วรภพ ตั้งข้อสังเกตค่าไฟแพง-จี้ กกพ. ชี้แจงการจัดสรรก๊าซและเน็ตมีเตอร์ริง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๕

วรภพ วิริยะโรจน์ ตั้งข้อสังเกตปัญหาค่าไฟฟ้าแพงที่เกิดจากความไม่เป็นธรรมในโครงสร้างราคาไฟฟ้าและการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่ไม่เต็มประสิทธิภาพ พร้อมท้วงติงการจัดสรรก๊าซธรรมชาติที่เอื้อประโยชน์ภาคอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้าเอกชน ส่งผลให้ประชาชนแบกรับต้นทุนพลังงานสูงโดยไม่เป็นธรรม จึงเรียกร้องให้มีการปรับนโยบายให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและนำกำไรมาลดภาระค่าไฟฟ้า รวมถึงเรียกร้องความชัดเจนในการดำเนินนโยบายเน็ตมิเตอร์ริงที่ยังไม่เห็นผลเป็นรูปธรรมเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียม

นายวรภพ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม วรภพ วิริยะโรจน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะผู้แทนที่ติดตาม เรื่องปัญหาค่าไฟฟ้ามาโดยตลอด วันนี้ก็ต้องขออนุญาตสอบถามไปทาง กกพ. ถึงแม้ว่า ผมจะเข้าใจดีครับ ทุกท่านพยายามแก้ปัญหานี้ แต่ว่าปัญหานี้มันก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่าง ตรงประเด็น

ประเด็นแรก ผมได้อภิปรายหลายครั้งแล้ว ทุกท่านก็ทราบดีว่าปัญหาของ ค่าไฟแพงก็คือเรามีโรงไฟฟ้าเยอะเกินไป ไม่แน่ใจทาง กกพ. ทราบหรือเปล่า ต้นปีโรงไฟฟ้า เอกชน ๑๒ โรง เดินเครื่อง ๖ โรง กลางปี โรงไฟฟ้า ๑๒ โรง ก็คือไม่ได้เดินเครื่อง ๗ โรง ปลายปีไม่ได้เดินเครื่อง ๘ โรง แต่ท่านทราบไหมครับว่าปีหน้าโรงไฟฟ้าเอกชนจะไม่ได้ เดินเครื่องแค่ ๒ โรง เพราะว่าสุดท้ายการไฟฟ้าฝ่ายผลิตมีการเปลี่ยนแผน คือให้ทุก โรงงานผลิตมากขึ้น แต่ผลิตโรงละนิด ๆ หน่อย ๆ สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไร กลายเป็นว่าแต่ละแต่ละโรงที่ผลิตนิดหน่อย ค่าไฟฟ้าแพงขึ้นต่อหน่วยแพงขึ้นด้วยซ้ำ ผมก็ ไม่แน่ใจว่าทาง กกพ. อนุญาตให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้อย่างไร มันเหมือนกับว่ามาแก้ตัว เฉพาะหน้า ที่ว่าโรงไฟฟ้าเกินครึ่งไม่ได้เดินเครื่อง

ประเด็นที่ ๒ ปัญหาเรื่องโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้า เข้าใจว่าท่านเลขา ก็พยายามทำอยู่ แต่ว่าข้อเท็จจริงก็คือว่าค่าไฟฟ้าที่ครัวเรือนใช้ทุกวันนี้แพงกว่าธุรกิจ ขนาดใหญ่ ๕๐ สตางค์ ผมไม่แน่ใจว่านโยบายโครงสร้างราคาแบบนี้ มันเป็นธรรมกับ ครัวเรือนจริงหรือเปล่าครับ คือถ้าเกิดว่าเอาอัตราที่ครัวเรือนใช้จ่าย อัตราก้าวหน้า อัตราสูงสุดเราทุกวันนี้จ่ายอยู่ ๕.๔ บาทต่อหน่วย อันนี้ไม่รวมเอฟที (Ft) แต่พอเป็นฝั่งธุรกิจ ขนาดใหญ่ ค่าพีก (Peak) ก็คือจ่ายอยู่แค่ ๔.๑ บาทต่อหน่วย แล้วก็บวกเอฟที (Ft) การที่ครัวเรือนต้องมาจ่ายค่าพีก (Peak) ที่แพงกว่าธุรกิจขนาดใหญ่เป็นบาทต่อหน่วยอย่างนี้ โครงสร้างราคาไฟฟ้าแบบนี้ ยังเป็นธรรมอยู่กับประชาชนหรือเปล่าครับ อันนี้ขอคำตอบ ด้วยนะครับ

