกหน่วยที่เราซื้อไฟเข้ามามันกระทบกับประชาชนหมด เพราะฉะนั้น จะต้องเอาเข้ามาหารือในคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ แล้วก็ประเมินว่า เน็ต มิเตอริง (Net Metering) จะส่งผลเท่าไร ถ้าเกิดส่งผลน้อยมาก หรือจะเป็นนโยบายนี่ อันนี้ทาง กกพ. ก็พร้อมที่จะดำเนินการทำ อันนี้ต้องเรียนว่าเป็นส่วนที่นโยบายหรือ กพช. ต้องมาประเมินมาก่อนเราถึงจะดำเนินการ ในส่วนของ กกพ. เองเราก็พยายามในเรื่องของ กติกาการกำกับ ทำอย่างไรให้ไฟฟ้า การเชื่อมต่อ การกำกับต่าง ๆ เป็นไปด้วยความสะดวก ไม่เกิดภาระประชาชน อันนี้เราจะเป็นคนดู แต่ว่าเน็ ต มิเตอริง (Net Metering) เข้ามาปุ๊บ แล้วกระทบอัตรา มันต้องไปประเมินในภาพรวมก่อนถึงจะดำเนินการได้ครับ ก็ตอบชี้แจง ตามนี้นะครับ
แล้วก็มีการถามถึงเรื่องไฟฟ้าไอพีเอส (IPS) ที่ไม่ต้องเสียค่าไฟฟ้าสาธารณะ อันนี้ต้องเรียนว่าเราก็เล็งเห็นประเด็นนี้อยู่นะครับว่าการที่มีหน่วยยูนิต (Unit) ใช้ไฟเอง แล้วไม่ต้องเสียเรื่องของไฟสาธารณะ มันก็มีหลายประเด็น เรื่องไฟสาธารณะ การสูญเสีย ในระบบ เพราะฉะนั้นเราก็พยายามประเมิน เรียกว่าอัตราวีลลิงชาร์จ (Wheeling Charge) ก็คือว่าถ้าเกิดมีการเปิดให้ใช้เองเราก็พยายามจะคิด เรียกว่าถ้าเป็นหน่วยผลิตที่ใช้เอง เราจะใช้คำว่ามีค่าคอนเนกชันชาร์จ (Connection Charge) หรือแอนซิลลารีเซอร์วิส (Ancillary Services) ที่จะไปหักลบตรงนี้ออก เพราะฉะนั้นในอนาคตเราก็มีการประเมิน แล้วว่าการที่ปล่อยให้มีไอพีเอส (IPS) ขึ้นเยอะ ๆ ถ้าไอพีเอส (IPS) เหล่านั้นไม่เชื่อมต่อ กับระบบเลย อันนั้นก็ทำไปได้เลย แต่ถ้าไอพีเอส (IPS) เหล่านั้นมีการเชื่อมต่อกับระบบ แล้วต้องมาอิงระบบ ทำให้ระบบต้องสำรองไฟเพื่อที่จะตอบสนองไอพีเอส (IPS) เหล่านั้น เราก็จะคิดอัตราเซอร์วิส (Service) อัตราค่าบริการในส่วนนี้ไป ซึ่งอัตราค่าบริการในส่วนนี้ ก็อาจจะครอบคลุมในเรื่องของการแบ็กอัป (Backup) การมี เขาเรียกว่าไฟสาธารณะ ไฟต่าง ๆ ที่จะต้องเสีย อันนี้อยู่ในแผนของ กกพ. อยู่แล้วว่าจะดำเนินการในส่วนนี้ แล้วเรา ก็ดำเนินการมาระดับหนึ่งแล้ว น่าจะเกือบเสร็จแล้ว พอดีบังเอิญมาเจอช่วงที่ค่าไฟแพง เราก็เลยยังไม่ได้ประกาศตรงนี้ใช้ แต่เข้าใจว่าอยู่ในช่วงหนึ่งปุ๊บเราก็คงจะดำเนินการประกาศ ตามลำดับต่อไป ในเบื้องต้นก็ขออนุญาตตอบประเด็นนี้ก่อนครับ