ประเด็นต่อมา ผมเข้าใจดีครับที่ค่าเอฟที (Ft) ท่านก็พยายามอธิบายว่าเรา จะเอาก๊าซในธรรมชาติในอ่าวไทยมาเป็นราคาให้กับครัวเรือนใช้ก่อน แต่ปัญหาที่แท้จริง ไม่ได้แก้ไขว่าก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยมันมีเพียงพอ เราต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับ ผลิตไฟฟ้า ๒,๖๐๐ ล้านลูกบาศก์คิวบิกฟุตต่อวัน ซึ่งในอ่าวไทยก็ผลิตได้ ๒,๗๐๐ แต่ว่าด้วย นโยบายรัฐที่ว่าปล่อยให้ก๊าซธรรมชาติเอาไปให้อุตสาหกรรมไปเผาเป็นเชื้อเพลิงก่อน เอาให้ ปิโตรเคมีในเครือใช้เป็นเชื้อเพลิง ใช้เป็นวัตถุดิบก่อน เอาให้โรงไฟฟ้าเอกชนไปซื้อก๊าซ ในราคาอ่าวไทย แต่ไปขายในราคาเอฟที (Ft) นี่คือทำให้เอกชนเหล่านี้ อุตสาหกรรมเหล่านี้ ได้ผลประโยชน์มหาศาลจากการที่เขาสามารถหยิบฉวยเอาก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ไปขายได้ก่อน ถูกต้องครับว่าในอดีตก๊าซธรรมชาติเรามีเยอะครับ การปล่อยให้มีนโยบาย แบบนี้อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ผิดนัก แต่สถานการณ์วันนี้และต่อจากนี้ไปข้างหน้า มันไม่ถูกต้องแล้ว เพราะทุกคนก็รู้ดีว่าก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยไม่เพียงพอ เราจำเป็นต้องนำเข้าแอลเอ็นจี (LNG) เข้ามา คำถามง่าย ๆ ครับว่าทำไมไม่ให้อุตสาหกรรมเหล่านี้เขาต้องจ่ายในราคานำเข้า แอลเอ็นจี (LNG) เพราะนั่นคือราคาตลาดโลกที่เขาควรจะต้องจ่าย กำไรเหล่านี้ ที่อุตสาหกรรมพลังงานได้ไปมันควรจะกลับมาให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ซึ่งมันก็ต้องเริ่ม เปลี่ยนนโยบายตั้งแต่วันนี้ให้อุตสาหกรรมที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง เขาก็ต้องไป เปลี่ยนไปใช้น้ำมันเตา เปลี่ยนเบอร์เนอร์ (Burner) มันทำได้ครับ ทำง่ายด้วย แต่ให้ อุตสาหกรรมปิโตรเคมีเปลี่ยนจากวัตถุดิบที่เป็นก๊าซธรรมชาติไปเป็นน้ำมัน เป็นนาฟตา (NAFTA) เขาก็ทำได้ครับ แต่มันต้องมีนโยบายที่ชัดเจนออกมา วันนี้ให้เขาลงทุน มีเวลา ปรับเปลี่ยนการลงทุน ๔ ปี ๕ ปี ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยมันก็จะมาผลิตไฟฟ้าให้ประชาชน ใช้ค่าไฟได้ถูกลงได้ โรงไฟฟ้าเอกชนไอพีเอส (IPS) ที่เขาใช้ก๊าซจากอ่าวไทยแต่ไปขายราคา เอฟที (Ft) กำไรมหาศาล ท่านก็ต้องกำหนดมีนโยบายออกมาเพื่อเอากำไรเหล่านี้เข้ามา สนับสนุนให้การไฟฟ้าเขาได้ลดค่าไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งไอพีเอส (IPS) ทุกวันนี้ โรงไฟฟ้า เอกชน เมื่อเขาขายไฟให้กับเอกชนแล้ว โพลิซี เอ็กซ์เพนส์ (Policy expense) ก็ไม่ถูกเอามา หารด้วย อันนี้ก็ขอเป็นคำตอบที่ชี้แจงชัดเจนว่าทำไมครัวเรือนประชาชนทุกคนใช้ต้องมาแบ่ง หารโพลิซี เอ็กซ์เพนส์ (Policy expense) ของนโยบายรัฐ ในการสนับสนุนรีนิววาเบิล (Renewable) สมัยก่อน แต่พอเป็นโรงไฟฟ้าเอกชนขนาดใหญ่ขายตรงในนิคมอุตสาหกรรม ทำไมไม่ถูกเอามาหารด้วย หรือแม้กระทั่งระบบสายส่งก็ไม่มาหาร ระบบสายส่งผมพอเข้าใจ ได้ครับ แต่ขอคำตอบสำหรับโพลิซี เอ็กซ์เพนส์ (Policy expense) ตรงนี้ด้วยนะครับ

สุดท้ายครับ เน็ตมีเตอร์ริง (Net metering) นโยบายรัฐบาลปี ๒๕๖๒ เขาก็เขียน ไว้ชัดเจนว่า ๔ ปีนี้รัฐบาลจะมาทำ เน็ตมีเตอร์ริง (Net metering) ไม่ใช่เน็ตบิลลิง (Net billing) ก็คือว่าราคาที่ครัวเรือนติดโซลาร์ (Solar) แล้วขายคืนต้องเป็นราคาเดียวกับที่ เขารับซื้อมา นี่คือนโยบายรัฐบาล ๔ ปีมาแล้ว ไม่แน่ใจว่าถ้าท่านเลขาธิการ กกพ. ก็ชี้แจงว่า ถ้าไม่ทำแล้วก็ขอความชัดเจนครับ ประชาชนจะได้ไม่ต้องรอกัน ขอบคุณครับ